คำแนะนำ
- สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่าน 4,587-4,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ผ่าน 4,587 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ชะลอขายพร้อมขยับ Trailing Stop มาเหนือทุนเพื่อ lock กำไร
- เปิดสถานะซื้ออีกครั้ง หากราคาไม่หลุด 4,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 4,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อดูทิศทางอีกครั้ง
ปัจจัยพื้นฐานราคาทองคำวันนี้เคลื่อนไหวทรงตัวเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าใกล้ระดับสูง หลังตลาดกลับมาให้น้ำหนักต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่อาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดย CME FedWatch Tool ล่าสุดสะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักราว 60% ต่อความเป็นไปได้ที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในเดือนธันวาคม ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐยังทรงตัวในระดับสูง และเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นประเด็นที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิด หลังรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐระบุว่าเริ่มมี “สัญญาณเชิงบวก” บางส่วนจากการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน อย่างไรก็ดี ประเด็นคลังยูเรเนียมของอิหร่าน รวมถึงการควบคุมเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ตลาดยังไม่มั่นใจว่าการเจรจาจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในระยะสั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงและเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธาน FED คนใหม่ของ เควิน วอร์ช ในวันนี้ หลัง Goldman Sachs มองว่า FED อาจดำเนินนโยบายบริหารงบดุลอย่างระมัดระวัง ซึ่งมีแนวโน้มช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์และจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายและนำไปสู่การลดแรงกดดันด้านราคาพลังงาน อาจช่วยชะลอความเสี่ยงเงินเฟ้อและเปิดทางให้ตลาดกลับมาคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ FED มากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะถัดไป