ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 16 สิงหาคม 2562

• (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกร่วงลงในเดือนส.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ลดลงสู่ระดับ 16.8 ในเดือนส.ค. หลังจากแตะระดับ 21.8 ในเดือนก.ค. การร่วงลงของดัชนีภาวะธุรกิจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงาน ขณะที่นักลงทุนลดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในอนาคต แม้ว่าคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของภาคธุรกิจ • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 9,000 ราย สู่ระดับ 220,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 214,000 ราย • (+) กองทัพเกาหลีใต้เผย เกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิด 2 ลูกลงสู่ทะเลตะวันออกเช้านี้ คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิด 2 ลูก ลงสู่ทะเลตะวันออกในช่วงเช้าวันนี้ • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 99.97 จุด รับยอดค้าปลีกสดใส,ผลประกอบการ”วอลมาร์ท”ดีเกินคาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดฟื้นตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ รวมทั้งผลประกอบการที่สดใสของบริษัทวอลมาร์ท อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ หลังจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่างซิสโก้ ซีสเต็มส์ ร่วงลงอย่างหนัก อันเนื่องมาจากยอดขายที่ตกต่ำในประเทศจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,579.39 จุด เพิ่มขึ้น 99.97 จุด หรือ +0.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,847.60 จุด เพิ่มขึ้น 7.00 จุด หรือ +0.25% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,766.62 จุด ลดลง 7.32 จุด หรือ -0.09% • (-) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกพุ่งเกินคาดในเดือนก.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 0.7% ในเดือนก.ค.

เหตุใด? ทองคำจึงผันผวนหนักในระยะนี้

ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆทั่วโลกที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดทองคำเหวี่ยงตัวรุนแรง      ความผันผวนอย่างหนัก เริ่มเห็นได้ชัดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 ส.ค.) ระหว่างวันราคาทองคำค่อยๆไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดย story ที่หนุนราคาทองคำในช่วงนั้นเป็นเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการเกิดเศรษฐกิจถดถอย หลังจากสถาบันการเงินหลายแห่งทั่วโลกออกรายงานเตือนว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะเกิด recession หาก trade war สหรัฐ-จีนยังยืดเยื้อต่อ ประกอบกับอีกหนึ่ง story นั่นคือประเด็นการประท้วงในฮ่องกงที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนทางการจีนใช้คำว่า “ก่อการร้าย” ถือเป็นการเตือนอย่างรุนแรงที่สุดต่อกลุ่มผู้ชุมนุม กระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง หนุนแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ      แต่หลังจากที่ราคาทองคำขึ้นไปทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ไม่นาน ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐ ก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้ตลาด ด้วยการประกาศ “ชะลอ” การเก็บภาษีจากจีนรอบใหม่ออกไปก่อน (จากเดิม 1 ก.ย ไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.) ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นขานรับประเด็นดังกล่าว แน่นอนว่าทองคำก็ถูกขายออกมากดดันราคาทองคำร่วงลงแตะ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นการเหวี่ยงลงมากกว่า 50 เหรียญ ภายในระยะเวลาสั้นๆ      หลังจากราคาทองคำร่วงเพียงไม่นาน ก็มีแรงซื้อกลับเข้ามา โดยมี story ใหม่มาขับเคลื่อน เป็นเรื่องของความวิตกในตลาดพันธบัตรสหรัฐ ที่ส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต โดยเกิดภาวะ Inverted Yield Curve ระหว่างพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี กับ 2 ปี โดยข้อมูลสถิติบ่งชี้ว่า หากเกิดภาวะดังกล่าวแล้้ว หลังจากนั้นเฉลี่ยราว 22 เดือน จะตามมาด้วยเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ส่งผลให้เกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง สะท้อนได้จากดัชนี Dow Jones ดิ่งลงกว่า 800 จุด หรือ -3.05% ในวันพุธ ซึ่งเป็นการร่วงลงวันเดียวเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในรอบปี หนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นทดสอบบริเวณ 1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงดึกของวันพุธ(14 ส.ค.) และทรงตัวรักษาช่วงบวกต่อเนื่องมายังเช้าวันพฤหัสบดี (15 ส.ค.)      สำหรับปัจจัยที่น่าติดตาม แนะนำให้นักลงทุนเน้นจับตาท่าทีของสหรัฐ-จีน

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 15 สิงหาคม 2562

• (+) ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีดีดตัวเหนืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งจะบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ณ เวลา 17.48 น.ตามเวลาไทยเมื่อวานนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี อยู่ที่ระดับ 1.630% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 1.623% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 2.065% ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน ทั้งนี้ การเกิดภาวะ inversion ของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มเผชิญภาวะถดถอย นักลงทุนจับตาค่าสเปรดระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี เนื่องจากการเกิดภาวะ inversion ของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดังกล่าว ได้บ่งชี้ภาวะถดถอยในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ครั้งล่าสุดในเดือนธ.ค.2548 โดยเกิดขึ้น 2 ปีก่อนที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเนื่องจากวิกฤตการเงิน ผลการสำรวจพบว่า หลังจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve โดยเฉลี่ยราว 22 เดือน เศรษฐกิจสหรัฐก็จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามมา • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 800.49 จุด วิตกตลาดพันธบัตรสหรัฐส่งสัญญาณศก.ถดถอย ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 800 จุดเมื่อคืนนี้ (14 ส.ค.) หลังจากตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve หรือภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนที่ขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 17 ปี และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีที่หดตัวลงในไตรมาส 2 ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 สิงหาคม 2562

• (+) “ทรัมป์”แฉข่าวกรองระบุจีนกำลังเคลื่อนกำลังทหารไปยังชายแดนติดฮ่องกง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาได้รับข่าวกรองบ่งชี้ว่า รัฐบาลจีนกำลังเคลื่อนกำลังทหารไปยังชายแดนที่ติดกับฮ่องกง ปธน.ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่รวมตัวในท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UNHCHR) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในฮ่องกงใช้ความอดกลั้น และให้มีการสอบสวนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมในลักษณะที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ • (-) สหรัฐประกาศชะลอเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. สหรัฐชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. พร้อมกับถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ โดยระบุถึงปัจจัยด้านสุขภาพ, ความปลอดภัย และความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10% นอกจากนี้ USTR ยังได้ระบุว่า การเก็บภาษีต่อสินค้าประเภทอื่นจะมีการชะลอออกไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับการชะลอการจัดเก็บภาษี ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ คอนโซลวิดีโอเกม ของเล่น จอมอนิเตอร์ รองเท้า และเสื้อผ้า การประกาศดังกล่าวของ USTR มีขึ้นในวันนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนมีกำหนดเจรจาการค้าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวานนี้ว่า การที่เขาตัดสินใจชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของชาวสหรัฐในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดการเจรจาการค้าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 372.54 จุด ขานรับสหรัฐชะลอเรียกเก็บภาษีจีน ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (13 ส.ค.) หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งเป็นสองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นของบริษัทที่เข้าไปลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน เช่น แอปเปิล และอินเทล ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,279.91 จุด เพิ่มขึ้น 372.54 จุด หรือ

1 2 3 4 251