21 กรกฎาคม 2569

ทรัมป์ขึ้นภาษีแคนาดา 50%  ของแพงขึ้น เงินเฟ้อกลับมา ทองจะไปทางไหน?

ทรัมป์ขึ้นภาษีแคนาดา 50%  ของแพงขึ้น เงินเฟ้อกลับมา ทองจะไปทางไหน?

เมื่อวานทรัมป์เซ็นประกาศภาษีชุดใหม่ที่ Fortune เรียกว่า "nuclear option"  ภาษี 50% บนสินค้านำเข้าจากแคนาดาหลายประเภท ตั้งแต่ไวน์ ซีเมนต์ ไปจนถึงไม้ฮ็อกกี้ โดยอาศัยอำนาจ Section 338 ของ Tariff Act 1930 ซึ่งไม่เคยถูกใช้มาก่อนในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ และจะมีผลในวันที่ 16 สิงหาคมนี้

สำหรับคนที่ลงทุนทองและเทรดทองอยู่ตอนนี้ นี่คือข่าวที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดก่อนตัดสินใจ

Section 338 คืออะไร ทำไมถึงเรียกว่า nuclear option?

Section 338 คือกฎหมายภาษีที่มีอายุเกือบ 100 ปี ออกมาตั้งแต่ปี 1930 แต่ไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐคนไหนกล้านำมาใช้มาก่อน เพราะให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจากประเทศที่ "เลือกปฏิบัติต่อสินค้าอเมริกัน" ได้สูงสุดที่ 50% โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา

Scott Lincicome นักเศรษฐศาสตร์จาก Cato Institute บอกไว้ตรงๆ ว่า "เราข้ามรูบิคอนแล้ว การใช้ Section 338 คือ nuclear option ของภาษีทรัมป์"

ทรัมป์อ้างว่าแคนาดาเลือกปฏิบัติต่อสินค้าอเมริกันในหมวดรถยนต์ แอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์นม โดยเซ็นประกาศ 3 ฉบับครอบคลุมสินค้าหลายร้อยรายการ และจะมีผลใน 30 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้เจรจากันก่อน

ทั้งนี้ภาษีชุดนี้ยกเว้นสินค้าพลังงาน แร่สำคัญ และ potash ออกจากการเก็บภาษีทั้งหมด

ทำไมแคนาดาถึงสำคัญ?

แคนาดาคือคู่ค้าอันดับ 1 ของสหรัฐมาหลายทศวรรษ และเป็นหนึ่งในสองประเทศที่กล้าตอบโต้ภาษีทรัมป์ด้วยมาตรการตอบแทน นอกจากจีน สินค้าจากแคนาดาที่ครอบคลุมโดยภาษีชุดนี้มีมูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ตั้งแต่ไม้ซุง สินค้าเกษตร ไปจนถึงอาหาร

เมื่อสินค้าเหล่านี้แพงขึ้น 50% ค่าก่อสร้างในสหรัฐจะพุ่ง ราคาสินค้าจะขึ้น และต้นทุนการผลิตทุกอย่างจะแพงตาม ซึ่งทั้งหมดนี้จะวิ่งเข้าสู่ตัวเลข CPI และ PPI ในเดือนถัดไป

ผลต่อทองคำ  2 แรงที่ดึงกันคนละทิศ

ภาษีแคนาดาครั้งนี้ส่งผลต่อ gold price ใน 2 ทิศทางพร้อมกัน

ทิศแรก  บวกต่อทอง ความไม่แน่นอนทางการค้าสูงขึ้น นักลงทุนบางส่วนจะวิ่งเข้าหาทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เหมือนที่เคยเกิดขึ้นทุกครั้งที่ทรัมป์ประกาศภาษีใหม่

ทิศที่สอง  ลบต่อทอง ของแพงขึ้นทำให้เงินเฟ้อสหรัฐสูงขึ้นอีก และเมื่อเงินเฟ้อสูง เฟดต้องคงดอกเบี้ยสูงนาน หรืออาจต้องขึ้นอีก ดอลลาร์แข็ง และทองถูกกดลง

ในระยะสั้น ตลาดมักตอบสนองต่อความไม่แน่นอนก่อน ทำให้ทองอาจได้รับแรงหนุนชั่วคราว แต่ถ้าตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมออกมาสูงจากผลของภาษีนี้ ทองจะกลับมาถูกกดอีกครั้ง

สัปดาห์นี้ยังมี FOMC 29 ก.ค.

นอกจากภาษีแคนาดาแล้ว สัปดาห์นี้ยังมีตัวเลขสำคัญที่ต้องจับตา ADP วันนี้ Jobless Claims วันพฤหัส PMI วันศุกร์ และที่สำคัญที่สุดคือ FOMC 29 ก.ค. ที่ Warsh จะประกาศทิศทางดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการ

ราคาทองวันนี้อยู่ที่ $4,001 ต่อออนซ์ ลดลง 0.40% จากเมื่อวาน แต่ยังสูงกว่าปีก่อน 17.72% และโอกาสที่เฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 85.6%

ถ้า FOMC ส่งสัญญาณแข็งกร้าวเพิ่มจากแรงกดดันภาษีแคนาดา ทองอาจทดสอบแนวรับที่ $3,940 และ $3,890 แต่ถ้า Warsh แสดงความระมัดระวังและไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย ทองมีโอกาสฟื้นตัวกลับเหนือ $4,100

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแม้ภาษีจะพุ่ง

ทุกครั้งที่ทรัมป์ขึ้นภาษีใหม่ ธนาคารกลางทั่วโลกยิ่งมีเหตุผลกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์มาสู่ทองมากขึ้น PBOC ซื้อทองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ติดต่อกันแล้ว และนักวิเคราะห์จาก MKS Pamp ระบุว่าความไม่แน่นอนด้านภาษีและการขาดดุลสหรัฐที่แย่ลง "เป็นผลบวกต่อทองในระยะกลาง-ยาว"

สำหรับคนที่ออมทองและซื้อทองออนไลน์อยู่ตอนนี้ ภาษีแคนาดา 50% คือสัญญาณเตือนอีกชิ้นว่าเศรษฐกิจโลกยังผันผวนสูง และในโลกที่ผันผวนแบบนี้ การมีทองในพอร์ตยังคงเป็นทางเลือกที่ฉลาด

ติดตามราคาทองวันนี้และวิเคราะห์ตลาด gold ได้ทุกวันที่ YLG Bullion —วายแอลจี พาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุนทองคำ ไม่ว่าจะลงทุนทอง เทรดทอง ออมทอง หรือซื้อทองออนไลน์