02 มิถุนายน 2569

เทรดทองช่วงมิถุนายน–กรกฎาคม ทำไมหลายคนมองว่าเป็นจังหวะน่าสะสมทองคำ?

เทรดทองช่วงมิถุนายน–กรกฎาคม ทำไมหลายคนมองว่าเป็นจังหวะน่าสะสมทองคำ?

เทรดทองต้องรู้ ทำไมช่วงมิถุนายน–กรกฎาคมถึงถูกจับตาเป็นพิเศษ?

สำหรับนักลงทุนที่สนใจ “เทรดทอง” หนึ่งในคำถามที่มักเกิดขึ้นคือ ช่วงเวลาไหนของปีที่เหมาะกับการเข้าซื้อหรือวางแผนสะสมทองคำมากที่สุด?

นอกจากการดูกราฟทางเทคนิค ข่าวเศรษฐกิจ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศแล้ว ยังมีอีกหนึ่งแนวคิดที่นักลงทุนทองคำทั่วโลกให้ความสนใจ นั่นคือ “Gold Seasonality” หรือรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำตามฤดูกาล

ข้อมูลย้อนหลังหลายแหล่งพบว่า ช่วงเดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคมมักเป็นช่วงที่ราคาทองคำมีแนวโน้มอ่อนตัวหรือเคลื่อนไหวไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงอื่นของปี จึงทำให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าช่วงนี้อาจเป็น “จังหวะสะสม” ก่อนเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการทองคำทั่วโลกกลับมาเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี

อย่างไรก็ตาม การเทรดทองไม่ควรตัดสินใจจากฤดูกาลเพียงอย่างเดียว เพราะราคาทองคำยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก

Gold Seasonality คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการเทรดทองอย่างไร?

Gold Seasonality คือการศึกษารูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในแต่ละช่วงเวลาของปี โดยอาศัยข้อมูลราคาย้อนหลังหลายปี เพื่อดูว่าช่วงเดือนไหนราคาทองคำมักแข็งแรง ช่วงเดือนไหนมักอ่อนตัว หรือช่วงไหนมีโอกาสเกิดการพักฐาน

แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าราคาทองจะต้องปรับขึ้นหรือลงเหมือนเดิมทุกปี แต่เป็นการใช้ข้อมูลเชิงสถิติเพื่อช่วยให้นักลงทุนมีมุมมองประกอบการวางแผนมากขึ้น

สำหรับคนที่เทรดทอง Seasonality อาจช่วยตอบคำถามสำคัญ เช่น

  • ควรรอซื้อช่วงที่ราคามักอ่อนตัวหรือไม่?
  • ช่วงไหนควรระวังแรงขายทำกำไร?
  • ช่วงไหนตลาดทองคำมักกลับมามีแรงซื้อ?
  • ควรใช้กลยุทธ์ทยอยสะสมหรือรอจังหวะเบรกเอาต์?

เมื่อใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและกราฟเทคนิค Seasonality จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนวางแผนเทรดทองได้รอบคอบมากขึ้น

ทำไมเดือนมิถุนายน–กรกฎาคมจึงถูกมองว่าเป็นช่วงน่าสนใจสำหรับการเทรดทอง?

1. สถิติย้อนหลังชี้ว่ามิถุนายนมักเป็นเดือนที่ราคาทองอ่อนตัว

ข้อมูลจาก Seasonax ซึ่งศึกษาสถิติราคาทองคำย้อนหลัง 25 ปี พบว่า ช่วงวันที่ 1 มิถุนายนถึง 1 กรกฎาคม ราคาทองคำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบประมาณ 0.80% และมีโอกาสปิดบวกเพียง 40% เท่านั้น

อีกชุดข้อมูลจาก Seasonax ยังพบว่า ช่วงประมาณวันที่ 6 มิถุนายนถึง 6 กรกฎาคม ราคาทองคำเคยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบราว 1.46% และมีสัดส่วนปีที่ให้ผลตอบแทนบวกค่อนข้างต่ำ

ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคมถูกมองว่าเป็นหนึ่งในช่วงที่ราคาทองคำมักเผชิญแรงกดดันตามฤดูกาล นักลงทุนบางกลุ่มจึงเลือกใช้ช่วงนี้เป็นจังหวะเฝ้าระวังราคาย่อตัว หรือทยอยสะสมทองคำสำหรับแผนระยะกลางถึงยาว

แต่สิ่งสำคัญคือ สถิติย้อนหลังไม่ใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคต นักลงทุนจึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจเทรดทอง

2. ช่วงกลางปีมักเป็น Low Season ของความต้องการทองคำ

ราคาทองคำไม่ได้เคลื่อนไหวจากแรงซื้อของนักลงทุนในตลาดการเงินเท่านั้น แต่ยังได้รับอิทธิพลจากความต้องการทองคำทางกายภาพ เช่น ทองคำแท่ง เหรียญทอง และเครื่องประดับ

ในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม ความต้องการทองคำในบางตลาดใหญ่อาจชะลอตัวลงชั่วคราว เพราะเป็นช่วงที่ยังไม่เข้าสู่เทศกาลสำคัญปลายปี และผ่านช่วงซื้อทองบางรอบไปแล้ว

โดยเฉพาะประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ของโลก ความต้องการทองคำมักกลับมาโดดเด่นในช่วงเทศกาลสำคัญและฤดูกาลแต่งงาน เช่น Diwali, Dhanteras และช่วงปลายปี

ดังนั้น ช่วงกลางปีจึงมักเป็นช่วงที่แรงซื้อทองคำทางกายภาพยังไม่หนาแน่นเท่ากับช่วงครึ่งหลังของปี ส่งผลให้ราคาทองคำมีโอกาสเคลื่อนไหวอ่อนตัวหรือพักฐานได้

3. หลังต้นกรกฎาคม ตลาดทองมักเริ่มเข้าสู่ช่วงที่แข็งแรงขึ้น

แม้เดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคมจะถูกมองว่าเป็นช่วงอ่อนตัวของราคาทองคำ แต่ข้อมูล Seasonality หลายชุดพบว่า หลังจากผ่านช่วงดังกล่าว ราคาทองมักเริ่มสร้างฐานและมีโอกาสกลับมาแข็งแรงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่

  • ความต้องการทองคำในอินเดียและเอเชียที่มักเพิ่มขึ้นช่วงเทศกาล
  • การกลับมาของเม็ดเงินลงทุนหลังช่วงกลางปี
  • การจัดพอร์ตของนักลงทุนสถาบันก่อนเข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย
  • ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่ตลาดการเงินมีความไม่แน่นอน
  • แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางในบางช่วงเวลา

สำหรับนักลงทุนที่เทรดทอง ช่วงปลายมิถุนายนถึงกรกฎาคมจึงอาจเป็นจุดที่ควรจับตาเป็นพิเศษ เพราะหากราคาทองพักฐานและเริ่มมีสัญญาณกลับตัว อาจเป็นโอกาสวางแผนเข้าซื้อหรือเปิดสถานะตามแนวโน้มใหม่ได้

ปัจจัยสำคัญที่ต้องดูควบคู่กับ Seasonality

แม้ข้อมูลตามฤดูกาลจะน่าสนใจ แต่การเทรดทองที่ดีควรดูหลายปัจจัยร่วมกัน เพราะราคาทองคำเป็นสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก

1. ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed

ดอกเบี้ยสหรัฐเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาทองคำ หากตลาดคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ย ทองคำมักได้รับแรงหนุน เพราะต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองลดลง แต่หากตลาดคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยสูงนาน หรือมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองอาจถูกกดดัน เพราะนักลงทุนอาจหันไปถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน เช่น พันธบัตร

ดังนั้น คนที่เทรดทองควรติดตามถ้อยแถลงของ Fed ตัวเลขเงินเฟ้อ และข้อมูลแรงงานสหรัฐอย่างใกล้ชิด

2. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

ทองคำมักมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงข้ามกับค่าเงินดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองคำในตลาดโลกอาจถูกกดดัน เพราะทองคำที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น แต่เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองคำมักมีโอกาสปรับตัวขึ้น เพราะทองคำดูน่าสนใจมากขึ้นในสายตานักลงทุนทั่วโลก

