19 May 2026

ทำไมสงครามอิหร่านถึงทำให้ทองลง ทั้งที่ควรขึ้น?

ทำไมสงครามอิหร่านถึงทำให้ทองลง ทั้งที่ควรขึ้น?

ราคาทองคำวันนี้ยืนอยู่แถว $4,558 ต่อออนซ์ ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $5,595 เมื่อต้นปีเกือบ 19% และถ้านับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นในช่วงปลายกุมภาพันธ์ ทองร่วงลงมาแล้วกว่า 10% ในขณะที่น้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นกว่า 37% คนที่ติดตามราคาทองวันนี้หลายคนคงสงสัย  สงคราม ความไม่แน่นอน ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เหตุผลที่ทองควรวิ่งขึ้นหรือ?

คำตอบอยู่ที่ความเข้าใจผิดพื้นฐานเกี่ยวกับธรรมชาติของ gold ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

ทองไม่ได้ป้องกันเงินเฟ้อ ทองป้องกันความล้มเหลวของนโยบายการเงิน
นี่คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด ทองคำไม่ได้เป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อโดยตรง แต่เป็นสินทรัพย์ป้องกันวันที่ธนาคารกลางสูญเสียความน่าเชื่อถือในการควบคุมเงินเฟ้อ เมื่อเงินเฟ้อเพิ่งเริ่มสูงขึ้นในระดับที่ตลาดยังเชื่อว่า Fed จัดการได้ ทองกลับไม่ใช่สินทรัพย์ที่นักลงทุนแห่ซื้อ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ Fed จะตอบสนองด้วยการคงดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทำให้พันธบัตรรัฐบาลน่าดึงดูดกว่าทองที่ไม่มีดอกเบี้ย

สงครามอิหร่านครั้งนี้สร้างการขาดแคลนพลังงานกะทันหัน น้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียหายไปจากตลาดราว 14.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตาม Goldman Sachs ผลักดันให้ Brent แตะจุดสูงสุดที่ $126 ต่อบาร์เรล ก่อนทรงตัวแถว $100 ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งต่อไปยังต้นทุนสินค้าทุกชนิด และในเดือนเมษายน CPI สหรัฐพุ่งขึ้นสูงกว่าที่ตลาดคาด

ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่กดทอง
เมื่อเงินเฟ้อสูง Fed ไม่มีทางลดดอกเบี้ย CME FedWatch Tool ล่าสุดสะท้อนว่า 95.9% ของตลาดคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50–3.75% ต่อไป และมีการคาดการณ์ว่าทิศทางต่อไปของดอกเบี้ยอาจเป็นขาขึ้น ไม่ใช่ขาลง เมื่อดอกเบี้ยสูงและดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนขาย gold ออกไปถือพันธบัตรแทน เพราะได้ผลตอบแทนดีกว่า กล่าวง่ายๆ คือน้ำมันขึ้นจากการที่ supply หายไปจริงๆ ส่วนทองกลับถูกกดดันจากผลพลอยได้ของน้ำมันแพงนั่นเอง

แล้วทองไม่มีอนาคตแล้วหรือ?
ยังไม่ใช่เวลาที่จะสรุปแบบนั้น Goldman Sachs ยังคงเป้าทองปลายปี 2026 ที่ $5,400 ต่อออนซ์ โดยอิงจากสองปัจจัยใหญ่ที่ยังไม่เปลี่ยน หนึ่งคือธนาคารกลางทั่วโลกยังซื้อทองต่อเนื่อง โดยในการสำรวจล่าสุดของ Goldman ราว 70% ของธนาคารกลางที่ร่วมประชุมคาดว่าสัดส่วนทองในทุนสำรองโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และส่วนใหญ่คาดราคาทองจะกลับขึ้นเหนือ $5,000 ภายในหนึ่งปี สองคือหากความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านคลี่คลาย น้ำมันลด เงินเฟ้อลด และ Fed มีทางลดดอกเบี้ยได้ในที่สุด demand จากนักลงทุนรายย่อยจะกลับมา

ทองที่กำลังผันผวนอยู่ในกรอบ $4,400–$4,800 ไม่ใช่สัญญาณสิ้นสุดของขาขึ้น แต่เป็นภาพสะท้อนของตลาดที่กำลังยื้อกันระหว่างแรงกดระยะสั้นกับแรงหนุนโครงสร้างระยะยาว

สำหรับคนที่ลงทุนทอง ออมทอง หรือเทรดทองอยู่ในตอนนี้ การเข้าใจปฏิกิริยาลูกโซ่นี้สำคัญกว่าการดูแค่หัวข้อข่าว เพราะเมื่อไหร่ที่ความเชื่อมั่นในธนาคารกลางสั่นคลอนจริงๆ นั่นคือวันที่ gold แสดงศักยภาพเต็มที่

ติดตามราคาทองวันนี้และวิเคราะห์ตลาด gold ได้ทุกวันที่ YLG Bullion วายแอลจี พาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุนทองคำ ไม่ว่าจะลงทุนทอง เทรดทอง ออมทอง หรือซื้อทองออนไลน์

วันที่: 19 พฤษภาคม 2026