30 กรกฎาคม 2569

YLG ชี้มาตรการจีนสะกัดทองกระดาษ กระทบเพียงเล็กน้อย เหตุรายย่อยเทรดไม่ถึง 4.88% ท่ามกลางดีมานด์หลัก ธ.กลาง ยังพุ่งแรง

YLG ชี้มาตรการจีนสะกัดทองกระดาษ กระทบเพียงเล็กน้อย เหตุรายย่อยเทรดไม่ถึง 4.88% ท่ามกลางดีมานด์หลัก ธ.กลาง ยังพุ่งแรง
  • วายแอลจี มองหลังจีนใช้มาตรการสกัดรายย่อยเทรดทองคำกระดาษ จะกระทบสภาพคล่องทองคำแค่เพียงเล็กน้อยในระยะสั้น แต่ระยะยาวความต้องการจากผู้เล่นหลักอย่างธนาคารกลางทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
  • เผยข้อมูลล่าสุดจีนนำเข้าทองคำเพิ่ม 3 เดือนติด ใช้จังหวะราคาทองปรับฐานเข้าซื้อในราคาต่ำ ขณะที่ผลสำรวจธนาคารกลางทั่วโลกยังต้องการซื้อทองคำเพิ่มในอีก 12 เดือน
  • ประเมินแนวโน้มทองคำระยะสั้นยังอยู่ในรอบปรับฐาน แต่เมื่อพักจบ ระยะกลาง-ยาว ลุ้นกลับเข้าสู่ขาขึ้นได้อีกครั้ง ล่าสุดเสิร์ฟบริการซื้อขาย Gold Spot และ Silver Spot ผ่าน YLG Futures สำหรับนักลงทุนรายใหญ่พิเศษ

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของจีนอย่างน้อย 7 แห่ง ยุติการทำหน้าที่ตัวแทนให้ลูกค้าบุคคลธรรมดา เข้าซื้อขายผลิตภัณฑ์โลหะมีค่าบน Shanghai Gold Exchange (SGE) ทั้ง Paper Gold ได้แก่ Spot ทองคำ และ Deferred ทองคำ ที่มี Leverage รวมไปถึง Deferred เงิน และ Spot แพลทินัม ด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุผลเชิงนโยบายที่รัฐบาลจีนต้องการลดความเสี่ยงจากระบบการเงิน (Systemic Risk) ป้องกันการเก็งกำไรเกินตัว (Speculation) และต้องการดึงสภาพคล่องกลับเข้าสู่ระบบทองคำแท่งจริง (Physical Assets) เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยและนักเก็งกำไรในจีนจำต้องปิดสถานะของทองคำกระดาษในวันดังกล่าว จึงมีส่วนให้ราคาทองคำในตลาดโลกแกว่งตัวผันผวนเล็กน้อยในระยะสั้น

อย่างไรก็ดีนโยบายดังกล่าวอาจไม่ได้มีผลต่อตลาดมากอย่างที่คิด ด้วยหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็น

  • ปริมาณการซื้อขายผ่านตัวแทน คิดเป็นเพียง 4.88% ของทองคำบน SGE ตามข้อมูล Fact Sheet เดือนมิถุนายน
  • ฐานลูกค้าอยู่ในภาวะ run-off มา 6 ปี บัญชีรายย่อยใหม่ที่เชื่อมกับ SGE ถูกหยุดเปิดตั้งแต่ปลายปี 2020 สิ่งที่เหลืออยู่คือ สถานะคงค้างที่ลดลงต่อเนื่อง
  • ตลาดมีเวลาซึมซับและปรับตัวก่อนถึงเส้นตายหนึ่งเดือนเต็ม หลังมีประกาศออกมาตั้งแต่วันที่ 24–30 มิ.ย.
  • มีกรณีเทียบเคียง คือ การยุติผลิตภัณฑ์น้ำมันรายย่อยของธนาคารจีน หลังวิกฤตปี 2020 ไม่ได้ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกอย่างมีนัยสำคัญ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นผลพลอยได้ของราคา ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนราคา

และยิ่งไปกว่านั้น จีนกลับผ่อนคลายเกณฑ์ของแผนสะสมทองคำระยะยาว  บ่งชี้ว่าเป้าหมายเชิงนโยบายคือการเปลี่ยนพฤติกรรมรายย่อยจากเก็งกำไรไปสู่การออม”  ดังนั้น เมื่อไม่มีทองคำกระดาษมาสร้างสภาพคล่องเทียม ความต้องการ (Demand) ทั้งหมดจะถูกบีบให้วิ่งเข้าหา "ทองคำจริงส่งผลให้ราคาในระยะยาวพุ่งทะยาน ตามกฎ Demand & Supply เมื่อ Supply มีจำกัดอย่างแท้จริง แต่ Demand ทั่วโลกยังสูง โดยเฉพาะความต้องการจากฝั่งธนาคารกลาง  ดังนั้น ราคาทองคำในระยะยาวจึงจะ ยั่งยืนและสร้างนิวไฮอย่างมีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ หากพูดถึงผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดทองคำ ก็คงหนีไม่พ้นธนาคารกลางทั่วโลก  โดยล่าสุดสภาทองคำโลก (WGC) ระบุข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี พบว่าธนาคารกลางทั่วโลกกว้านซื้อทองคำเก็บสะสมเฉลี่ยสูงถึง 1,000 ตันต่อปี ซึ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้าที่เฉลี่ยอยู่แค่ 500 ตันต่อปี  การเร่งสะสมทองคำอย่างดุเดือดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างเปราะบาง  อีกทั้งธนาคารกลางส่วนใหญ่ถึง 89% เชื่อว่าปริมาณทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกจะ "เพิ่มขึ้น" อีกใน 12 เดือนข้างหน้า  ข้อมูลเหล่านี้สะท้อน Demand ที่แข็งแกร่ง ทำให้มองว่าระยะยาวทองคำจะยังไปต่อ

ขณะเดียวกันศุลกากรจีนรายงานตัวเลขการนำเข้าทองคำเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จำนวนประมาณ 173 ตัน สูงสุดในรอบ 2 ปี และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3  ซึ่งแรงซื้อดังกล่าวมาจากปัจจัยหนุนช่วงราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลง ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อได้ในราคาต่ำ รวมถึงช่วงดังกล่าวค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าลดลงและสะท้อนความต้องการทองคำที่ยังแข็งแกร่ง

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้น วายแอลจีประเมินยังอยู่ในรอบของการปรับฐาน โดยมีแนวรับที่น่าสนใจอยู่ที่ 3,960 และ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ  และเมื่อปรับฐานเสร็จสิ้นแล้ว ในระยะกลางลุ้นกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นอีกครั้ง ลุ้นดีดทดสอบแนวต้าน 4,400 และ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ  ส่วนระยะยาวมองว่ายังสามารถไปต่อได้อีก 16 ปี จนกว่าจะครบรอบในเชิง Elliott Wave Supercycle

นอกจากนี้ วายแอลจียังมีบริการซื้อขาย Gold Spot และ Silver Spot ผ่าน YLG Futures เปิดให้บริการเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ หรือ Ultra High Net Worth Investors (UHNW) ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดเท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขการเปิดบัญชี ขั้นตอนการใช้งานแพลตฟอร์ม และข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ โทร. 02-687-9999 LINE Official Account: @ylgglobalmarket (คำเตือน: การลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่มี Leverage มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ลักษณะสินค้า เงื่อนไขการซื้อขาย ค่าใช้จ่าย การคำนวณกำไรขาดทุน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน)