คำแนะนำ
- สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ซื้อคืนสถานะขายหากไม่หลุด 4,054-4,019 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- หากหลุดชะลอการซื้อคืนไปที่รับถัดไป พร้อมขยับ Trailing Stop มากันทุน
- เปิดสถานะขายอีกครั้ง หากราคาดีดไม่ผ่าน 4,098-4,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันนี้ปรับตัวลดลง โดยเผชิญแรงกดดันจากการกลับมาปะทะกันระหว่างสหรัฐและอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นและกระตุ้นความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้ออีกครั้ง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเห็นพ้องในการระงับการโจมตีเพิ่มเติมก่อนกลับเข้าสู่การเจรจาสันติภาพที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ภายในสัปดาห์นี้ แต่ตลาดยังคงประเมินว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้ต้นทุนพลังงานทรงตัวในระดับสูงต่อไป ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) โดย CME FedWatch Tool ล่าสุดสะท้อนว่าตลาดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 3 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย และจำกัดโอกาสการฟื้นตัวของราคาทองคำในระยะสั้น ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากข้อมูลตลาดแรงงานจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ FED ใช้ประกอบการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย และอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และราคาทองคำในระยะถัดไป