13 กรกฎาคม 2569

ทองหลุด 4,100 ดอลลาร์ เกิดอะไรขึ้น? เจาะ 5 ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำ

ทองหลุด 4,100 ดอลลาร์ เกิดอะไรขึ้น? เจาะ 5 ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำ

ทองหลุด 4,100 ดอลลาร์ เกิดอะไรขึ้น? เจาะ 5 ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำ

ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงหลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นระดับจิตวิทยาที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ราคาทองคำกลับไม่ได้ปรับตัวขึ้นอย่างที่หลายคนคาดการณ์

คำถามคือ อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงในครั้งนี้?

บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์ 5 ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการปรับตัวของราคาทองคำ และสิ่งที่นักลงทุนควรติดตามต่อจากนี้


1. ราคาน้ำมันพุ่ง จุดชนวนความกังวลเงินเฟ้อ

แม้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น แต่การโจมตีด้วยขีปนาวุธระลอกใหม่กลับส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 4%

เมื่อราคาพลังงานปรับตัวขึ้น ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลว่า เงินเฟ้ออาจเร่งตัวอีกครั้ง

หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ


2. ตลาดเพิ่มน้ำหนักว่า FED อาจขึ้นดอกเบี้ย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การที่ตลาดกลับมาให้น้ำหนักต่อโอกาสที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน

ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool สะท้อนว่า

  • สัปดาห์ก่อน ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 63%
  • ล่าสุด เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 72%

เมื่อความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น นักลงทุนจำนวนหนึ่งจึงลดการถือครองทองคำ และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยแทน


3. ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า กดดันราคาทองคำ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้น

เนื่องจากทองคำซื้อขายในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นจะต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อทองคำ ส่งผลให้ความต้องการซื้อชะลอลง และกดดันให้ราคาทองคำอ่อนตัว


4. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ปรับสูงขึ้น

Bond Yield ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ถือเป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำ

เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย เมื่อพันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนสูงขึ้น นักลงทุนบางส่วนจึงเลือกย้ายเงินลงทุนไปยังพันธบัตร ส่งผลให้แรงซื้อทองคำลดลง


5. แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะหนุนทอง

โดยปกติ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มักเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ เพราะนักลงทุนมองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)

อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้ ตลาดให้น้ำหนักกับประเด็น เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และ Bond Yield มากกว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ จึงทำให้ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะยังไม่คลี่คลาย


นักลงทุนควรติดตามอะไรต่อ?

สัปดาห์นี้มีปัจจัยสำคัญหลายรายการที่อาจส่งผลต่อทิศทางราคาทองคำ ได้แก่

  • การแถลงนโยบายรอบครึ่งปีของประธาน FED
  • ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
  • ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)
  • ยอดค้าปลีกสหรัฐ (Retail Sales)
  • ถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่ FED หลายราย

หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังต่อการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำยังคงผันผวนได้ในระยะสั้น


สรุป

การที่ราคาทองคำหลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ การเพิ่มโอกาสที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และ Bond Yield ที่ปรับตัวขึ้น

แม้ว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในระยะสั้น นักลงทุนยังควรติดตามทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญอย่างใกล้ชิด เพราะยังเป็นตัวแปรหลักที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงนี้