News

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 15 มกราคม 2562

• (+) สื่อเผยสหรัฐจะไม่ลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติม จนกว่าหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพ.ย. สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ภาษีนำเข้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่สหรัฐเรียกเก็บจากจีนในปัจจุบันนั้น จะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนกระทั่งหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ ส่วนการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมในวันข้างหน้านั้น จะขึ้นอยู่กับว่าจีนจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อตกลงการค้าเฟสแรกหรือไม่ บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทั้งจีนและสหรัฐมีความเข้าใจตรงกันว่า หลังจากการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกที่ทำเนียบขาวในวันพุธที่ 15 ม.ค.เสร็จสิ้นลงไม่เกิน 10 เดือน สหรัฐจึงจะเริ่มทำการทบทวนความคืบหน้าและความเป็นไปได้ในการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติมอีก 3.60 แสนล้านดอลลาร์ การกำหนดเวลาทบทวนดังกล่าว มีเป้าหมายที่จะให้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีเวลาในการตรวจสอบว่า จีนปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลงการค้าเฟสแรกหรือไม่ • (+) กูรูแนะนักลงทุนขายทำกำไรช่วงนี้ และรอจังหวะกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง นายไซมอน เฟนแทม-เฟล็ทเชอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทฟรีดอม แอสเซ็ท แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น ขณะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ ดังนั้นถึงเวลาที่นักลงทุนควรทำกำไร และรอโอกาสกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง “ผมกำลังเริ่มคิดถึงการขายทำกำไรจากหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว และจะกลับเข้ามาใหม่เมื่อตลาดมีการปรับฐานราว 5-10%” เขากล่าว นายเฟนแทม-เฟล็ทเชอร์คาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 จะสามารถพุ่งขึ้นอีก 15% ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส และเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง แต่หากผลประกอบการซบเซา ตลาดหุ้นก็จะปรับฐาน ดังนั้น นักลงทุนที่มีเงินสดในมือก็จะมีช่องทางเข้าลงทุนอีกครั้งหนึ่ง • (-) ฟรังก์สวิสแข็งค่าเทียบดอลล์ หลังแบงก์ชาติสวิสยืนยันไม่บิดเบือนค่าเงิน สกุลเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ม.ค.) หลังจากกระทรวงการคลังสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่า สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ใช้สกุลเงินฟรังก์สวิสเป็นเครื่องมือเพื่อฉวยความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้าตามที่สหรัฐกล่าวอ้าง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ขยับขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่สหรัฐและจีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในวันพุธนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9673 ฟรังก์ จากระดับ 0.9706 ฟรังก์ แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.98 เยน จากระดับ 109.91 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3058 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3047 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1129 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1138 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3028 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2998 ดอลลาร์

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 มกราคม 2562

• (+) กองกำลังอิหร่านใช้ก๊าซน้ำตา,กระสุนจริงกราดยิงผู้ประท้วงรัฐบาล หวังสลายการชุมนุม สื่อรายงานว่า กองกำลังความมั่นคงอิหร่านได้กราดยิงกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลโดยใช้กระสุนจริง รวมทั้งยิงก๊าซน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ชาวอิหร่านยังคงชุมนุมประท้วงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เพื่อกดดันให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมกับออกมาขอโทษ เพื่อแสดงการรับผิดชอบ หลังจากที่รัฐบาลยอมรับว่าได้ยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ (UIA) ตกใกล้กับสนามบินอิหม่ามโคไมนี กรุงเตหะรานของอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 176 คนเสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน และชาวแคนาดาเชื้อสายอิหร่าน • (-) “ทรัมป์”เปิดทำเนียบขาวเชิญแขก 200 คนร่วมพิธีลงนามข้อตกลงการค้ากับจีนพุธนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมจัดพิธีลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่ทำเนียบขาวในวันพุธนี้ เวลา 11.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 23.30 น.ตามเวลาไทย โดยจะมีการเชิญแขกราว 200 คนเข้าร่วมพิธีดังกล่าว นอกจากนี้ วอลล์สตรีท เจอร์นัลยังรายงานว่า สหรัฐและจีนเห็นพ้องกันที่จะเริ่มการเจรจาทางด้านเศรษฐกิจทุก 6 เดือน นำโดยนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้า และผลักดันการปฏิรูป ทั้งนี้ นายหลิวมีกำหนดนำคณะผู้แทนการค้าของจีนเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันของสหรัฐในวันนี้ ก่อนที่จะมีการลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐในวันที่ 15 ม.ค. • (-) สหรัฐประกาศถอดจีนออกจากรายชื่อประเทศบิดเบือนค่าเงิน ก่อนลงนามการค้าเฟสแรกพรุ่งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐได้ถอดจีนออกจากรายชื่อประเทศที่บิดเบือนค่าเงินแล้ว โดยการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่สหรัฐและจีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในวันพุธที่ 15 ม.ค.นี้ นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์ว่า “จีนมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาต่างๆที่สหรัฐวิตกกังวล นอกจากนี้ จีนยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะหลีกเลี่ยงการปรับลดค่าเงินเพื่อหวังผลด้านการแข่งขัน อีกทั้งสนับสนุนการดำเนินการที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ”การตัดสินใจถอดจีนออกจากรายชื่อประเทศบิดเบือนค่าเงินนั้น มีขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะจัดพิธีลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่ทำเนียบขาวในวันพุธนี้ เวลา 11.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 23.30 น.ตามเวลาไทย • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 83.28 จุด ขานรับสหรัฐ-จีนเตรียมลงนามดีลการค้า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ม.ค.)

