26 มิถุนายน 2569

จาก $5,589 สู่ $3,972  ทองหลุด $4,000 ครั้งแรกในปี 2026

จาก $5,589 สู่ $3,972  ทองหลุด $4,000 ครั้งแรกในปี 2026

วันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่หลายคนไม่คิดว่าจะเห็นเร็วขนาดนี้ ราคาทองหลุดต่ำกว่า $4,000 ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 โดยแตะระดับ $3,972 เมื่อเวลา 9:05 น. ET และนั่นหมายความว่าทองลดลงมาแล้วกว่า 29% จาก all-time high $5,589.38 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026

น่าแปลกที่สาเหตุที่ทำให้ทองดิ่งในวันนั้นไม่ใช่ข่าวร้าย แต่เป็นข่าวดี

ทำไมข่าวดีถึงทำให้ทองลง?
ปัจจัยแรกที่ถล่มทองคือ MOU อิหร่านสำเร็จ ทรัมป์โพสต์ Truth Social ยืนยันว่าสหรัฐและอิหร่านลงนาม MOU แล้ว ช่องแคบฮอร์มุซเปิดโดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง น้ำมัน WTI และ Brent ดิ่งกว่า 4% ทันที เมื่อน้ำมันลด ความกังวลเงินเฟ้อลด และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยหนุนทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ก็หมดไปพร้อมกัน

ปัจจัยที่สองคือเฟดแข็งกร้าวสูงสุดในรอบปี ตลาดให้น้ำหนัก 80% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม และ 63% สำหรับเดือนกันยายน Deutsche Bank คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ส่วน BofA คาดถึง 3 ครั้ง ดอลลาร์แข็งค่าพุ่งสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่พฤษภาคม 2025 กดทองให้ลงแรงต่อเนื่อง

ปัจจัยที่สามคือตลาดหุ้นเทคดิ่งพร้อมกัน Nasdaq ร่วงกว่า 2.21% และ Philadelphia Semiconductor Index ดิ่งถึง 7.87% ในวันเดียว นักลงทุนหลายรายขายทองออกมาเพื่อชดเชยความเสียหายในพอร์ต กดทองซ้ำในวันที่แย่ที่สุด

Wall Street รีบปรับเป้าทองลงทันที
Goldman Sachs ลดเป้าทองปลายปีจาก $5,400 เหลือ $4,900 Deutsche Bank ลดเป้า Q3 ลงกว่า 20% เหลือ $4,300 และลดเป้า Q4 เหลือ $4,800 Citigroup ลดเป้า 3 เดือนจาก $4,300 เหลือ $4,000 และในกรณีเลวร้ายที่สุดถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย 3–4 ครั้ง Deutsche Bank เตือนทองอาจดิ่งถึง $3,800

แต่ยังมีสถาบันที่ยืนเป้าสูง Wells Fargo ยังคงเป้าปลายปีที่ $6,100–$6,300 และ JPMorgan ยังยืนเป้า $6,000 โดยมองว่าตลาดกำลังตอบสนองเกินจริงต่อ MOU อิหร่าน Silver ก็ร่วงหนักตาม ดิ่งกว่า 4.64% หลุดต่ำกว่า $60 ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025

ทิศทางทองต่อจากนี้  3 สถานการณ์
สำหรับคนที่เทรดทองและออมทองอยู่ตอนนี้ มีสถานการณ์ที่เป็นไปได้ 3 แบบ

กรณีลบ  ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย 3–4 ครั้งและ MOU อิหร่านสำเร็จเต็มรูปแบบ ทองอาจดิ่งถึง $3,800 ตามการเตือนของ Deutsche Bank

กรณีฐาน  ทองแกว่งในกรอบ $3,800–$4,300 ตลอดครึ่งปีหลัง รอดูว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยจริงหรือไม่ และ MOU อิหร่านจะนำไปสู่สันติภาพถาวรได้หรือเปล่า

กรณีบวก  ถ้า MOU อิหร่านล้มเหลวหรือเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอกว่าคาดจนเฟดต้องถอย ทองอาจฟื้นตัวกลับสู่ $5,000+ ตามที่ Wells Fargo และ JPMorgan ยังคาดไว้

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแม้ทองจะดิ่ง
แม้ราคาจะดิ่งหนัก แต่ปัจจัยโครงสร้างระยะยาวยังครบ ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองสุทธิ 244 ตันใน Q1 2026 และ PBOC ซื้อทองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน หนี้สาธารณะสหรัฐยังพุ่งต่อ และแม้แต่ธนาคารที่ลดเป้าลงก็ยังมองว่าทองจะสูงกว่าระดับปัจจุบัน ทองยังสูงกว่าปีก่อน 22.64% และประวัติศาสตร์บอกว่าทุกครั้งที่ทองปรับฐานหนักจาก all-time high มักเป็นจุดที่นักลงทุนสถาบันเริ่มสะสม ทองลง 29% จากจุดสูงสุด แต่ธนาคารกลางทั่วโลกยังไม่หยุดซื้อ  นั่นคือสัญญาณที่แท้จริงที่สุดสำหรับนักลงทุนระยะยาว

ติดตามราคาทองวันนี้และวิเคราะห์ตลาด gold ได้ทุกวันที่ YLG Bullion — วายแอลจี พาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุนทองคำ ไม่ว่าจะลงทุนทอง เทรดทอง ออมทอง หรือซื้อทองออนไลน์

วันที่: 26 มิถุนายน 2026 หมวด: วิเคราะห์ตลาด | ราคาทองวันนี้ | ลงทุนทอง | เทรดทอง | Gold | YLG Bullion | วายแอลจี