ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls: NFP) ประจำเดือนกรกฎาคม กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนมุมมองของตลาดการเงิน หลังตัวเลขออกมาอ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และหันกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
หลังการประกาศตัวเลข NFP ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณ 2 เดือน ก่อนเคลื่อนไหวบริเวณ 4,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันที่ 10 สิงหาคม สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้าสู่ตลาดทองคำอีกครั้ง
NFP คืออะไร? ทำไมตลาดให้ความสำคัญ
Nonfarm Payrolls (NFP) คือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ประกาศเป็นประจำทุกเดือน และถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ
นักลงทุนทั่วโลกใช้ข้อมูลนี้เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน รวมถึงคาดการณ์ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed เนื่องจากตลาดแรงงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย
NFP อ่อนแอ ส่งผลต่อ Fed และราคาทองอย่างไร
เมื่อข้อมูลการจ้างงานออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดการณ์ นักลงทุนจึงมองว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเริ่มผ่อนคลาย และ Fed อาจดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yield) ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ แล้ว นักลงทุนสถาบันในจีนยังคงทยอยลงทุนในสินทรัพย์ที่อ้างอิงทองคำ (Gold-backed Assets) เพื่อกระจายความเสี่ยง ขณะที่ธนาคารกลางหลายประเทศยังเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาทองได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน
ราคาน้ำมันลดลง หนุนบรรยากาศการลงทุนในทองคำ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดจับตาคือการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เมื่อประกอบกับข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอ ทำให้ตลาดประเมินว่า Fed อาจไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในระยะสั้น
สภาพแวดล้อมดังกล่าวส่งผลบวกต่อราคาทองคำ โดยในเชิงเทคนิค ราคาทองยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งแกร่ง มีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านถัดไปบริเวณ 4,441 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สัปดาห์นี้จับตา CPI เดือนกรกฎาคม
หลังตัวเลข NFP สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาต่อคือการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของ Fed
หากตัวเลข CPI ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด อาจสะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง และเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ
แต่หาก CPI สูงกว่าคาด ตลาดอาจกลับมาประเมินว่า Fed ยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น
อิหร่านยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตาม
แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเริ่มส่งสัญญาณบวกต่อราคาทองคำ แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่านและเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด
หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงินโลก ซึ่งล้วนมีผลต่อทิศทางราคาทองคำ
สรุป
ตัวเลข NFP ที่อ่อนแอกว่าคาดทำให้ตลาดปรับมุมมองต่อแนวโน้มนโยบายของ Fed ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง และช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาทองคำ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดทองคำในระยะต่อไป
ติดตาม ราคาทองวันนี้, บทวิเคราะห์ Gold Spot และมุมมองการลงทุนจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ YLG Bullion เพื่อประกอบการวางแผนลงทุน และไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของตลาดทองคำโลก
วันที่: 10 สิงหาคม 2569