10 สิงหาคม 2569

NFP พลิกเกม Fed หนุนราคาทองพุ่งแรง หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐอ่อนแอกว่าคาด

NFP พลิกเกม Fed หนุนราคาทองพุ่งแรง หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐอ่อนแอกว่าคาด

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls: NFP) ประจำเดือนกรกฎาคม กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนมุมมองของตลาดการเงิน หลังตัวเลขออกมาอ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และหันกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

หลังการประกาศตัวเลข NFP ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณ 2 เดือน ก่อนเคลื่อนไหวบริเวณ 4,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันที่ 10 สิงหาคม สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้าสู่ตลาดทองคำอีกครั้ง

NFP คืออะไร? ทำไมตลาดให้ความสำคัญ

Nonfarm Payrolls (NFP) คือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ประกาศเป็นประจำทุกเดือน และถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ

นักลงทุนทั่วโลกใช้ข้อมูลนี้เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน รวมถึงคาดการณ์ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed เนื่องจากตลาดแรงงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย

NFP อ่อนแอ ส่งผลต่อ Fed และราคาทองอย่างไร

เมื่อข้อมูลการจ้างงานออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดการณ์ นักลงทุนจึงมองว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเริ่มผ่อนคลาย และ Fed อาจดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น

ความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yield) ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ แล้ว นักลงทุนสถาบันในจีนยังคงทยอยลงทุนในสินทรัพย์ที่อ้างอิงทองคำ (Gold-backed Assets) เพื่อกระจายความเสี่ยง ขณะที่ธนาคารกลางหลายประเทศยังเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาทองได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน

ราคาน้ำมันลดลง หนุนบรรยากาศการลงทุนในทองคำ

อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดจับตาคือการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เมื่อประกอบกับข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอ ทำให้ตลาดประเมินว่า Fed อาจไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในระยะสั้น

สภาพแวดล้อมดังกล่าวส่งผลบวกต่อราคาทองคำ โดยในเชิงเทคนิค ราคาทองยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งแกร่ง มีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านถัดไปบริเวณ 4,441 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สัปดาห์นี้จับตา CPI เดือนกรกฎาคม

หลังตัวเลข NFP สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาต่อคือการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของ Fed

หากตัวเลข CPI ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด อาจสะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง และเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ

แต่หาก CPI สูงกว่าคาด ตลาดอาจกลับมาประเมินว่า Fed ยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น

อิหร่านยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตาม

แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเริ่มส่งสัญญาณบวกต่อราคาทองคำ แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่านและเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด

หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงินโลก ซึ่งล้วนมีผลต่อทิศทางราคาทองคำ

สรุป

ตัวเลข NFP ที่อ่อนแอกว่าคาดทำให้ตลาดปรับมุมมองต่อแนวโน้มนโยบายของ Fed ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง และช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาทองคำ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดทองคำในระยะต่อไป

ติดตาม ราคาทองวันนี้, บทวิเคราะห์ Gold Spot และมุมมองการลงทุนจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ YLG Bullion เพื่อประกอบการวางแผนลงทุน และไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของตลาดทองคำโลก

วันที่: 10 สิงหาคม 2569