News

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 25 มิถุนายน 2562

• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังตลาดคาดเฟดหั่นดอกเบี้ยเดือนหน้า ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงชะลอการซื้อดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข่าวสหรัฐประกาศคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่เมื่อวานนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.31 เยน จากระดับ 107.41 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9721 ฟรังก์ จากระดับ 0.9769 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3188 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3209 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1400 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1368 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2742 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2735 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6966 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6926 ดอลลาร์สหรัฐ • (+) “ทรัมป์”ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้ยิงโดรนสหรัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีวันนี้เพื่อทำการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ในการตอบโต้ต่อการที่อิหร่านยิงโดรนของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราจะยังคงกดดันต่ออิหร่าน จนกว่าอิหร่านจะยกเลิกโครงการนิวเคลียร์” ปธน.ทรัมป์กล่าว ทั้งนี้ สหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรต่ออยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในวันนี้ ซึ่งจะทำให้เขาไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับสหรัฐ นอกจากนี้ สหรัฐยังได้คว่ำบาตรต่อผู้นำทางกองทัพของอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับการยิงขีปนาวุธโจมตีโดรนของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า นายจาวาด ซาริฟ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน จะถูกคว่ำบาตรในช่วงเวลาต่อไปในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ นายมนูชินยังกล่าวตอบโต้ต่อผู้ที่คิดว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐไม่มีประสิทธิภาพ “ที่ผ่านมา เราสามารถอายัดเงินคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวถือว่ามีประสิทธิภาพมาก” นายมนูชินกล่าว ทั้งนี้ การประกาศคว่ำบาตรดังกล่าว จะส่งผลให้มีการอายัดทรัพย์สินในสหรัฐของผู้ที่ถูกคว่ำบาตร และพวกเขาจะไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆกับชาวสหรัฐ • (-) คณะเจรจาการค้าจีน-สหรัฐเริ่มหารือกันแล้ว ก่อน”ทรัมป์”พบ”สี จิ้นผิง”ในเวที G20 นายหวัง โส่วเหวิน

ทุบสถิติ SPDR ซื้อทองหนักสุดรอบ 10 ปี

กฏ demand-supply ยังคงใช้ได้กับทองคำ ตราบใดที่ความต้องการสูง ราคาก็มักจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และตัวบ่งชี้ความต้องการทองคำได้ไม่มากก็น้อย คือ แรงซื้อขายของกองทุน SPDR ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนถึงมุมมองของบรรดานักลงทุนรายใหญ่ที่มีต่อตลาดทองคำ      นับตั้งแต่ต้นปีมา จะเห็นว่า SPDR ซื้อๆขายๆสลับกัน และปริมาณแต่ละวันนั้นไม่ได้มากนัก แต่แล้ว… ก็เริ่มเห็นการซื้ออย่างหนักถึงสองครั้งในช่วงเดือนมิ.ย.นี้เอง      ครั้งแรกเกิดขึ้นต้นเดือน ในวันที่ 3 มิ.ย.2019 SPDR ถือทองคำเพิ่มมากถึง 16.44 ตัน ระหว่างนั้นทองคำก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น ทรงตัวเหนือ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง และปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังจากนั้นมา       และล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิ.ย.2019 SPDR ซื้อเพิ่มมากถึง 1.12 ล้านออนซ์ หรือ 34.93 ตัน ซึ่งเป็นระดับการถือครองทองคำที่เพิ่มขึ้นในวันเดียวมากที่สุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. 2009      การซื้อเพิ่มในวันดังกล่าว ทำให้กระแสเงินทุนจากที่เคยเป็นลบในปีนี้กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน(21 มิ.ย. 2019) กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น +11.36 ตัน ท่ามกลางราคาทองคำที่ทรงตัวในระดับสูง ปิดตลาดในวันดังกล่าวไม่ไกลจากระดับ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์      ด้านความเห็นของ Daniel Hynes นักวิเคราะห์อาวุโสสินค้าโภคภัณฑ์ของ ANZ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของตลาดทุน ได้ขัดขวางการลงทุนทองคำในอดีต แต่เหตุการณ์ที่ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้นักลงทุนหันกลับมาลงทุนใน ETFs ทองคำ      หลังจากนี้ราคาทองคำจะมีทิศทางเป็นอย่างไร ตัวแปรสำคัญที่อาจต้องกลับมาโฟกัสมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “กระแสเงินทุนที่ไหลเข้า SPDR” YLG Research Source: exchangetradedgold, cnbc บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 24 มิถุนายน 2562

