ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 28 มกราคม 2562

• (+) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ลดลงในเดือนธ.ค. สวนทางคาดการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 0.4% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 694,000 ยูนิต ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3 สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 730,000 ยูนิต หลังจากแตะระดับ 697,000 ยูนิตในเดือนพ.ย. • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 453.93 จุด วิตกไวรัสโคโรนาฉุดเศรษฐกิจโลก ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เช่น หุ้นกลุ่มสายการบิน โรงแรม และสถานกาสิโน ต่างก็ดิ่งลงอย่างหนัก หลังจากรัฐบาลจีนขยายเวลาวันหยุดในเทศกาลตรุษจีนและมีคำสั่งห้ามทัวร์จีนเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,535.80 จุด ร่วงลง 453.93 จุด หรือ -1.57% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,243.63 จุด ลดลง 51.84 จุด หรือ -1.57% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,139.31 จุด ลดลง 175.60 จุด หรือ -1.89% • (+) เยอรมนียืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกในรัฐบาวาเรีย เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขรัฐบาวาเรียของเยอรมนียืนยันการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกเมื่อคืนนี้ โดยระบุว่า ชายที่ติดเชื้อดังกล่าวมาจากเมืองสตาร์นเบิร์ก ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมิวนิคไปทางตะวันเฉียงใต้ราว 30 กิโลเมตร ทั้งนี้ คณะทำงานด้านโรคติดเชื้อของสำนักงานความปลอดภัยด้านสุขภาพและอาหารของรัฐบาวาเรียระบุว่า ผู้ป่วยดังกล่าวได้ถูกแยกตัวเพื่อเฝ้าติดตามอาการ ขณะที่เขายังคงอยู่ในอาการที่ดี ส่วนผู้ที่ติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อดังกล่าวนั้นได้รับการตรวจร่างกายและอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว พร้อมทั้งได้รับแจ้งให้ทราบถึงอาการที่เป็นไปได้ มาตรการด้านสุขอนามัย และช่องทางการแพร่เชื้อ • (-) เฟดดัลลัสเผยดัชนีภาคการผลิตเท็กซัสดีดตัวขึ้นในเดือนม.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตรัฐเท็กซัสดีดตัวสู่ระดับ 10.5 ในเดือนม.ค. จากระดับ 3.6 ในเดือนธ.ค. • (-)

จากไวรัสซาร์ สู่ไวรัสอู่ฮั่น กับผลกระทบที่อาจเกิดต่อทองคำ

ในปี 2003 เกิดการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ ซาร์ (SARS; Severe Acute Respiratory Syndrome) โดยจุดเริ่มต้นของการพบผู้ป่วยซาร์เกิดขึ้นครั้งแรกในเดือนพ.ย.ของปี 2002 ที่มณฑลกวางตุ้งของจีน ก่อนที่ในเดือนก.พ. ปี 2003 การระบาดของซาร์จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วจากจีนไปสู่ฮ่องกง และระบาดต่อเนื่องไปยังอีก 30 ประเทศทั่วโลก ก่อนที่องค์กรอนามัยโลก(WHO)จะประกาศสิ้นสุดการระบาดของซาร์ในเดือนก.ค.ปีเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากซาร์มากถึง 774 คนทั่วโลก จากจำนวนผู้ป่วย 8,098 คน หรือ คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตที่ 9.56% เกือบ 17 ปีให้หลัง ทั่วโลกได้รู้จักกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ โดยต้นกำเนิดของการระบาดนั้นมาจากเมืองอู่ฮั่นของจีนจึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” นั่นเอง คำถาม คือ การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำอย่างไรบ้าง YLG จึงขอพานักลงทุนย้อนกลับไปสู่ ช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อนำเอาสถิติในอดีตมาเทียบเคียงกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้สามารถประเมินว่าผลกระทบของการระบาดของโรคต่อทองคำนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในทางลบและทางบวก สำหรับผลกระทบในทางลบ เกิดขึ้นต่อปริมาณความต้องการบริโภคทองคำของจีน เนื่องจากจีนเป็นผู้บริโภคทองคำอันดับหนึ่งของโลก ขณะที่การระบาดของโรคนั้นเกิดขึ้นในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ซึ่งอาจทำให้ชาวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วง Golden week และอาจกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของชาวจีนในช่วงหยุดยาวตรุษจีน รวมถึงอาจส่งผลต่อแรงซื้อทองคำในช่วงก่อนหน้าเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นเทศกาลซื้อทองคำที่ใหญ่ที่สุดที่มาจากผู้บริโภครายเดียว ยิ่งถ้าหากย้อนกลับไปดูในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2003 ที่เกิดการระบาดของซาร์ จะเห็นได้ชัดว่าตัวเลขปริมาณความต้องการบริโภคทองคำของจีนในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงเกือบ 1 ใน 3 จากไตรมาสก่อนหน้าจากระดับ 63.2 ตันในช่วงไตรมาส 1 สู่ระดับ 44.6 ตันในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2003 ก่อนที่ปริมาณความต้องการบริโภคทองคำของจีนจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 3 สู่ระดับ 58.6 ตันซึ่งเป็นช่วงหลังจากสิ้นสุดการระบาดของซาร์ สำหรับผลกระทบในทางบวก มาจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอันเนื่องมาจากความวิตกว่าการระบาดของโรคจะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ดังเช่นที่เคยกระทบต่อ GDP ในปี 2003 ของจีน มากกว่า 1% รวมถึงกระทบต่อ GDP โลกราว 0.1% ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ราคาทองคำสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ “สะท้อนจากราคาทองคำในช่วงตั้งแต่เดือนธ.ค. 2002 -เม.ย. 2003 ที่เกิดความวิตกเกี่ยวกับซาร์สูงที่สุด

