คำแนะนำ
- สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทำกำไรสถานะซื้อหากดีดไม่ผ่าน 4,494-4,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- พร้อมขยับ Trailing Stop มาเหนือทุนเพื่อคุมความเสี่ยง
- เปิดสถานะซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับ 4,424 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- หากหลุดชะลอไปซื้อที่ 4,395-4,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 4,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังเผชิญแรงกดดันจากมุมมองที่ว่าธนาคารกลางหลักทั่วโลกอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงานซึ่งปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน ความหวังต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มลดลง หลังทั้งสองฝ่ายกลับมาโจมตีกันอีกครั้ง และความขัดแย้งได้ลุกลามกระทบถึงบาห์เรนและคูเวต นับเป็นการยกระดับความรุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงในช่วงต้นเดือนเมษายน ด้าน เบธ แฮมแม็ก ประธานเฟด คลีฟแลนด์ ระบุว่า FED อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์ก มองว่าผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากสงครามในตะวันออกกลางอาจไม่ยืดเยื้อ และยังไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในปัจจุบัน แม้ภาวะดอกเบี้ยสูงจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย แต่ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงช่วยพยุงแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน ด้านนักวิเคราะห์จาก StoneX มองว่าตลาดทองคำกำลังอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้น โดยคาดว่าราคาทองคำอาจแกว่งตัวผันผวนในช่วงที่เหลือของปี ก่อนมีโอกาสปรับขึ้นสู่บริเวณ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในระยะถัดไป ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ FED ต่อไป