ทองแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ $4,697 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่วันนี้ร่วงลงมาอยู่ที่ $4,302/ออนซ์ ลดลงเกือบ 9% ในเวลาไม่ถึง 5 วัน และสาเหตุทั้งหมดเริ่มต้นจากประโยคเดียวที่ Warsh พูดที่ Jackson Hole
Warsh พูดว่าอะไร?
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม Kevin Warsh ประธานเฟด ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกในฐานะประธานเฟดที่ Jackson Hole Economic Policy Symposium และประโยคที่ทำให้ตลาดพลิกคือ เฟดต้อง "มั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนเข้าสู่เป้าหมายอย่างชัดเจนและด้วยความเร็วที่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นเรายังมีงานต้องทำ" (we have work to do)
แค่ประโยคเดียว ทองร่วง 3% ในวันเดียว หนักสุดนับตั้งแต่ 10 มิถุนายน และโอกาสขึ้นดอกเบี้ยกันยายนพุ่งจาก 36% ก่อนสุนทรพจน์ เป็นกว่า 60% ทันทีหลังพูดจบ ก่อนไต่ขึ้นต่อเนื่องเป็นมากกว่า 65% ในช่วงหลายวันถัดมา ตามข้อมูล CME FedWatch
ทำไมแค่ประโยคเดียวถึงทำให้ทองลงได้ขนาดนี้?
เพราะตลาดรอฟัง Jackson Hole มาหลายสัปดาห์ และสิ่งที่คาดว่าจะได้ยินจาก Warsh คือสัญญาณว่าเฟดพอใจกับทิศทางเงินเฟ้อตอนนี้ แต่ที่ได้มากลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง Warsh ยอมรับว่าตัวเลขเงินเฟ้อฤดูร้อนที่ดีขึ้นบ้าง "ไม่ได้บอกว่าแนวโน้มพื้นฐานดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ" นักลงทุนที่ถือทองจึงรีบขายออกก่อนที่ดอกเบี้ยจะสูงขึ้น
และทำให้แย่ขึ้นอีกคือน้ำมัน
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สหรัฐโจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านบนเกาะ Larak ในช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่ฐานทัพสหรัฐในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจอร์แดน น้ำมันพุ่งขึ้นต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ความกังวลเงินเฟ้อยิ่งพุ่งสูงขึ้นอีก
ทองร่วงจาก $4,697 ลงมาต่ำกว่า $4,300 ลดลงเกือบ 9% จากจุดสูงสุด โดยมีทั้งแรงกดจากท่าที hawkish ของเฟดและราคาน้ำมันที่แพงขึ้นพร้อมกัน
ทองลงมาแล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคืออะไร?
สัปดาห์ที่แล้วตลาดยังเอียงไปทางเฟดคงดอกเบี้ย แต่หลัง Jackson Hole ทุกอย่างพลิก ตอนนี้ตลาด price in โอกาสขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในวันที่ 16-17 กันยายน ที่ความน่าจะเป็นมากกว่า 60%
และยังมีตัวเลขสำคัญที่จะออกมาในสัปดาห์นี้อีก วันพุธ ADP employment report และวันศุกร์ Nonfarm Payrolls เดือนสิงหาคม ถ้าตัวเลขการจ้างงานออกมาแข็งแกร่ง เฟดจะยิ่งมีเหตุผลขึ้นดอกเบี้ยกันยายน ทองจะยิ่งถูกกดต่อ แต่ถ้า NFP อ่อนแอกว่าคาดอีกครั้งเหมือนเดือนกรกฎาคม ทองมีโอกาสฟื้นตัวกลับได้เร็วกว่าที่คิด
แล้วทองจะกลับมาได้ไหม?
สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแม้ทองจะปรับฐานคือปัจจัยโครงสร้างระยะยาว ทองคำยังขึ้นมาแล้ว 10% ในเดือนสิงหาคม ธนาคารกลางทั่วโลกยังซื้อทองเพิ่มต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 ปี 2026 ซื้อสุทธิสูงถึง 288.9 ตัน เพิ่มขึ้น 62% เทียบปีก่อน และเป็นไตรมาสที่ 2 ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
นักวิเคราะห์จาก Anand Rathi ระบุว่า "Jackson Hole was the key trigger that changed the Fed rate outlook and exerted heavy selling pressure on Gold and Silver" แต่ยังมองว่าแนวรับสำคัญอยู่ที่ $4,200-4,300 และถ้าทองยืนเหนือแนวนี้ได้ มีโอกาสฟื้นตัวได้เมื่อสถานการณ์ชัดเจนขึ้น
สำหรับคนที่ ลงทุนทอง เทรดทอง และ ออมทอง อยู่ตอนนี้ สัปดาห์นี้คือสัปดาห์ที่ต้องจับตา NFP วันศุกร์และ CPI สัปดาห์หน้าจะเป็นตัวบอกว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยกันยายนจริงหรือไม่ และนั่นคือสิ่งที่จะกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น
ติดตามราคาทองวันนี้ วิเคราะห์ตลาด gold price ทองคำ และข้อมูลสำหรับการลงทุนทอง เทรดทอง และซื้อทองออนไลน์ทุกวันได้ที่ YLG Bullion วายแอลจี พาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุนทองคำ
วันที่: 2 กันยายน 2026