คำแนะนำ
- สำหรับกลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุน ซื้อคืนสถานะขาย หากราคาไม่หลุด 4,464-4,444 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 4,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อ Lock กำไร
- เปิดสถานะขายอีกครั้งหากราคาไม่ผ่าน 4,587-4,560 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 4,587 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันนี้เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยังคงยกระดับ และเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อรวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด โดยปธน.ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐอาจกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งภายใน “2-3 วัน” หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขสันติภาพของสหรัฐ ขณะที่ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจา ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยังส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ไม่สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ และกลับมาให้น้ำหนักต่อความเป็นไปได้ของการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวบางส่วน หลังปธน.สี จิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบในตะวันออกกลางโดยทันที และสนับสนุนให้การเจรจาดำเนินต่อไป ระหว่างการหารือร่วมกับปธน.ปูติน ของรัสเซีย โดยผู้นำจีนระบุว่าการยุติสงครามจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และระบบการค้าโลก ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายลง อาจช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเปิดทางให้ธนาคารกลางกลับมาทบทวนนโยบายการเงินในระยะถัดไป ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC Minutes) อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มราคาทองคำในระยะต่อไป