YLG Update_ปัจจัยสำคัญที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ (13-17 ม.ค.)

1. การลงนามในข้อตกลงการค้า Phase One ระหว่างสหรัฐ-จีน • นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะนำคณะผู้แทนของจีนเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันของสหรัฐในวันนี้ (13 ม.ค.) และจะพำนักอยู่ที่กรุงวอชิงตันถึงวันที่ 15 ม.ค. เพื่อร่วมลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐ • นักลงทุนจับตาการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างจีนและสหรัฐ รวมไปถึงรายละเอียดของข้อตกลงซึ่งจะถูกเปิดเผยในสัปดาห์นี้ • อย่างไรก็ดี แม้ว่าสหรัฐจะทำการเจรจาการค้าเฟสสองกับจีนทันทีที่มีการบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก แต่อาจจะต้องใช้เวลาสำหรับการบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสสอง • ปธน.ทรัมป์ กล่าวในวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า สหรัฐอาจจะยังไม่บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสสองกับจีน จนกว่าหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ เนื่องจากเขาอาจมีอำนาจต่อรองมากขึ้น หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2. สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง • สหรัฐเตรียมคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่านซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐยังคงกดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่อง • ล่าสุดกองทัพอิหร่านออกมายอมรับในช่วงสุดสัปดาห์ว่า กองทัพอิหร่านได้ยิงเครื่องบินโดยสารยูเครนตก โดยไม่เจตนา และเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ (ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ (UIA) ตกใกล้กับสนามบินอิหม่ามโคไมนี กรุงเตหะรานของอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธที่ 8 ม.ค. ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 176 คนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน) • ชาวอิหร่านจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วง ภายหลังรัฐบาลยอมรับว่ายิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา เพื่อกดดันให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านลาออกจากตำแหน่ง • ปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเตือนอิหร่านอย่าก่อเหตุการณ์สังหารหมู่กลุ่มผู้ชุมนุม 3. “แนนซี เพโลซี” ประธานสภาผู้แทนฯสหรัฐเตรียมส่งญัตติถอดถอน”ทรัมป์”ไปยังวุฒิสภาสัปดาห์นี้ • เมื่อ 18 ธ.ค.ปีที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติให้การอนุมัติต่อ 2 ญัตติในการถอดถอนปธน.ทรัมป์ ซึ่งได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส • ทำให้ปธน.ทรัมป์กลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 3 ที่ถูกสภาผู้แทนฯ ลงมติถอดถอนอย่างเป็นทางการ และจะเผชิญกับการไต่สวนในวุฒิสภาเป็นลำดับต่อไป #YLGresearch บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion Facebook

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 13 มกราคม 2562

• (+) อิหร่านยอมรับแล้วกองทัพยิงเครื่องบินโดยสารยูเครนตกโดยไม่เจตนา สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านประกาศในช่วงเช้านี้ว่า กองทัพอิหร่านได้ยอมรับแล้วว่า ได้ยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตก โดยเป็นการยิงโดยไม่เจตนา และเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ (UIA) ตกใกล้กับสนามบินอิหม่ามโคไมนี กรุงเตหะรานของอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 176 คนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักได้เพียงไม่นานเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน • (+) “ทรัมป์” ทวีตสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่าน เผยติดตามสถานการณ์การชุมนุมใกล้ชิด ประนาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเตือนอิหร่านอย่าก่อเหตุการณ์สังหารหมู่กลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วง ภายหลังรัฐบาลยอมรับว่ายิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา • (+)ดาวโจนส์ปิดลบ 133.13 จุด แรงขายทำกำไร,ข้อมูลจ้างงานต่ำกว่าคาดถ่วงตลาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร และตลาดถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนธ.ค.ที่ต่ำกว่าคาด แต่ดัชนีหุ้นสหรัฐก็ยังคงสามารถปิดตลาดในแดนบวกได้ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,823.77 จุด ลดลง 133.13 จุด หรือ -0.46%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,265.35 จุด ลดลง 9.35 จุด หรือ -0.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,178.86 จุด ลดลง 24.57 จุด หรือ -0.27% • (+) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาด ขณะอัตราว่างงานยังคงต่ำสุด 50 ปี กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 145,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 160,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.5% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธ.ค. จาก

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 10 มกราคม 2562

• (+) รัฐสภาอังกฤษไฟเขียวข้อตกลง Brexit วันนี้ หลังโหวตคว่ำนานกว่า 3 ปี สมาชิกรัฐสภาอังกฤษลงมติอนุมัติร่างกฎหมายข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันนี้ ทั้งนี้ สภาสามัญชน หรือสภาล่างของอังกฤษ ลงคะแนนเสียง 330 ต่อ 231 เห็นชอบต่อร่างกฎหมายดังกล่าว หลังจากที่รัฐบาลอังกฤษประสบความล้มเหลวในการผลักดันข้อตกลง Brexit ผ่านการรับรองของรัฐสภาเป็นเวลานานกว่า 3 ปี สำหรับขั้นตอนต่อไป จะมีการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาขุนนาง หรือสภาสูงของอังกฤษ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ ข้อตกลง Brexit ก็จะมีสถานะเป็นกฎหมายภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งจะทันเวลาการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 31 ม.ค. • (+) สื่อเผยภาพถ่ายดาวเทียมชี้เครื่องบินยูเครนถูกสอยโดยขีปนาวุธอิหร่าน สำนักข่าว NBC รายงานว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียมจารกรรมแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินโบอิ้งของยูเครนที่ตกลงในอิหร่าน หลังจากบินขึ้นได้ไม่นาน มีสาเหตุจากการถูกยิงโดยขีปนาวุธของอิหร่าน สื่อระบุว่า ภาพถ่ายที่มีการเผยแพร่ในสื่อได้แสดงให้เห็นถึงชิ้นส่วนของขีปนาวุธ Tor M-1 ที่มีการพบเห็นในชานเมืองของกรุงเตหะราน • (-) สภาผู้แทนฯสหรัฐโหวตผ่านญัตติจำกัดอำนาจ”ทรัมป์”ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ผ่านญัตติว่าด้วยการจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน การผ่านญัตติดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสมาชิกพรรคเดโมแครตได้แสดงความไม่พอใจต่อการที่ปธน.ทรัมป์ไม่ได้แจ้งต่อรัฐสภา และไม่ได้ขออนุมัติก่อนที่จะใช้ปฎิบัติการทางทหารโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปฏิบัติการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปลิดชีพนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานน้อยกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 220,000 ราย • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 211.81 จุด ทำนิวไฮ ขานรับแนวโน้มดีลการค้าเฟสแรกจีน-สหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (9 ม.ค.) ขานรับแนวโน้มที่เป็นบวกของการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากจีนยืนยันว่ารองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ จะเดินทางไปยังสหรัฐเพื่อร่วมลงนามการค้าเฟสแรกในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากราคาหุ้นแอปเปิลที่พุ่งขึ้นขานรับรายงานยอดขาย iPhone ที่แข็งแกร่งในจีน และสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลายความตึงเครียด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,956.90

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 9 มกราคม 2562

• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 161.41 จุด หลังถ้อยแถลง”ทรัมป์”ช่วยคลายกังวลตะวันออกกลาง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันว่า ไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิตจากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐในอิรัก และไม่ได้ระบุถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้อิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้นสูงกว่าคาดการณ์ในเดือนธ.ค. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,745.09 จุด เพิ่มขึ้น 161.41 จุด หรือ +0.56% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,253.05 จุด เพิ่มขึ้น 15.87 จุด หรือ +0.49% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,129.24 จุด เพิ่มขึ้น 60.66 จุด หรือ +0.67% • (-) “ทรัมป์”ยันไม่มีทหารสหรัฐเสียชีวิตจากการโจมตี ขณะเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรตอบโต้อิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวแถลงการณ์ต่อชาวอเมริกันเมื่อวานนี้ โดยยืนยันว่า ไม่มีชาวอเมริกันที่เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากการที่อิหร่านใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเมื่อวานนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านมีท่าทีที่อ่อนลง หลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรัก ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐกำลังพิจารณาทางเลือกในการตอบโต้อิหร่าน โดยจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมต่ออิหร่าน แหล่งข่าวจากรัฐบาลสหรัฐและยุโรประบุว่า อิหร่านจงใจยิงขีปนาวุธพลาดเป้า ในการโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเมื่อวานนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตของทหารสหรัฐ ทั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า อิหร่านจงใจยิงขีปนาวุธพลาดเป้า เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์ที่จะเกิดขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ขณะที่ยังคงส่งสัญญาณว่าอิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้สหรัฐที่ได้สังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านทวีตข้อความเมื่อวานนี้ ซึ่งได้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความขัดแย้งที่จะลุกลามบานปลายมากขึ้น • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งสูงกว่าคาดในเดือนธ.ค. ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 202,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 150,000 ตำแหน่ง •

12345192

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 15 มกราคม 2562

• (+) สื่อเผยสหรัฐจะไม่ลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติม จนกว่าหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพ.ย. สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ภาษีนำเข้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่สหรัฐเรียกเก็บจากจีนในปัจจุบันนั้น จะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนกระทั่งหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ ส่วนการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมในวันข้างหน้านั้น จะขึ้นอยู่กับว่าจีนจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อตกลงการค้าเฟสแรกหรือไม่ บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทั้งจีนและสหรัฐมีความเข้าใจตรงกันว่า หลังจากการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกที่ทำเนียบขาวในวันพุธที่ 15 ม.ค.เสร็จสิ้นลงไม่เกิน 10 เดือน สหรัฐจึงจะเริ่มทำการทบทวนความคืบหน้าและความเป็นไปได้ในการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติมอีก 3.60 แสนล้านดอลลาร์ การกำหนดเวลาทบทวนดังกล่าว มีเป้าหมายที่จะให้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีเวลาในการตรวจสอบว่า จีนปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลงการค้าเฟสแรกหรือไม่ • (+) กูรูแนะนักลงทุนขายทำกำไรช่วงนี้ และรอจังหวะกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง นายไซมอน เฟนแทม-เฟล็ทเชอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทฟรีดอม แอสเซ็ท แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น ขณะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ ดังนั้นถึงเวลาที่นักลงทุนควรทำกำไร และรอโอกาสกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง “ผมกำลังเริ่มคิดถึงการขายทำกำไรจากหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว และจะกลับเข้ามาใหม่เมื่อตลาดมีการปรับฐานราว 5-10%” เขากล่าว นายเฟนแทม-เฟล็ทเชอร์คาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 จะสามารถพุ่งขึ้นอีก 15% ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส และเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง แต่หากผลประกอบการซบเซา ตลาดหุ้นก็จะปรับฐาน ดังนั้น นักลงทุนที่มีเงินสดในมือก็จะมีช่องทางเข้าลงทุนอีกครั้งหนึ่ง • (-) ฟรังก์สวิสแข็งค่าเทียบดอลล์ หลังแบงก์ชาติสวิสยืนยันไม่บิดเบือนค่าเงิน สกุลเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ม.ค.) หลังจากกระทรวงการคลังสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่า สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ใช้สกุลเงินฟรังก์สวิสเป็นเครื่องมือเพื่อฉวยความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้าตามที่สหรัฐกล่าวอ้าง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ขยับขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่สหรัฐและจีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในวันพุธนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9673 ฟรังก์ จากระดับ 0.9706 ฟรังก์ แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.98 เยน จากระดับ 109.91 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3058 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3047 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1129 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1138 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3028 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2998 ดอลลาร์

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 มกราคม 2562

• (+) กองกำลังอิหร่านใช้ก๊าซน้ำตา,กระสุนจริงกราดยิงผู้ประท้วงรัฐบาล หวังสลายการชุมนุม สื่อรายงานว่า กองกำลังความมั่นคงอิหร่านได้กราดยิงกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลโดยใช้กระสุนจริง รวมทั้งยิงก๊าซน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ชาวอิหร่านยังคงชุมนุมประท้วงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เพื่อกดดันให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมกับออกมาขอโทษ เพื่อแสดงการรับผิดชอบ หลังจากที่รัฐบาลยอมรับว่าได้ยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ (UIA) ตกใกล้กับสนามบินอิหม่ามโคไมนี กรุงเตหะรานของอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 176 คนเสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน และชาวแคนาดาเชื้อสายอิหร่าน • (-) “ทรัมป์”เปิดทำเนียบขาวเชิญแขก 200 คนร่วมพิธีลงนามข้อตกลงการค้ากับจีนพุธนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมจัดพิธีลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่ทำเนียบขาวในวันพุธนี้ เวลา 11.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 23.30 น.ตามเวลาไทย โดยจะมีการเชิญแขกราว 200 คนเข้าร่วมพิธีดังกล่าว นอกจากนี้ วอลล์สตรีท เจอร์นัลยังรายงานว่า สหรัฐและจีนเห็นพ้องกันที่จะเริ่มการเจรจาทางด้านเศรษฐกิจทุก 6 เดือน นำโดยนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้า และผลักดันการปฏิรูป ทั้งนี้ นายหลิวมีกำหนดนำคณะผู้แทนการค้าของจีนเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันของสหรัฐในวันนี้ ก่อนที่จะมีการลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐในวันที่ 15 ม.ค. • (-) สหรัฐประกาศถอดจีนออกจากรายชื่อประเทศบิดเบือนค่าเงิน ก่อนลงนามการค้าเฟสแรกพรุ่งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐได้ถอดจีนออกจากรายชื่อประเทศที่บิดเบือนค่าเงินแล้ว โดยการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่สหรัฐและจีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในวันพุธที่ 15 ม.ค.นี้ นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์ว่า “จีนมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาต่างๆที่สหรัฐวิตกกังวล นอกจากนี้ จีนยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะหลีกเลี่ยงการปรับลดค่าเงินเพื่อหวังผลด้านการแข่งขัน อีกทั้งสนับสนุนการดำเนินการที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ”การตัดสินใจถอดจีนออกจากรายชื่อประเทศบิดเบือนค่าเงินนั้น มีขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะจัดพิธีลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่ทำเนียบขาวในวันพุธนี้ เวลา 11.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 23.30 น.ตามเวลาไทย • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 83.28 จุด ขานรับสหรัฐ-จีนเตรียมลงนามดีลการค้า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ม.ค.)

YLG Update_ปัจจัยสำคัญที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ (13-17 ม.ค.)

1. การลงนามในข้อตกลงการค้า Phase One ระหว่างสหรัฐ-จีน • นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะนำคณะผู้แทนของจีนเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันของสหรัฐในวันนี้ (13 ม.ค.) และจะพำนักอยู่ที่กรุงวอชิงตันถึงวันที่ 15 ม.ค. เพื่อร่วมลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐ • นักลงทุนจับตาการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างจีนและสหรัฐ รวมไปถึงรายละเอียดของข้อตกลงซึ่งจะถูกเปิดเผยในสัปดาห์นี้ • อย่างไรก็ดี แม้ว่าสหรัฐจะทำการเจรจาการค้าเฟสสองกับจีนทันทีที่มีการบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก แต่อาจจะต้องใช้เวลาสำหรับการบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสสอง • ปธน.ทรัมป์ กล่าวในวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า สหรัฐอาจจะยังไม่บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสสองกับจีน จนกว่าหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ เนื่องจากเขาอาจมีอำนาจต่อรองมากขึ้น หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2. สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง • สหรัฐเตรียมคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่านซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐยังคงกดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่อง • ล่าสุดกองทัพอิหร่านออกมายอมรับในช่วงสุดสัปดาห์ว่า กองทัพอิหร่านได้ยิงเครื่องบินโดยสารยูเครนตก โดยไม่เจตนา และเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ (ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ (UIA) ตกใกล้กับสนามบินอิหม่ามโคไมนี กรุงเตหะรานของอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธที่ 8 ม.ค. ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 176 คนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน) • ชาวอิหร่านจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วง ภายหลังรัฐบาลยอมรับว่ายิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา เพื่อกดดันให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านลาออกจากตำแหน่ง • ปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเตือนอิหร่านอย่าก่อเหตุการณ์สังหารหมู่กลุ่มผู้ชุมนุม 3. “แนนซี เพโลซี” ประธานสภาผู้แทนฯสหรัฐเตรียมส่งญัตติถอดถอน”ทรัมป์”ไปยังวุฒิสภาสัปดาห์นี้ • เมื่อ 18 ธ.ค.ปีที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติให้การอนุมัติต่อ 2 ญัตติในการถอดถอนปธน.ทรัมป์ ซึ่งได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส • ทำให้ปธน.ทรัมป์กลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 3 ที่ถูกสภาผู้แทนฯ ลงมติถอดถอนอย่างเป็นทางการ และจะเผชิญกับการไต่สวนในวุฒิสภาเป็นลำดับต่อไป #YLGresearch บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion Facebook

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 13 มกราคม 2562

• (+) อิหร่านยอมรับแล้วกองทัพยิงเครื่องบินโดยสารยูเครนตกโดยไม่เจตนา สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านประกาศในช่วงเช้านี้ว่า กองทัพอิหร่านได้ยอมรับแล้วว่า ได้ยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตก โดยเป็นการยิงโดยไม่เจตนา และเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ (UIA) ตกใกล้กับสนามบินอิหม่ามโคไมนี กรุงเตหะรานของอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 176 คนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักได้เพียงไม่นานเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน • (+) “ทรัมป์” ทวีตสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่าน เผยติดตามสถานการณ์การชุมนุมใกล้ชิด ประนาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเตือนอิหร่านอย่าก่อเหตุการณ์สังหารหมู่กลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วง ภายหลังรัฐบาลยอมรับว่ายิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา • (+)ดาวโจนส์ปิดลบ 133.13 จุด แรงขายทำกำไร,ข้อมูลจ้างงานต่ำกว่าคาดถ่วงตลาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร และตลาดถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนธ.ค.ที่ต่ำกว่าคาด แต่ดัชนีหุ้นสหรัฐก็ยังคงสามารถปิดตลาดในแดนบวกได้ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,823.77 จุด ลดลง 133.13 จุด หรือ -0.46%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,265.35 จุด ลดลง 9.35 จุด หรือ -0.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,178.86 จุด ลดลง 24.57 จุด หรือ -0.27% • (+) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาด ขณะอัตราว่างงานยังคงต่ำสุด 50 ปี กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 145,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 160,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.5% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธ.ค. จาก

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 10 มกราคม 2562

• (+) รัฐสภาอังกฤษไฟเขียวข้อตกลง Brexit วันนี้ หลังโหวตคว่ำนานกว่า 3 ปี สมาชิกรัฐสภาอังกฤษลงมติอนุมัติร่างกฎหมายข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันนี้ ทั้งนี้ สภาสามัญชน หรือสภาล่างของอังกฤษ ลงคะแนนเสียง 330 ต่อ 231 เห็นชอบต่อร่างกฎหมายดังกล่าว หลังจากที่รัฐบาลอังกฤษประสบความล้มเหลวในการผลักดันข้อตกลง Brexit ผ่านการรับรองของรัฐสภาเป็นเวลานานกว่า 3 ปี สำหรับขั้นตอนต่อไป จะมีการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาขุนนาง หรือสภาสูงของอังกฤษ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ ข้อตกลง Brexit ก็จะมีสถานะเป็นกฎหมายภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งจะทันเวลาการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 31 ม.ค. • (+) สื่อเผยภาพถ่ายดาวเทียมชี้เครื่องบินยูเครนถูกสอยโดยขีปนาวุธอิหร่าน สำนักข่าว NBC รายงานว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียมจารกรรมแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินโบอิ้งของยูเครนที่ตกลงในอิหร่าน หลังจากบินขึ้นได้ไม่นาน มีสาเหตุจากการถูกยิงโดยขีปนาวุธของอิหร่าน สื่อระบุว่า ภาพถ่ายที่มีการเผยแพร่ในสื่อได้แสดงให้เห็นถึงชิ้นส่วนของขีปนาวุธ Tor M-1 ที่มีการพบเห็นในชานเมืองของกรุงเตหะราน • (-) สภาผู้แทนฯสหรัฐโหวตผ่านญัตติจำกัดอำนาจ”ทรัมป์”ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ผ่านญัตติว่าด้วยการจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน การผ่านญัตติดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสมาชิกพรรคเดโมแครตได้แสดงความไม่พอใจต่อการที่ปธน.ทรัมป์ไม่ได้แจ้งต่อรัฐสภา และไม่ได้ขออนุมัติก่อนที่จะใช้ปฎิบัติการทางทหารโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปฏิบัติการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปลิดชีพนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานน้อยกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 220,000 ราย • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 211.81 จุด ทำนิวไฮ ขานรับแนวโน้มดีลการค้าเฟสแรกจีน-สหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (9 ม.ค.) ขานรับแนวโน้มที่เป็นบวกของการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากจีนยืนยันว่ารองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ จะเดินทางไปยังสหรัฐเพื่อร่วมลงนามการค้าเฟสแรกในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากราคาหุ้นแอปเปิลที่พุ่งขึ้นขานรับรายงานยอดขาย iPhone ที่แข็งแกร่งในจีน และสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลายความตึงเครียด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,956.90

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 9 มกราคม 2562

• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 161.41 จุด หลังถ้อยแถลง”ทรัมป์”ช่วยคลายกังวลตะวันออกกลาง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันว่า ไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิตจากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐในอิรัก และไม่ได้ระบุถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้อิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้นสูงกว่าคาดการณ์ในเดือนธ.ค. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,745.09 จุด เพิ่มขึ้น 161.41 จุด หรือ +0.56% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,253.05 จุด เพิ่มขึ้น 15.87 จุด หรือ +0.49% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,129.24 จุด เพิ่มขึ้น 60.66 จุด หรือ +0.67% • (-) “ทรัมป์”ยันไม่มีทหารสหรัฐเสียชีวิตจากการโจมตี ขณะเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรตอบโต้อิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวแถลงการณ์ต่อชาวอเมริกันเมื่อวานนี้ โดยยืนยันว่า ไม่มีชาวอเมริกันที่เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากการที่อิหร่านใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเมื่อวานนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านมีท่าทีที่อ่อนลง หลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรัก ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐกำลังพิจารณาทางเลือกในการตอบโต้อิหร่าน โดยจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมต่ออิหร่าน แหล่งข่าวจากรัฐบาลสหรัฐและยุโรประบุว่า อิหร่านจงใจยิงขีปนาวุธพลาดเป้า ในการโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเมื่อวานนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตของทหารสหรัฐ ทั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า อิหร่านจงใจยิงขีปนาวุธพลาดเป้า เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์ที่จะเกิดขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ขณะที่ยังคงส่งสัญญาณว่าอิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้สหรัฐที่ได้สังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านทวีตข้อความเมื่อวานนี้ ซึ่งได้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความขัดแย้งที่จะลุกลามบานปลายมากขึ้น • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งสูงกว่าคาดในเดือนธ.ค. ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 202,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 150,000 ตำแหน่ง •

12345192

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 15 มกราคม 2562

• (+) สื่อเผยสหรัฐจะไม่ลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติม จนกว่าหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพ.ย. สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ภาษีนำเข้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่สหรัฐเรียกเก็บจากจีนในปัจจุบันนั้น จะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนกระทั่งหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ ส่วนการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมในวันข้างหน้านั้น จะขึ้นอยู่กับว่าจีนจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อตกลงการค้าเฟสแรกหรือไม่ บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทั้งจีนและสหรัฐมีความเข้าใจตรงกันว่า หลังจากการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกที่ทำเนียบขาวในวันพุธที่ 15 ม.ค.เสร็จสิ้นลงไม่เกิน 10 เดือน สหรัฐจึงจะเริ่มทำการทบทวนความคืบหน้าและความเป็นไปได้ในการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติมอีก 3.60 แสนล้านดอลลาร์ การกำหนดเวลาทบทวนดังกล่าว มีเป้าหมายที่จะให้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีเวลาในการตรวจสอบว่า จีนปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลงการค้าเฟสแรกหรือไม่ • (+) กูรูแนะนักลงทุนขายทำกำไรช่วงนี้ และรอจังหวะกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง นายไซมอน เฟนแทม-เฟล็ทเชอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทฟรีดอม แอสเซ็ท แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น ขณะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ ดังนั้นถึงเวลาที่นักลงทุนควรทำกำไร และรอโอกาสกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง “ผมกำลังเริ่มคิดถึงการขายทำกำไรจากหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว และจะกลับเข้ามาใหม่เมื่อตลาดมีการปรับฐานราว 5-10%” เขากล่าว นายเฟนแทม-เฟล็ทเชอร์คาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 จะสามารถพุ่งขึ้นอีก 15% ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส และเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง แต่หากผลประกอบการซบเซา ตลาดหุ้นก็จะปรับฐาน ดังนั้น นักลงทุนที่มีเงินสดในมือก็จะมีช่องทางเข้าลงทุนอีกครั้งหนึ่ง • (-) ฟรังก์สวิสแข็งค่าเทียบดอลล์ หลังแบงก์ชาติสวิสยืนยันไม่บิดเบือนค่าเงิน สกุลเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ม.ค.) หลังจากกระทรวงการคลังสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่า สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ใช้สกุลเงินฟรังก์สวิสเป็นเครื่องมือเพื่อฉวยความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้าตามที่สหรัฐกล่าวอ้าง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ขยับขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่สหรัฐและจีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในวันพุธนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9673 ฟรังก์ จากระดับ 0.9706 ฟรังก์ แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.98 เยน จากระดับ 109.91 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3058 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3047 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1129 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1138 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3028 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2998 ดอลลาร์

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 มกราคม 2562

• (+) กองกำลังอิหร่านใช้ก๊าซน้ำตา,กระสุนจริงกราดยิงผู้ประท้วงรัฐบาล หวังสลายการชุมนุม สื่อรายงานว่า กองกำลังความมั่นคงอิหร่านได้กราดยิงกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลโดยใช้กระสุนจริง รวมทั้งยิงก๊าซน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ชาวอิหร่านยังคงชุมนุมประท้วงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เพื่อกดดันให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมกับออกมาขอโทษ เพื่อแสดงการรับผิดชอบ หลังจากที่รัฐบาลยอมรับว่าได้ยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ (UIA) ตกใกล้กับสนามบินอิหม่ามโคไมนี กรุงเตหะรานของอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 176 คนเสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน และชาวแคนาดาเชื้อสายอิหร่าน • (-) “ทรัมป์”เปิดทำเนียบขาวเชิญแขก 200 คนร่วมพิธีลงนามข้อตกลงการค้ากับจีนพุธนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมจัดพิธีลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่ทำเนียบขาวในวันพุธนี้ เวลา 11.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 23.30 น.ตามเวลาไทย โดยจะมีการเชิญแขกราว 200 คนเข้าร่วมพิธีดังกล่าว นอกจากนี้ วอลล์สตรีท เจอร์นัลยังรายงานว่า สหรัฐและจีนเห็นพ้องกันที่จะเริ่มการเจรจาทางด้านเศรษฐกิจทุก 6 เดือน นำโดยนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้า และผลักดันการปฏิรูป ทั้งนี้ นายหลิวมีกำหนดนำคณะผู้แทนการค้าของจีนเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันของสหรัฐในวันนี้ ก่อนที่จะมีการลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐในวันที่ 15 ม.ค. • (-) สหรัฐประกาศถอดจีนออกจากรายชื่อประเทศบิดเบือนค่าเงิน ก่อนลงนามการค้าเฟสแรกพรุ่งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐได้ถอดจีนออกจากรายชื่อประเทศที่บิดเบือนค่าเงินแล้ว โดยการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่สหรัฐและจีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในวันพุธที่ 15 ม.ค.นี้ นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์ว่า “จีนมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาต่างๆที่สหรัฐวิตกกังวล นอกจากนี้ จีนยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะหลีกเลี่ยงการปรับลดค่าเงินเพื่อหวังผลด้านการแข่งขัน อีกทั้งสนับสนุนการดำเนินการที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ”การตัดสินใจถอดจีนออกจากรายชื่อประเทศบิดเบือนค่าเงินนั้น มีขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะจัดพิธีลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่ทำเนียบขาวในวันพุธนี้ เวลา 11.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 23.30 น.ตามเวลาไทย • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 83.28 จุด ขานรับสหรัฐ-จีนเตรียมลงนามดีลการค้า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ม.ค.)

YLG Update_ปัจจัยสำคัญที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ (13-17 ม.ค.)

1. การลงนามในข้อตกลงการค้า Phase One ระหว่างสหรัฐ-จีน • นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะนำคณะผู้แทนของจีนเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันของสหรัฐในวันนี้ (13 ม.ค.) และจะพำนักอยู่ที่กรุงวอชิงตันถึงวันที่ 15 ม.ค. เพื่อร่วมลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐ • นักลงทุนจับตาการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างจีนและสหรัฐ รวมไปถึงรายละเอียดของข้อตกลงซึ่งจะถูกเปิดเผยในสัปดาห์นี้ • อย่างไรก็ดี แม้ว่าสหรัฐจะทำการเจรจาการค้าเฟสสองกับจีนทันทีที่มีการบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก แต่อาจจะต้องใช้เวลาสำหรับการบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสสอง • ปธน.ทรัมป์ กล่าวในวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า สหรัฐอาจจะยังไม่บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสสองกับจีน จนกว่าหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ เนื่องจากเขาอาจมีอำนาจต่อรองมากขึ้น หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2. สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง • สหรัฐเตรียมคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่านซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐยังคงกดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่อง • ล่าสุดกองทัพอิหร่านออกมายอมรับในช่วงสุดสัปดาห์ว่า กองทัพอิหร่านได้ยิงเครื่องบินโดยสารยูเครนตก โดยไม่เจตนา และเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ (ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ (UIA) ตกใกล้กับสนามบินอิหม่ามโคไมนี กรุงเตหะรานของอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธที่ 8 ม.ค. ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 176 คนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน) • ชาวอิหร่านจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วง ภายหลังรัฐบาลยอมรับว่ายิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา เพื่อกดดันให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านลาออกจากตำแหน่ง • ปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเตือนอิหร่านอย่าก่อเหตุการณ์สังหารหมู่กลุ่มผู้ชุมนุม 3. “แนนซี เพโลซี” ประธานสภาผู้แทนฯสหรัฐเตรียมส่งญัตติถอดถอน”ทรัมป์”ไปยังวุฒิสภาสัปดาห์นี้ • เมื่อ 18 ธ.ค.ปีที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติให้การอนุมัติต่อ 2 ญัตติในการถอดถอนปธน.ทรัมป์ ซึ่งได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส • ทำให้ปธน.ทรัมป์กลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 3 ที่ถูกสภาผู้แทนฯ ลงมติถอดถอนอย่างเป็นทางการ และจะเผชิญกับการไต่สวนในวุฒิสภาเป็นลำดับต่อไป #YLGresearch บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion Facebook

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 13 มกราคม 2562

• (+) อิหร่านยอมรับแล้วกองทัพยิงเครื่องบินโดยสารยูเครนตกโดยไม่เจตนา สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านประกาศในช่วงเช้านี้ว่า กองทัพอิหร่านได้ยอมรับแล้วว่า ได้ยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตก โดยเป็นการยิงโดยไม่เจตนา และเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ (UIA) ตกใกล้กับสนามบินอิหม่ามโคไมนี กรุงเตหะรานของอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 176 คนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักได้เพียงไม่นานเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน • (+) “ทรัมป์” ทวีตสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่าน เผยติดตามสถานการณ์การชุมนุมใกล้ชิด ประนาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเตือนอิหร่านอย่าก่อเหตุการณ์สังหารหมู่กลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วง ภายหลังรัฐบาลยอมรับว่ายิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา • (+)ดาวโจนส์ปิดลบ 133.13 จุด แรงขายทำกำไร,ข้อมูลจ้างงานต่ำกว่าคาดถ่วงตลาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร และตลาดถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนธ.ค.ที่ต่ำกว่าคาด แต่ดัชนีหุ้นสหรัฐก็ยังคงสามารถปิดตลาดในแดนบวกได้ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,823.77 จุด ลดลง 133.13 จุด หรือ -0.46%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,265.35 จุด ลดลง 9.35 จุด หรือ -0.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,178.86 จุด ลดลง 24.57 จุด หรือ -0.27% • (+) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาด ขณะอัตราว่างงานยังคงต่ำสุด 50 ปี กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 145,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 160,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.5% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธ.ค. จาก

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 10 มกราคม 2562

• (+) รัฐสภาอังกฤษไฟเขียวข้อตกลง Brexit วันนี้ หลังโหวตคว่ำนานกว่า 3 ปี สมาชิกรัฐสภาอังกฤษลงมติอนุมัติร่างกฎหมายข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันนี้ ทั้งนี้ สภาสามัญชน หรือสภาล่างของอังกฤษ ลงคะแนนเสียง 330 ต่อ 231 เห็นชอบต่อร่างกฎหมายดังกล่าว หลังจากที่รัฐบาลอังกฤษประสบความล้มเหลวในการผลักดันข้อตกลง Brexit ผ่านการรับรองของรัฐสภาเป็นเวลานานกว่า 3 ปี สำหรับขั้นตอนต่อไป จะมีการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาขุนนาง หรือสภาสูงของอังกฤษ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ ข้อตกลง Brexit ก็จะมีสถานะเป็นกฎหมายภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งจะทันเวลาการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 31 ม.ค. • (+) สื่อเผยภาพถ่ายดาวเทียมชี้เครื่องบินยูเครนถูกสอยโดยขีปนาวุธอิหร่าน สำนักข่าว NBC รายงานว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียมจารกรรมแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินโบอิ้งของยูเครนที่ตกลงในอิหร่าน หลังจากบินขึ้นได้ไม่นาน มีสาเหตุจากการถูกยิงโดยขีปนาวุธของอิหร่าน สื่อระบุว่า ภาพถ่ายที่มีการเผยแพร่ในสื่อได้แสดงให้เห็นถึงชิ้นส่วนของขีปนาวุธ Tor M-1 ที่มีการพบเห็นในชานเมืองของกรุงเตหะราน • (-) สภาผู้แทนฯสหรัฐโหวตผ่านญัตติจำกัดอำนาจ”ทรัมป์”ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ผ่านญัตติว่าด้วยการจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน การผ่านญัตติดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสมาชิกพรรคเดโมแครตได้แสดงความไม่พอใจต่อการที่ปธน.ทรัมป์ไม่ได้แจ้งต่อรัฐสภา และไม่ได้ขออนุมัติก่อนที่จะใช้ปฎิบัติการทางทหารโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปฏิบัติการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปลิดชีพนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานน้อยกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 220,000 ราย • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 211.81 จุด ทำนิวไฮ ขานรับแนวโน้มดีลการค้าเฟสแรกจีน-สหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (9 ม.ค.) ขานรับแนวโน้มที่เป็นบวกของการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากจีนยืนยันว่ารองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ จะเดินทางไปยังสหรัฐเพื่อร่วมลงนามการค้าเฟสแรกในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากราคาหุ้นแอปเปิลที่พุ่งขึ้นขานรับรายงานยอดขาย iPhone ที่แข็งแกร่งในจีน และสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลายความตึงเครียด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,956.90

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 9 มกราคม 2562

• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 161.41 จุด หลังถ้อยแถลง”ทรัมป์”ช่วยคลายกังวลตะวันออกกลาง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันว่า ไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิตจากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐในอิรัก และไม่ได้ระบุถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้อิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้นสูงกว่าคาดการณ์ในเดือนธ.ค. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,745.09 จุด เพิ่มขึ้น 161.41 จุด หรือ +0.56% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,253.05 จุด เพิ่มขึ้น 15.87 จุด หรือ +0.49% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,129.24 จุด เพิ่มขึ้น 60.66 จุด หรือ +0.67% • (-) “ทรัมป์”ยันไม่มีทหารสหรัฐเสียชีวิตจากการโจมตี ขณะเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรตอบโต้อิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวแถลงการณ์ต่อชาวอเมริกันเมื่อวานนี้ โดยยืนยันว่า ไม่มีชาวอเมริกันที่เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากการที่อิหร่านใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเมื่อวานนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านมีท่าทีที่อ่อนลง หลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรัก ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐกำลังพิจารณาทางเลือกในการตอบโต้อิหร่าน โดยจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมต่ออิหร่าน แหล่งข่าวจากรัฐบาลสหรัฐและยุโรประบุว่า อิหร่านจงใจยิงขีปนาวุธพลาดเป้า ในการโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเมื่อวานนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตของทหารสหรัฐ ทั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า อิหร่านจงใจยิงขีปนาวุธพลาดเป้า เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์ที่จะเกิดขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ขณะที่ยังคงส่งสัญญาณว่าอิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้สหรัฐที่ได้สังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านทวีตข้อความเมื่อวานนี้ ซึ่งได้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความขัดแย้งที่จะลุกลามบานปลายมากขึ้น • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งสูงกว่าคาดในเดือนธ.ค. ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 202,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 150,000 ตำแหน่ง •

12345184

บทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ

เจาะลึกทุกเรื่องที่คุณควรรู้ ด้วยทีมงานมืออาชีพ

บทวิเคราะห์ทั้งหมด