3. Bond Yield หรือผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ

Bond Yield เป็นอีกตัวแปรที่นักเทรดทองต้องติดตาม หากผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้น ทองคำอาจถูกกดดัน เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย

แต่หาก Bond Yield ลดลง ทองคำมักได้แรงหนุน เพราะต้นทุนในการถือทองลดลง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางช่วงราคาทองคำจึงเคลื่อนไหวแรงหลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

4. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อเกิดความตึงเครียดระหว่างประเทศ สงคราม หรือความไม่แน่นอนทางการเมือง ราคาทองคำมักมีแรงซื้อเข้ามาอย่างไรก็ตาม บางครั้งราคาทองอาจไม่ได้ปรับขึ้นทันที หากตลาดให้น้ำหนักกับปัจจัยอื่นมากกว่า เช่น ดอลลาร์แข็งค่า หรือ Bond Yield สูงขึ้น
ดังนั้น คนที่เทรดทองไม่ควรมองข่าวสงครามเพียงด้านเดียว แต่ควรดูภาพรวมของตลาดการเงินประกอบด้วย

5. แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลาง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงให้ความสำคัญกับการถือทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ แรงซื้อจากธนาคารกลางถือเป็นปัจจัยพื้นฐานระยะยาวที่ช่วยสนับสนุนราคาทองคำ แม้ระยะสั้นราคาจะผันผวนตามข่าวเศรษฐกิจและค่าเงินก็ตาม

สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว ปัจจัยนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ทองคำยังคงมีบทบาทในพอร์ตการลงทุน

กลยุทธ์เทรดทองช่วงมิถุนายน–กรกฎาคมควรทำอย่างไร?

1. ไม่ไล่ซื้อเมื่อราคาดีดแรงเกินไป

แม้ช่วงมิถุนายน–กรกฎาคมจะถูกมองว่าเป็นจังหวะน่าสะสม แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องซื้อทันทีทุกครั้ง หากราคาทองดีดขึ้นแรงในระยะสั้น นักลงทุนควรรอจังหวะย่อตัวหรือรอให้ราคาเข้าสู่โซนแนวรับสำคัญก่อน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อในจุดที่ราคาแพงเกินไป

2. ใช้วิธีทยอยสะสมแทนการซื้อครั้งเดียว

สำหรับผู้ที่ต้องการถือทองระยะกลางถึงยาว การทยอยสะสมอาจเหมาะกว่าการซื้อทั้งหมดในครั้งเดียว เพราะช่วยกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาโดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังมีปัจจัยไม่แน่นอน เช่น ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์ หรือข่าวความขัดแย้งระหว่างประเทศ

3. วางจุดตัดขาดทุนทุกครั้งสำหรับสายเทรด

สำหรับนักลงทุนที่เทรดทองระยะสั้นหรือใช้สัญญาซื้อขายที่มี Leverage การวาง Stop Loss เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะราคาทองคำสามารถผันผวนแรงจากข่าวเศรษฐกิจหรือข่าวการเมืองระหว่างประเทศได้ภายในเวลาไม่นาน การมีแผนบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจนจึงสำคัญกว่าการคาดเดาทิศทางราคาเพียงอย่างเดียว

4. ใช้แนวรับ–แนวต้านประกอบการตัดสินใจ

นักลงทุนควรดูระดับแนวรับและแนวต้านสำคัญของราคาทองคำควบคู่กับข้อมูล Seasonality หากราคาทองลงมาใกล้แนวรับสำคัญในช่วงที่สถิติฤดูกาลเริ่มเข้าสู่จังหวะฟื้นตัว อาจเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการวางแผน แต่หากราคาหลุดแนวรับสำคัญ อาจต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง และไม่ควรรีบเข้าซื้อโดยไม่มีสัญญาณยืนยัน

5. ติดตามบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ

การเทรดทองจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์ เพราะราคาทองคำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นักลงทุนจึงควรติดตามบทวิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ทั้งด้านปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค สำหรับผู้ที่ต้องการเทรดทองอย่างมีแบบแผน การมีบทวิเคราะห์รายวัน แนวรับ–แนวต้าน และมุมมองตลาดจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ตัดสินใจได้รอบคอบมากขึ้น

เทรดทองช่วงกลางปี เหมาะกับใครบ้าง?

การเทรดทองช่วงมิถุนายน–กรกฎาคมอาจเหมาะกับนักลงทุนหลายกลุ่ม เช่น

  • นักลงทุนที่ต้องการทยอยสะสมทองคำระยะยาว
  • นักลงทุนที่รอจังหวะราคาพักฐาน
  • นักเทรดที่ต้องการหาจุดเข้าใกล้แนวรับ
  • ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในพอร์ต
  • ผู้ที่มองว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้ Leverage หรือเทรดระยะสั้นควรระวังความผันผวนเป็นพิเศษ เพราะแม้สถิติย้อนหลังจะชี้ว่าช่วงนี้มักอ่อนตัว แต่ข่าวสำคัญเพียงข่าวเดียวก็สามารถทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวสวนทางได้ทันที

ข้อควรระวังในการใช้ Seasonality เทรดทอง

แม้ Gold Seasonality จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่มีข้อจำกัดที่นักลงทุนต้องเข้าใจ

  1. ฤดูกาลไม่ได้เกิดซ้ำเหมือนเดิมทุกปี
  2. ข้อมูลย้อนหลังไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนในอนาคต
  3. ราคาทองคำอาจถูกขับเคลื่อนด้วยข่าวใหญ่ เช่น สงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายดอกเบี้ย
  4. การเทรดทองต้องมีแผนบริหารความเสี่ยงเสมอ
  5. ไม่ควรใช้ Seasonality เพียงอย่างเดียวในการเปิดสถานะ

ดังนั้น วิธีที่เหมาะสมคือใช้ Seasonality เป็น “ตัวช่วยวางแผน” ไม่ใช่ “สัญญาณซื้อขายโดยตรง”

สรุป เทรดทองช่วงมิถุนายน–กรกฎาคมควรมองอย่างไร?

ช่วงเดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคมมักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในช่วงที่น่าสนใจสำหรับการวางแผนเทรดทอง เพราะข้อมูลย้อนหลังหลายแหล่งพบว่าราคาทองคำมักอ่อนตัวหรือพักฐานในช่วงนี้ ก่อนเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการทองคำมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี

ปัจจัยสำคัญมาจากลักษณะของ Gold Seasonality ความต้องการทองคำทางกายภาพที่มักชะลอตัวในช่วงกลางปี และการกลับมาของแรงซื้อในช่วงเทศกาลสำคัญปลายปี โดยเฉพาะจากตลาดเอเชียและอินเดีย

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรตัดสินใจจากฤดูกาลเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ดอกเบี้ยสหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ Bond Yield ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มการซื้อทองของธนาคารกลาง

สำหรับผู้ที่ต้องการเทรดทองอย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนล่วงหน้า ติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้รับมือกับความผันผวนของตลาดทองคำได้ดียิ่งขึ้น

เริ่มต้นเทรดทองอย่างมั่นใจ ต้องมีข้อมูลที่ดีประกอบการตัดสินใจ

ตลาดทองคำเป็นตลาดที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา และได้รับผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจทั่วโลก การมีข้อมูล บทวิเคราะห์ และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเทรดทองอย่างจริงจัง

YLG พร้อมนำเสนอข้อมูลข่าวสาร บทวิเคราะห์ราคาทองคำ แนวรับ–แนวต้าน และมุมมองตลาดจากทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์ทองคำได้อย่างรอบด้าน และวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Seasonax: Gold Bugs: Take Note That June Is Historically the Weakest Month
  2. Seasonax: Gold’s June Drag: Will Seasonal Weakness Pull Prices Back?
  3. World Gold Council: Gold Demand Trends
  4. World Gold Council: Gold Demand Trends – India Focus Q1 2026
  5. Forex.com: Gold Outlook – Seasonal Weakness and Fading Momentum Hint at June Pullback
  6. Reuters: Indian gold demand and festive season demand
  7. Gold Price Forecast: How Seasonality Impacts the Gold Price