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 27 มกราคม 2562

• (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 170.36 จุด นลท.วิตกไวรัสโคโรนา,พบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ในสหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนได้เทขายหุ้นออกมา ท่ามกลางความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับขอบเขตการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มขึ้นในประเทศจีน และขณะนี้สหรัฐพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นรายที่ 2 แล้ว ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,989.73 จุด ลดลง 170.36 จุด หรือ -0.58%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,295.47 จุด ลดลง 30.07 จุด หรือ -0.90% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,314.91 จุด ลดลง 87.57 จุด หรือ -0.93% • (+) บอนด์ยีลด์สหรัฐร่วงหลุด 1.70% ต่ำสุดรอบ 3 เดือน ผวาไวรัสลามสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดิ่งลงในวันนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.70% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในสหรัฐ ณ เวลา 23.53 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.693% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.137% • (+) “ทรัมป์”สั่งเพิ่มภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กและอะลูมิเนียม มีผลบังคับใช้ 8 ก.พ.นี้ สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้ลงนามในประกาศเมื่อวานนี้เพื่อปรับขึ้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าอีก 25% และขึ้นภาษีผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมอีก 10% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, บราซิล, แคนาดา, เม็กซิโก และเกาหลีใต้ จะได้รับการยกเว้นจากการที่สหรัฐปรับขึ้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า ขณะที่อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, แคนาดา

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 24 มกราคม 2562

• (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 26.18 จุด นลท.กังวลไวรัสโคโรนาระบาดรวดเร็ว ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (23 ม.ค.) โดยหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพร่วงลงหลังจากมีรายงานว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 ยังคงปิดในแดนบวก ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ โดยได้แรงหนุนจากราคาหุ้นเน็ตฟลิกซ์ที่พุ่งขึ้นกว่า 7% ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,160.09 จุด ลดลง 26.18 จุด หรือ -0.09% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,325.54 จุด เพิ่มขึ้น 3.79 จุด หรือ +0.11% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,402.48 จุด เพิ่มขึ้น 18.71 จุด หรือ +0.20% • (+) Conference Board เผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจปรับตัวลงในเดือนธ.ค. Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลง 0.3% สู่ระดับ 111.2 ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย. • (+) บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีร่วงต่ำกว่า 1.75% จับตาไวรัสโคโรนาลุกลาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.75% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ณ เวลา 00.41 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.72% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.17% • (+) ผู้เชี่ยวชาญเตือนการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนารุนแรงมากขึ้น

1 2 3 288