16 เมษายน 2569

ทำไมราคาทองถึงลงทั้งที่มีสงคราม?

ทำไมราคาทองถึงลงทั้งที่มีสงคราม?

ราคาทอง  16 เม.ย. 2569   

เมื่อ "สินทรัพย์ปลอดภัย" ไม่ได้ตอบสนองตามคาด และนาฬิกานับถอยหลังสู่วันที่ 21 เมษายนกำลังเดิน

ทองแท่ง (ขายออก)

72,900 บาท

+100 บาท ช่วงบ่าย

ทองรูปพรรณ (ขายออก)

73,700 บาท

ทรงตัว

ทองโลก (COMEX)

$4,823/oz

+43.5% จากปีก่อน

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศขนานใหญ่ใส่โรงงานนิวเคลียร์อิหร่านสามแห่ง ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ 'Operation Epic Fury' ในคืนนั้น นักลงทุนทั่วโลกพร้อมใจกันเดิมพันว่าทองคำจะพุ่งสูงอีกครั้ง

เกือบ 7 สัปดาห์ให้หลัง ทองแท่งในไทยยังทรงตัวอยู่แถว 72,900 บาท ขณะที่ทองโลกยังต่ำกว่าระดับก่อนสงครามถึง 10% แล้วอะไรทำให้ "สินทรัพย์ปลอดภัย" ไม่ตอบสนองตามสูตร?

ช่องแคบที่กว้างเพียง 33 กิโลเมตร แต่เปลี่ยนทิศทางทองคำทั้งโลก

คำตอบอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ทางน้ำแคบๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมานที่น้ำมันราว 20% ของโลกต้องผ่าน เมื่อสหรัฐประกาศปิดล้อมช่องแคบเมื่อ 13 เมษายน ราคาน้ำมันพุ่งแตะ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที ความกลัวเงินเฟ้อลุกขึ้นอีกครั้ง นักลงทุนเทขายพันธบัตร อัตราดอกเบี้ยในตลาดพุ่งขึ้น

และนั่นคือเหตุผลที่ทองร่วง ไม่ใช่พุ่งขึ้น

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย เมื่อดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น เงินจะไหลออกจากทองไปหาพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนแทน ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนมีนาคม ตุรกียังเทขายทองสำรองมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อหาสภาพคล่อง กดราคาหนักสุดรายเดือนนับตั้งแต่ปี 2556

เมื่อหยุดยิง — ตลาดตอบสนองในชั่วโมงเดียว

วันที่ 8 เมษายน ทรัมป์ประกาศหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตลาดตอบสนองทันที ราคาน้ำมันดิ่งลง 15% ในชั่วข้ามคืน ขณะที่ทองพุ่งขึ้นกว่า 2% สู่ระดับ 4,803 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ความยินดีอยู่ได้ไม่นาน อิหร่านออกมาอ้างว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงด้วยการโจมตีกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน การเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดยืดเยื้อนาน 21 ชั่วโมงก็จบลงโดยไม่มีข้อสรุป ราคาทองร่วงกลับ

จับตาด่วน ข้อตกลงหยุดยิงจะหมดอายุวันที่ 21 เมษายนนี้ ยังเหลือเวลาอีกเพียง 5 วัน ผลเจรจารอบสองที่กำลังจะเกิดขึ้นคือตัวแปรสำคัญที่สุดต่อราคาทองในสัปดาห์นี้

Fed และดอกเบี้ย — อีกหนึ่งปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบ

ปัญหาอีกชั้นคือ Fed ที่ตลาดเคยคาดหวังว่าจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ แต่ราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากสงครามทำให้เงินเฟ้อกลับมาเป็นปัญหาอีกครั้ง ปัจจุบันตลาดมองโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในปีนี้เหลือเพียง 31% ลดลงจากกว่า 50% ก่อนสงครามปะทุ และมีเสียงจากภายใน Fed เองว่าอาจต้องรอไปจนถึงปี 2027

นักเทรดกำลังทยอยกลับมาซื้อสะสมสัปดาห์นี้ ด้วยจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นทุกวัน ถ้าราคาทะลุ 5,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง การวิ่งรอบใหม่ของขาขึ้นจะกลับมาแน่นอน

— Tai Wong นักเทรดโลหะอิสระ

สถาบันการเงินใหญ่มองทองสิ้นปีอยู่ที่ไหน?

แม้ระยะสั้นจะผันผวน แต่สถาบันการเงินชั้นนำยังมองทองคำในแง่ดีสำหรับช่วงที่เหลือของปี

Goldman Sachs

$4,900

เป้าสิ้นปี 2569 หากสงครามคลี่คลาย

JPMorgan

$4,000–$6,300

กรอบคาดการณ์ตลอดปี 2569

Bank of America

$5,000+

หาก Fed เริ่มลดดอกเบี้ยจริง

สถิติสูงสุดตลอดกาล

$5,602

28 มกราคม 2569

ธนาคารกลางจีนซื้อทองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน ขณะที่อุปทานจากเหมืองทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 1% ในปี 2568 และการถือครองทองผ่าน ETF ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดของวัฏจักรกระทิงก่อนหน้ามาก สะท้อนว่ายังมีห้องให้เงินลงทุนไหลเข้าได้อีก

แล้วต้องดูอะไรต่อจากนี้?

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ 5 วันข้างหน้า หากการเจรจารอบสองสำเร็จก่อนวันที่ 21 เมษายน ช่องแคบฮอร์มุซเปิดเต็มที่ ราคาน้ำมันจะร่วงลง ความกังวลเงินเฟ้อคลาย และ Fed มีโอกาสกลับมาส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยอีกครั้ง — นั่นคือสูตรที่จะพาทองกลับขึ้น

แต่หากเจรจาล้มเหลวและความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกรอบ ตลาดจะเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนกว่าเดิม เพราะช่องแคบฮอร์มุซในตอนนี้ยังเปิดให้เรือผ่านได้เพียงไม่กี่ลำ และความเสี่ยงยังไม่ได้หายไปไหน

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ, CNBC, Bloomberg, Investing.com, Disruption Banking, Reuters, World Gold Council, Goldman Sachs Research

ข้อมูล ณ 16 เมษายน 2569 เวลา 13.49 น.  |  บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน