News

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562

• (+) WHO เตือนจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนานอกจีนอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ชาวจีนได้เริ่มกลับมาทำงานแล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่รัฐบาลจีนสั่งขยายช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ดี องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นอกประเทศจีนที่มีการรายงานในขณะนี้ อาจเป็นเพียง”ยอดของภูเขาน้ำแข็ง” นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า WHO มีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากผู้ที่ไม่เคยเดินทางไปจีน • (+) บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง ตลาดยังคงวิตกไวรัสโคโรนาแพร่ระบาด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ท่ามกลางการซื้อขายอย่างระมัดระวัง ขณะที่นักลงทุนจับตาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ณ เวลา 23.53 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.559% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ 2.028% • (-) ดอลลาร์ดีดตัวทำนิวไฮ 4 เดือนเทียบยูโร ตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่งหนุนตลาด ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนเทียบยูโร โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นอกจากนี้ ยูโรยังถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของยูโรโซน และความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยการเมืองในเยอรมนี ณ เวลา 22.34 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์อ่อนค่า 0.01% สู่ระดับ 109.71 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.20% สู่ระดับ 119.95 เยน และอ่อนค่าลง 0.08% สู่ระดับ 1.0934 ดอลลาร์ หลังจากแตะระดับ 1.0925 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.03% สู่ระดับ 98.71 • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 174.31 จุด รับข่าวจีนออกมาตรการลดผลกระทบไวรัสโคโรนา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 07 กุมภาพันธ์ 2562

• (-) ดอลลาร์ดีดตัวสู่ระดับสูงสุดรอบ 4 เดือนขณะเยน,ฟรังก์สวิสร่วงเป็นวันที่ 4 ดอลลาร์ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 4 เดือน เมื่อเทียบกับยูโร และจุดสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยนในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ รวมทั้งความวิตกที่ลดลงเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่ปรากฏขึ้นในจีนเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน เยนและฟรังก์สวิสปรับตัวอย่างยากลำบากเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในขณะที่นักลงทุนต้องการสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความพยายามของรัฐบาลจีนในการควบคุมไวรัสโคโรนาและจำกัดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ฟรังก์สวิสร่วงสู่ระดับอ่อนแอที่สุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ในขณะเดียวกัน ยูโรร่วงลงเช่นกัน โดยปรับลงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 4 เดือน เมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนแอของเยอรมนี ซึ่งตรงกันข้ามอย่างมากกับรายงานเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งในสัปดาห์นี้ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อวานนี้ว่า ปธน.สี จิ้นผิงของจีนกล่าวต่อกษัตริย์ซัลมานของซาอุดิอาระเบียว่า จีนมีผล “ที่ดี” ในความพยายามป้องกันและควบคุมไวรัสโคโรนา ซึ่งนั่นเพิ่มทัศนะบวก ด้านธนาคารกลางจีน ได้อัดฉีดเงินหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบการเงินในสัปดาห์นี้เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในเชิงลบที่เป็นไปได้จากไวรัส ดอลลาร์ปรับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับเยน สู่ 109.99 เยน และปรับขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับฟรังก์ สู่ 0.9756 ยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ถูกถ่วงโดยข้อมูลที่แสดงว่า คำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีดิ่งลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนธ.ค. คำสั่งซื้อสินค้าเยอรมันลดลง 2.1% ในเดือนธ.ค.จากเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ล่าสุดยูโรปรับลง 0.2% มาที่ 1.0978 ดอลลาร์ การร่วงลงของยูโรดันดัชนีดอลลาร์ขึ้น 0.2% มาที่ 98.524 ซึ่งได้ประโยชน์เช่นกันจากข้อมูลยอดผู้ข้อสวัสดิการว่างงานและประสิทธิภาพการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ก่อนหน้านี้ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นสู่ 98.572 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนต.ค. • (-) หุ้นสหรัฐทำนิวไฮหลังจีนเคลื่อนไหวจำกัดผลกระทบของไวรัสโคโรนา หุ้นสหรัฐปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันพฤหัสบดีและดัชนีหลักของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์หลังการคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโคโรนาในจีน จีนระบุว่าจะลดภาษีครึ่งหนึ่งต่อภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้าบางส่วนของสหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการเคลื่อนไหวกระตุ้นความเชื่อมั่นหลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาขัดขวางธุรกิจและจุดชนวนความผันผวนในตลาดในวงกว้าง อีกปัจจัยเสริมทัศนะบวกสำหรับหุ้นคือข้อมูลที่แสดงว่าตัวเลขชาวอเมริกันลงทะเบียนขอรับสวัสดิการคนว่างงานปรับลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ นักลงทุนจับตารายงานจ้างงานรายเดือนของสหรัฐในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 88.92 จุด หรือ 0.3% สู่ 29,379.77 ในวันพฤหัสบดี ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 11.09

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 06 กุมภาพันธ์ 2562

• (-) วุฒิสภาสหรัฐลงมติคัดค้านการถอดถอน”ทรัมป์”ตามคาด, ประกาศให้”ทรัมป์”พ้นมลทินทุกข้อกล่าวหา วุฒิสภาสหรัฐลงมติคัดค้านการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง พร้อมกับประกาศให้ปธน.ทรัมป์พ้นผิดทั้ง 2 ข้อกล่าวหา ซึ่งได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส โดยการลงมติดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสมาชิกวุฒิสภาได้ทำการอภิปรายญัตติถอดถอนดังกล่าวในวันพุธตามเวลาสหรัฐ ทั้งนี้ วุฒิสภามีมติด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48 ปฏิเสธข้อกล่าวหาการใช้อำนาจในทางมิชอบ และลงมติด้วยคะแนนเสียง 53 ต่อ 47 ปฏิเสธข้อกล่าวหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส พร้อมประกาศให้ปธน.ทรัมป์พ้นผิดใน 2 ข้อกล่าวหาดังกล่าว • (-) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าลดลงในปีที่แล้ว ครั้งแรกในรอบ 6 ปี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงในปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยได้อานิสงส์จากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทำให้ตัวเลขการนำเข้าของสหรัฐลดลง ขณะที่ตัวเลขการส่งออกก็ลดลงเช่นกัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 ทั้งนี้ ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 1.7% สู่ระดับ 6.168 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว โดยลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2556 และคิดเป็นสัดส่วน 2.9% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ เมื่อเทียบกับระดับ 3.0% ในปี 2561 ตัวเลขการนำเข้าสินค้าลดลง 1.7% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่การส่งออกลดลง 1.3% • (-) ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐสูงสุดรอบ 5 เดือนในม.ค. ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 54.9 ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 55.0 • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งสูงสุดรอบเกือบ 5 ปีในเดือนม.ค. ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 05 กุมภาพันธ์ 2562

• (-) แหล่งข่าวเผยแบงก์ชาติจีนเตรียมหั่นดบ.,ลดสัดส่วน RRR สกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารกลางจีนกำลังเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) ในวันที่ 20 ก.พ. และจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงิน 4 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินในวันนี้ นอกเหนือจากที่ได้อัดฉีด 1.2 ล้านล้านหยวนผ่านทางข้อตกลง reverse repo เมื่อวานนี้ • (-) สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานพุ่งขึ้นมากสุดรอบกว่า 1 ปีในธ.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.8% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2561 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2% หลังจากร่วงลง 1.2% ในเดือนพ.ย. • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 407.82 จุด ขานรับจีนออกมาตรการสกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (4 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาด หลังจากธนาคารกลางอัดฉีดสภาพคล่องติดต่อกัน 2 วันเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดการเงิน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ธนาคารกลางจีนจะเข้าแทรกแซงตลาดเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) และปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,807.63 จุด พุ่งขึ้น 407.82 จุด หรือ +1.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,297.59 จุด เพิ่มขึ้น 48.67 จุด หรือ +1.50% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,467.97 จุด เพิ่มขึ้น 194.57 จุด หรือ +2.10% • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4

คาด “โคโรน่า” หนุนราคาทองพุ่ง เปิดสถิติเทียบ “ซาร์ส” ดันบวกกว่า 6%

“วายแอลจี” คาดสถานการณ์ไวรัสอู่ฮั่นระบาด ส่งผลนักลงทุนวิตก แม้ยอมรับทางการจีนตอบสนองสถานการณ์ได้รวดเร็ว แต่นักลงทุนยังต้องการความชัดเจนการควบคุมการระบาด พร้อมเปิดสถิติราคาทองคำช่วงซาร์สระบาดในปี 2546 พบราคาทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.48% ช่วงพีคสุดพุ่งแรง 21.94% แนะนักลงทุนเน้นเข้าซื้อทำกำไรระยะสั้น เมื่อวันที่ 4 ก.พ.63 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า แม้ว่ารัฐบาลจีนจะตอบสนองและดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (ไวรัสอู่ฮั่น) อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังวิตกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนว่า การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นสามารถควบคุมได้แล้ว ราคาทองคำก็มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนต่อไป แม้ว่าการระบาดของโรคจะกระทบต่อความต้องการบริโภคทองคำของจีนอยู่บ้างก็ตาม ราคาทองวันนี้ ผันผวนตลอดวัน เช้าปรับขึ้น 450 บ่ายทยอยลด 150 บาท ต้อนรับวันเด็ก เปิดตลาดราคาทองปรับขึ้น 150 รูปพรรณขายบาทละ 22,850 ราคาทองวันนี้ ปรับรอบ 3 ดีดขึ้นรวม 450 บาท ทั้งนี้หากเปรียบเทียบจากข้อมูลช่วงที่เกิดโรคระบาดในอดีตพบว่า เมื่อปี 2546 ได้เคยเกิดการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ โดยจุดเริ่มต้นของการพบผู้ป่วยซาร์เกิดขึ้นครั้งแรกในเดือน พ.ย.ของปี 2545 ที่มณฑลกวางตุ้งของจีน ก่อนที่ในเดือน ก.พ.ปี 2546 การระบาดของซาร์สจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จากจีนไปสู่ฮ่องกงและระบาดต่อเนื่องไปยังอีก 30 ประเทศทั่วโลก จนกระทั่งองค์กรอนามัยโลก (WHO) จะประกาศสิ้นสุดการระบาดของซาร์สในเดือน ก.ค.ปีเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากซาร์มากถึง 774 คนทั่วโลก จากจำนวนผู้ป่วย 8,098 คน หรือคิดเป็นอัตราการเสียชีวิตที่ 9.56% จากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้สามารถประเมินว่า ผลกระทบของการระบาดของโรคต่อทองคำนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ในทางบวกนั้นมาจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อันเนื่องมาจากความวิตกว่าการระบาดของโรค จะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือน ธ.ค.2545-เม.ย.2546 ที่เกิดความวิตกเกี่ยวกับซาร์สสูงที่สุด ในครั้งนั้น ราคาทองคำทะยานขึ้นจาก 318.6 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.ปี 2545 สู่ระดับ 339.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงสิ้นเดือน เม.ย.

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 04 กุมภาพันธ์ 2562

• (+) จีนยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาพุ่งขึ้นเป็น 425 ราย, ยอดติดเชื้อเพิ่มเป็น 20,438 ราย คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงยืนยันว่า ณ วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นอีก 64 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 425 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3,235 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 20,438 ราย รายงานของ NHC ระบุว่า ผู้ที่เสียชีวิตรายใหม่ทั้งหมด 64 ราย ณ วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. นั้น เป็นผู้ป่วยในมณฑลหูเป่ย ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังจากมีอาการดีขึ้นแล้วนั้น อยู่ที่ 632 ราย • (+) สหรัฐเผยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลงในเดือนธ.ค. สวนทางคาดการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลง 0.2% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนพ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.0% ในเดือนธ.ค. • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับภาคการผลิตสหรัฐฟื้นตัว ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฟื้นตัวขึ้นในเดือนม.ค. หลังจากที่หดตัวลงติดต่อกัน 5 เดือน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.68 เยน จากระดับ 108.35 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9660 ฟรังก์ จากระดับ 0.9635 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3295 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3234

1234194

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562

• (+) WHO เตือนจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนานอกจีนอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ชาวจีนได้เริ่มกลับมาทำงานแล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่รัฐบาลจีนสั่งขยายช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ดี องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นอกประเทศจีนที่มีการรายงานในขณะนี้ อาจเป็นเพียง”ยอดของภูเขาน้ำแข็ง” นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า WHO มีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากผู้ที่ไม่เคยเดินทางไปจีน • (+) บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง ตลาดยังคงวิตกไวรัสโคโรนาแพร่ระบาด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ท่ามกลางการซื้อขายอย่างระมัดระวัง ขณะที่นักลงทุนจับตาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ณ เวลา 23.53 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.559% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ 2.028% • (-) ดอลลาร์ดีดตัวทำนิวไฮ 4 เดือนเทียบยูโร ตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่งหนุนตลาด ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนเทียบยูโร โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นอกจากนี้ ยูโรยังถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของยูโรโซน และความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยการเมืองในเยอรมนี ณ เวลา 22.34 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์อ่อนค่า 0.01% สู่ระดับ 109.71 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.20% สู่ระดับ 119.95 เยน และอ่อนค่าลง 0.08% สู่ระดับ 1.0934 ดอลลาร์ หลังจากแตะระดับ 1.0925 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.03% สู่ระดับ 98.71 • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 174.31 จุด รับข่าวจีนออกมาตรการลดผลกระทบไวรัสโคโรนา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 07 กุมภาพันธ์ 2562

• (-) ดอลลาร์ดีดตัวสู่ระดับสูงสุดรอบ 4 เดือนขณะเยน,ฟรังก์สวิสร่วงเป็นวันที่ 4 ดอลลาร์ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 4 เดือน เมื่อเทียบกับยูโร และจุดสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยนในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ รวมทั้งความวิตกที่ลดลงเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่ปรากฏขึ้นในจีนเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน เยนและฟรังก์สวิสปรับตัวอย่างยากลำบากเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในขณะที่นักลงทุนต้องการสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความพยายามของรัฐบาลจีนในการควบคุมไวรัสโคโรนาและจำกัดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ฟรังก์สวิสร่วงสู่ระดับอ่อนแอที่สุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ในขณะเดียวกัน ยูโรร่วงลงเช่นกัน โดยปรับลงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 4 เดือน เมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนแอของเยอรมนี ซึ่งตรงกันข้ามอย่างมากกับรายงานเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งในสัปดาห์นี้ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อวานนี้ว่า ปธน.สี จิ้นผิงของจีนกล่าวต่อกษัตริย์ซัลมานของซาอุดิอาระเบียว่า จีนมีผล “ที่ดี” ในความพยายามป้องกันและควบคุมไวรัสโคโรนา ซึ่งนั่นเพิ่มทัศนะบวก ด้านธนาคารกลางจีน ได้อัดฉีดเงินหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบการเงินในสัปดาห์นี้เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในเชิงลบที่เป็นไปได้จากไวรัส ดอลลาร์ปรับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับเยน สู่ 109.99 เยน และปรับขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับฟรังก์ สู่ 0.9756 ยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ถูกถ่วงโดยข้อมูลที่แสดงว่า คำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีดิ่งลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนธ.ค. คำสั่งซื้อสินค้าเยอรมันลดลง 2.1% ในเดือนธ.ค.จากเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ล่าสุดยูโรปรับลง 0.2% มาที่ 1.0978 ดอลลาร์ การร่วงลงของยูโรดันดัชนีดอลลาร์ขึ้น 0.2% มาที่ 98.524 ซึ่งได้ประโยชน์เช่นกันจากข้อมูลยอดผู้ข้อสวัสดิการว่างงานและประสิทธิภาพการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ก่อนหน้านี้ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นสู่ 98.572 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนต.ค. • (-) หุ้นสหรัฐทำนิวไฮหลังจีนเคลื่อนไหวจำกัดผลกระทบของไวรัสโคโรนา หุ้นสหรัฐปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันพฤหัสบดีและดัชนีหลักของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์หลังการคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโคโรนาในจีน จีนระบุว่าจะลดภาษีครึ่งหนึ่งต่อภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้าบางส่วนของสหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการเคลื่อนไหวกระตุ้นความเชื่อมั่นหลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาขัดขวางธุรกิจและจุดชนวนความผันผวนในตลาดในวงกว้าง อีกปัจจัยเสริมทัศนะบวกสำหรับหุ้นคือข้อมูลที่แสดงว่าตัวเลขชาวอเมริกันลงทะเบียนขอรับสวัสดิการคนว่างงานปรับลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ นักลงทุนจับตารายงานจ้างงานรายเดือนของสหรัฐในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 88.92 จุด หรือ 0.3% สู่ 29,379.77 ในวันพฤหัสบดี ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 11.09

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 06 กุมภาพันธ์ 2562

• (-) วุฒิสภาสหรัฐลงมติคัดค้านการถอดถอน”ทรัมป์”ตามคาด, ประกาศให้”ทรัมป์”พ้นมลทินทุกข้อกล่าวหา วุฒิสภาสหรัฐลงมติคัดค้านการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง พร้อมกับประกาศให้ปธน.ทรัมป์พ้นผิดทั้ง 2 ข้อกล่าวหา ซึ่งได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส โดยการลงมติดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสมาชิกวุฒิสภาได้ทำการอภิปรายญัตติถอดถอนดังกล่าวในวันพุธตามเวลาสหรัฐ ทั้งนี้ วุฒิสภามีมติด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48 ปฏิเสธข้อกล่าวหาการใช้อำนาจในทางมิชอบ และลงมติด้วยคะแนนเสียง 53 ต่อ 47 ปฏิเสธข้อกล่าวหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส พร้อมประกาศให้ปธน.ทรัมป์พ้นผิดใน 2 ข้อกล่าวหาดังกล่าว • (-) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าลดลงในปีที่แล้ว ครั้งแรกในรอบ 6 ปี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงในปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยได้อานิสงส์จากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทำให้ตัวเลขการนำเข้าของสหรัฐลดลง ขณะที่ตัวเลขการส่งออกก็ลดลงเช่นกัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 ทั้งนี้ ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 1.7% สู่ระดับ 6.168 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว โดยลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2556 และคิดเป็นสัดส่วน 2.9% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ เมื่อเทียบกับระดับ 3.0% ในปี 2561 ตัวเลขการนำเข้าสินค้าลดลง 1.7% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่การส่งออกลดลง 1.3% • (-) ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐสูงสุดรอบ 5 เดือนในม.ค. ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 54.9 ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 55.0 • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งสูงสุดรอบเกือบ 5 ปีในเดือนม.ค. ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 05 กุมภาพันธ์ 2562

• (-) แหล่งข่าวเผยแบงก์ชาติจีนเตรียมหั่นดบ.,ลดสัดส่วน RRR สกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารกลางจีนกำลังเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) ในวันที่ 20 ก.พ. และจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงิน 4 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินในวันนี้ นอกเหนือจากที่ได้อัดฉีด 1.2 ล้านล้านหยวนผ่านทางข้อตกลง reverse repo เมื่อวานนี้ • (-) สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานพุ่งขึ้นมากสุดรอบกว่า 1 ปีในธ.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.8% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2561 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2% หลังจากร่วงลง 1.2% ในเดือนพ.ย. • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 407.82 จุด ขานรับจีนออกมาตรการสกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (4 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาด หลังจากธนาคารกลางอัดฉีดสภาพคล่องติดต่อกัน 2 วันเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดการเงิน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ธนาคารกลางจีนจะเข้าแทรกแซงตลาดเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) และปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,807.63 จุด พุ่งขึ้น 407.82 จุด หรือ +1.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,297.59 จุด เพิ่มขึ้น 48.67 จุด หรือ +1.50% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,467.97 จุด เพิ่มขึ้น 194.57 จุด หรือ +2.10% • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4

คาด “โคโรน่า” หนุนราคาทองพุ่ง เปิดสถิติเทียบ “ซาร์ส” ดันบวกกว่า 6%

“วายแอลจี” คาดสถานการณ์ไวรัสอู่ฮั่นระบาด ส่งผลนักลงทุนวิตก แม้ยอมรับทางการจีนตอบสนองสถานการณ์ได้รวดเร็ว แต่นักลงทุนยังต้องการความชัดเจนการควบคุมการระบาด พร้อมเปิดสถิติราคาทองคำช่วงซาร์สระบาดในปี 2546 พบราคาทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.48% ช่วงพีคสุดพุ่งแรง 21.94% แนะนักลงทุนเน้นเข้าซื้อทำกำไรระยะสั้น เมื่อวันที่ 4 ก.พ.63 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า แม้ว่ารัฐบาลจีนจะตอบสนองและดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (ไวรัสอู่ฮั่น) อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังวิตกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนว่า การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นสามารถควบคุมได้แล้ว ราคาทองคำก็มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนต่อไป แม้ว่าการระบาดของโรคจะกระทบต่อความต้องการบริโภคทองคำของจีนอยู่บ้างก็ตาม ราคาทองวันนี้ ผันผวนตลอดวัน เช้าปรับขึ้น 450 บ่ายทยอยลด 150 บาท ต้อนรับวันเด็ก เปิดตลาดราคาทองปรับขึ้น 150 รูปพรรณขายบาทละ 22,850 ราคาทองวันนี้ ปรับรอบ 3 ดีดขึ้นรวม 450 บาท ทั้งนี้หากเปรียบเทียบจากข้อมูลช่วงที่เกิดโรคระบาดในอดีตพบว่า เมื่อปี 2546 ได้เคยเกิดการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ โดยจุดเริ่มต้นของการพบผู้ป่วยซาร์เกิดขึ้นครั้งแรกในเดือน พ.ย.ของปี 2545 ที่มณฑลกวางตุ้งของจีน ก่อนที่ในเดือน ก.พ.ปี 2546 การระบาดของซาร์สจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จากจีนไปสู่ฮ่องกงและระบาดต่อเนื่องไปยังอีก 30 ประเทศทั่วโลก จนกระทั่งองค์กรอนามัยโลก (WHO) จะประกาศสิ้นสุดการระบาดของซาร์สในเดือน ก.ค.ปีเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากซาร์มากถึง 774 คนทั่วโลก จากจำนวนผู้ป่วย 8,098 คน หรือคิดเป็นอัตราการเสียชีวิตที่ 9.56% จากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้สามารถประเมินว่า ผลกระทบของการระบาดของโรคต่อทองคำนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ในทางบวกนั้นมาจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อันเนื่องมาจากความวิตกว่าการระบาดของโรค จะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือน ธ.ค.2545-เม.ย.2546 ที่เกิดความวิตกเกี่ยวกับซาร์สสูงที่สุด ในครั้งนั้น ราคาทองคำทะยานขึ้นจาก 318.6 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.ปี 2545 สู่ระดับ 339.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงสิ้นเดือน เม.ย.

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 04 กุมภาพันธ์ 2562

• (+) จีนยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาพุ่งขึ้นเป็น 425 ราย, ยอดติดเชื้อเพิ่มเป็น 20,438 ราย คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงยืนยันว่า ณ วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นอีก 64 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 425 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3,235 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 20,438 ราย รายงานของ NHC ระบุว่า ผู้ที่เสียชีวิตรายใหม่ทั้งหมด 64 ราย ณ วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. นั้น เป็นผู้ป่วยในมณฑลหูเป่ย ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังจากมีอาการดีขึ้นแล้วนั้น อยู่ที่ 632 ราย • (+) สหรัฐเผยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลงในเดือนธ.ค. สวนทางคาดการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลง 0.2% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนพ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.0% ในเดือนธ.ค. • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับภาคการผลิตสหรัฐฟื้นตัว ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฟื้นตัวขึ้นในเดือนม.ค. หลังจากที่หดตัวลงติดต่อกัน 5 เดือน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.68 เยน จากระดับ 108.35 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9660 ฟรังก์ จากระดับ 0.9635 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3295 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3234

1234194

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562

• (+) WHO เตือนจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนานอกจีนอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ชาวจีนได้เริ่มกลับมาทำงานแล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่รัฐบาลจีนสั่งขยายช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ดี องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นอกประเทศจีนที่มีการรายงานในขณะนี้ อาจเป็นเพียง”ยอดของภูเขาน้ำแข็ง” นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า WHO มีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากผู้ที่ไม่เคยเดินทางไปจีน • (+) บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง ตลาดยังคงวิตกไวรัสโคโรนาแพร่ระบาด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ท่ามกลางการซื้อขายอย่างระมัดระวัง ขณะที่นักลงทุนจับตาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ณ เวลา 23.53 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.559% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ 2.028% • (-) ดอลลาร์ดีดตัวทำนิวไฮ 4 เดือนเทียบยูโร ตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่งหนุนตลาด ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนเทียบยูโร โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นอกจากนี้ ยูโรยังถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของยูโรโซน และความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยการเมืองในเยอรมนี ณ เวลา 22.34 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์อ่อนค่า 0.01% สู่ระดับ 109.71 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.20% สู่ระดับ 119.95 เยน และอ่อนค่าลง 0.08% สู่ระดับ 1.0934 ดอลลาร์ หลังจากแตะระดับ 1.0925 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.03% สู่ระดับ 98.71 • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 174.31 จุด รับข่าวจีนออกมาตรการลดผลกระทบไวรัสโคโรนา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 07 กุมภาพันธ์ 2562

• (-) ดอลลาร์ดีดตัวสู่ระดับสูงสุดรอบ 4 เดือนขณะเยน,ฟรังก์สวิสร่วงเป็นวันที่ 4 ดอลลาร์ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 4 เดือน เมื่อเทียบกับยูโร และจุดสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยนในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ รวมทั้งความวิตกที่ลดลงเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่ปรากฏขึ้นในจีนเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน เยนและฟรังก์สวิสปรับตัวอย่างยากลำบากเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในขณะที่นักลงทุนต้องการสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความพยายามของรัฐบาลจีนในการควบคุมไวรัสโคโรนาและจำกัดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ฟรังก์สวิสร่วงสู่ระดับอ่อนแอที่สุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ในขณะเดียวกัน ยูโรร่วงลงเช่นกัน โดยปรับลงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 4 เดือน เมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนแอของเยอรมนี ซึ่งตรงกันข้ามอย่างมากกับรายงานเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งในสัปดาห์นี้ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อวานนี้ว่า ปธน.สี จิ้นผิงของจีนกล่าวต่อกษัตริย์ซัลมานของซาอุดิอาระเบียว่า จีนมีผล “ที่ดี” ในความพยายามป้องกันและควบคุมไวรัสโคโรนา ซึ่งนั่นเพิ่มทัศนะบวก ด้านธนาคารกลางจีน ได้อัดฉีดเงินหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบการเงินในสัปดาห์นี้เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในเชิงลบที่เป็นไปได้จากไวรัส ดอลลาร์ปรับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับเยน สู่ 109.99 เยน และปรับขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับฟรังก์ สู่ 0.9756 ยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ถูกถ่วงโดยข้อมูลที่แสดงว่า คำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีดิ่งลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนธ.ค. คำสั่งซื้อสินค้าเยอรมันลดลง 2.1% ในเดือนธ.ค.จากเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ล่าสุดยูโรปรับลง 0.2% มาที่ 1.0978 ดอลลาร์ การร่วงลงของยูโรดันดัชนีดอลลาร์ขึ้น 0.2% มาที่ 98.524 ซึ่งได้ประโยชน์เช่นกันจากข้อมูลยอดผู้ข้อสวัสดิการว่างงานและประสิทธิภาพการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ก่อนหน้านี้ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นสู่ 98.572 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนต.ค. • (-) หุ้นสหรัฐทำนิวไฮหลังจีนเคลื่อนไหวจำกัดผลกระทบของไวรัสโคโรนา หุ้นสหรัฐปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันพฤหัสบดีและดัชนีหลักของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์หลังการคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโคโรนาในจีน จีนระบุว่าจะลดภาษีครึ่งหนึ่งต่อภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้าบางส่วนของสหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการเคลื่อนไหวกระตุ้นความเชื่อมั่นหลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาขัดขวางธุรกิจและจุดชนวนความผันผวนในตลาดในวงกว้าง อีกปัจจัยเสริมทัศนะบวกสำหรับหุ้นคือข้อมูลที่แสดงว่าตัวเลขชาวอเมริกันลงทะเบียนขอรับสวัสดิการคนว่างงานปรับลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ นักลงทุนจับตารายงานจ้างงานรายเดือนของสหรัฐในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 88.92 จุด หรือ 0.3% สู่ 29,379.77 ในวันพฤหัสบดี ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 11.09

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 06 กุมภาพันธ์ 2562

• (-) วุฒิสภาสหรัฐลงมติคัดค้านการถอดถอน”ทรัมป์”ตามคาด, ประกาศให้”ทรัมป์”พ้นมลทินทุกข้อกล่าวหา วุฒิสภาสหรัฐลงมติคัดค้านการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง พร้อมกับประกาศให้ปธน.ทรัมป์พ้นผิดทั้ง 2 ข้อกล่าวหา ซึ่งได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส โดยการลงมติดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสมาชิกวุฒิสภาได้ทำการอภิปรายญัตติถอดถอนดังกล่าวในวันพุธตามเวลาสหรัฐ ทั้งนี้ วุฒิสภามีมติด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48 ปฏิเสธข้อกล่าวหาการใช้อำนาจในทางมิชอบ และลงมติด้วยคะแนนเสียง 53 ต่อ 47 ปฏิเสธข้อกล่าวหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส พร้อมประกาศให้ปธน.ทรัมป์พ้นผิดใน 2 ข้อกล่าวหาดังกล่าว • (-) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าลดลงในปีที่แล้ว ครั้งแรกในรอบ 6 ปี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงในปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยได้อานิสงส์จากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทำให้ตัวเลขการนำเข้าของสหรัฐลดลง ขณะที่ตัวเลขการส่งออกก็ลดลงเช่นกัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 ทั้งนี้ ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 1.7% สู่ระดับ 6.168 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว โดยลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2556 และคิดเป็นสัดส่วน 2.9% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ เมื่อเทียบกับระดับ 3.0% ในปี 2561 ตัวเลขการนำเข้าสินค้าลดลง 1.7% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่การส่งออกลดลง 1.3% • (-) ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐสูงสุดรอบ 5 เดือนในม.ค. ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 54.9 ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 55.0 • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งสูงสุดรอบเกือบ 5 ปีในเดือนม.ค. ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 05 กุมภาพันธ์ 2562

• (-) แหล่งข่าวเผยแบงก์ชาติจีนเตรียมหั่นดบ.,ลดสัดส่วน RRR สกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารกลางจีนกำลังเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) ในวันที่ 20 ก.พ. และจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงิน 4 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินในวันนี้ นอกเหนือจากที่ได้อัดฉีด 1.2 ล้านล้านหยวนผ่านทางข้อตกลง reverse repo เมื่อวานนี้ • (-) สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานพุ่งขึ้นมากสุดรอบกว่า 1 ปีในธ.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.8% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2561 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2% หลังจากร่วงลง 1.2% ในเดือนพ.ย. • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 407.82 จุด ขานรับจีนออกมาตรการสกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (4 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาด หลังจากธนาคารกลางอัดฉีดสภาพคล่องติดต่อกัน 2 วันเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดการเงิน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ธนาคารกลางจีนจะเข้าแทรกแซงตลาดเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) และปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,807.63 จุด พุ่งขึ้น 407.82 จุด หรือ +1.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,297.59 จุด เพิ่มขึ้น 48.67 จุด หรือ +1.50% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,467.97 จุด เพิ่มขึ้น 194.57 จุด หรือ +2.10% • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4

คาด “โคโรน่า” หนุนราคาทองพุ่ง เปิดสถิติเทียบ “ซาร์ส” ดันบวกกว่า 6%

“วายแอลจี” คาดสถานการณ์ไวรัสอู่ฮั่นระบาด ส่งผลนักลงทุนวิตก แม้ยอมรับทางการจีนตอบสนองสถานการณ์ได้รวดเร็ว แต่นักลงทุนยังต้องการความชัดเจนการควบคุมการระบาด พร้อมเปิดสถิติราคาทองคำช่วงซาร์สระบาดในปี 2546 พบราคาทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.48% ช่วงพีคสุดพุ่งแรง 21.94% แนะนักลงทุนเน้นเข้าซื้อทำกำไรระยะสั้น เมื่อวันที่ 4 ก.พ.63 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า แม้ว่ารัฐบาลจีนจะตอบสนองและดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (ไวรัสอู่ฮั่น) อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังวิตกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนว่า การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นสามารถควบคุมได้แล้ว ราคาทองคำก็มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนต่อไป แม้ว่าการระบาดของโรคจะกระทบต่อความต้องการบริโภคทองคำของจีนอยู่บ้างก็ตาม ราคาทองวันนี้ ผันผวนตลอดวัน เช้าปรับขึ้น 450 บ่ายทยอยลด 150 บาท ต้อนรับวันเด็ก เปิดตลาดราคาทองปรับขึ้น 150 รูปพรรณขายบาทละ 22,850 ราคาทองวันนี้ ปรับรอบ 3 ดีดขึ้นรวม 450 บาท ทั้งนี้หากเปรียบเทียบจากข้อมูลช่วงที่เกิดโรคระบาดในอดีตพบว่า เมื่อปี 2546 ได้เคยเกิดการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ โดยจุดเริ่มต้นของการพบผู้ป่วยซาร์เกิดขึ้นครั้งแรกในเดือน พ.ย.ของปี 2545 ที่มณฑลกวางตุ้งของจีน ก่อนที่ในเดือน ก.พ.ปี 2546 การระบาดของซาร์สจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จากจีนไปสู่ฮ่องกงและระบาดต่อเนื่องไปยังอีก 30 ประเทศทั่วโลก จนกระทั่งองค์กรอนามัยโลก (WHO) จะประกาศสิ้นสุดการระบาดของซาร์สในเดือน ก.ค.ปีเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากซาร์มากถึง 774 คนทั่วโลก จากจำนวนผู้ป่วย 8,098 คน หรือคิดเป็นอัตราการเสียชีวิตที่ 9.56% จากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้สามารถประเมินว่า ผลกระทบของการระบาดของโรคต่อทองคำนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ในทางบวกนั้นมาจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อันเนื่องมาจากความวิตกว่าการระบาดของโรค จะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือน ธ.ค.2545-เม.ย.2546 ที่เกิดความวิตกเกี่ยวกับซาร์สสูงที่สุด ในครั้งนั้น ราคาทองคำทะยานขึ้นจาก 318.6 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.ปี 2545 สู่ระดับ 339.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงสิ้นเดือน เม.ย.

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 04 กุมภาพันธ์ 2562

• (+) จีนยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาพุ่งขึ้นเป็น 425 ราย, ยอดติดเชื้อเพิ่มเป็น 20,438 ราย คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงยืนยันว่า ณ วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นอีก 64 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 425 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3,235 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 20,438 ราย รายงานของ NHC ระบุว่า ผู้ที่เสียชีวิตรายใหม่ทั้งหมด 64 ราย ณ วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. นั้น เป็นผู้ป่วยในมณฑลหูเป่ย ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังจากมีอาการดีขึ้นแล้วนั้น อยู่ที่ 632 ราย • (+) สหรัฐเผยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลงในเดือนธ.ค. สวนทางคาดการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลง 0.2% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนพ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.0% ในเดือนธ.ค. • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับภาคการผลิตสหรัฐฟื้นตัว ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฟื้นตัวขึ้นในเดือนม.ค. หลังจากที่หดตัวลงติดต่อกัน 5 เดือน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.68 เยน จากระดับ 108.35 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9660 ฟรังก์ จากระดับ 0.9635 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3295 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3234

1234186

บทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ

เจาะลึกทุกเรื่องที่คุณควรรู้ ด้วยทีมงานมืออาชีพ

บทวิเคราะห์ทั้งหมด