• (+) ดอลลาร์แตะระดับต่ำสุดรอบ 3 เดือนจากคาดการณ์ลดดอกเบี้ยสหรัฐ ดอลลาร์ร่วงลงในวันศุกร์สู่ระดับต่ำสุดรอบ 3 เดือน เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินต่างๆจากคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เยนปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 5 เดือน เมื่อเทียบกับดอลลาร์ จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ความอ่อนแอของดอลลาร์กระตุ้นให้ยูโรแตะระดับสูงสุดรอบ 3 เดือน นอกจากนี้ ยูโรยังได้แรงหนุนจากข้อมูลการสำรวจกิจกรรมทางธุรกิจของฝรั่งเศสและเยอรมนีที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ดอลลาร์ร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ที่เมื่อวันพุธเฟดส่งสัญญาณว่า พร้อมที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อไปของปีนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเฟดและธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่า พวกเขาเปิดกว้างต่อการผ่อนคลายนโยบายเพื่อต้านการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่รุนแรงขึ้นจากความตึงเครียดการค้าโลก จุดสนใจในขณะนี้เปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าในการประชุมสุดยอดในญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ของผู้นำกลุ่ม G20 ได้หรือไม่ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐและปธน.สี จิ้นผิงของจีน มีกำหนดประชุมกันในการประชุม G20 ในสุดสัปดาห์นี้ แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีโอกาสต่ำที่จะมีการผ่าทางตัน ดอลลาร์ปรับลง 0.67% มาที่ 1.1368 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่แตะ 1.1334 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน ดอลลาร์ปรับลง 0.42% มาที่ 96.219 หลังจากที่แตะ 96.204 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. • (+) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐต่ำสุดรอบกว่า 3 ปีในเดือนมิ.ย. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.6 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 40 เดือน หลังจากแตะระดับ 50.9 ในเดือนพ.ค. • (+) “ทรัมป์”เผยไม่รีบร้อนโจมตีอิหร่าน ขณะยันต้องการใช้มาตรการคว่ำบาตรมากกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาไม่รีบร้อนที่จะโจมตีอิหร่าน ขณะที่เขาสั่งระงับการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวานนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตของชาวอิหร่าน และยืนยันว่าเขาต้องการที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่านมากกว่า ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิถุนายน 2562

• (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกต่ำสุดรอบ 4 เดือนในมิ.ย. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ดิ่งลงสู่ระดับ 0.3 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ซึ่งขณะนั้นดัชนีทรุดแตะระดับ 0 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.3 ก่อนหน้านี้ ดัชนีอยู่ที่ระดับ 16.6 ในเดือนพ.ค. หากดัชนีร่วงลงต่ำกว่าระดับ 0 จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคธุรกิจ คำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานต่างปรับตัวลงในเดือนมิ.ย. • (+) “โกลด์แมน แซคส์”คาดเฟดลดดบ. 2 ครั้งก่อนสิ้นปี และอาจหั่นดบ. 0.50% ในเดือนหน้า นายแจน แฮตซีอุส หัวหน้านักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ และหากภาวะเศรษฐกิจทรุดตัวลง เฟดก็อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนก.ค. นายแฮตซีอุสได้ระบุคาดการณ์ดังกล่าว หลังจากที่เฟดได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ นายแฮตซีอุสได้ปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ จากเดิมที่คาดว่า เฟดจะไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้ นายแฮตซีอุสยังคาดการณ์ว่า เฟดจะยุติการปรับลดงบดุลเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยคาดว่าเฟดจะประกาศในเดือนหน้าว่า จะยุติการปรับลดงบดุลในช่วงต้นเดือนส.ค. จากเดิมที่เฟดระบุก่อนหน้านี้ว่าจะยุติการปรับลดงบดุลในเดือนก.ย. หลังจากที่เฟดได้เริ่มการปรับลดงบดุลในเดือนต.ค.2560 และมีการปรับลดงบดุลรวม 6 แสนล้านดอลลาร์ • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 มิ.ย.) หลังจากที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ และการคาดการณ์เงินเฟ้อที่ลดลง ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.27 เยน จากระดับ 107.97 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9806 ฟรังก์ จากระดับ 0.9922 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3191 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3292 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ

ทองติดจรวดพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี

ทองติดจรวดพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี        ราคาทองคำโลกพุ่งติดจรวดขึ้นมาทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี บริเวณ 1,393 ดอลลาร์ต่อออนซ์ที่ตลาดเอเชียเช้าวันพฤหัสบดีที่ 20 มิ.ย. 2019 โดยจะเห็นว่าทองคำพุ่งขึ้นแทบไม่พักในช่วงที่ผ่านมา ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 เดือน (ราคาปิด ณ วันที่ 21 พ.ค. ที่ระดับ 1274.7 ดอลลาร์ต่อออนซ์จนถึงวันที่ 20 มิ.ย.ที่ระดับ 1393.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ) ทองคำขึ้นมาแล้วเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นับได้ว่าเป็นการปรับตัวขึ้นแรงในระยะเวลาอันสั้น        ปัจจัยที่เข้ามาหนุนราคาทองคำ เป็นเรื่องของความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจในอนาคต อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนด้าน Trade War Tech War ที่ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐฯพยายามเดินหน้าสกัดขาประเทศอื่นๆตามนโยบายหาเสียงของเขา ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ในตลาดการเงินหลายสำนัก ได้ออกมาพูดต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวโน้มเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือที่เรียกว่า Recession ในอนาคตช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ปัจจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนโยกเงินเข้าหาตลาดสินทรัพย์ที่มีความเสียงต่ำ อย่างตลาดพันธบัตร และตลาดทองคำ นอกจากนี้มีประเด็นเสริมเข้ามา คือ ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน หลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐฯได้ออกมาแถลงการณ์ประณามว่า อิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี และสหรัฐฯยังได้ได้อนุมัติการระดมทหารเพิ่มอีก 1,000 นายเข้าไปในตะวันออกกลาง เพื่อต่อต้านสิ่งที่สหรัฐระบุว่าเป็นภัยคุกคามจากอิหร่าน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเป็น Geopolitical Risks ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ        สำหรับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed)  ในวันที่ 18-19 มิ.ย. ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดรอคอย ได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลการประชุมเป็นไปในเชิง Dovish มากกว่าการประชุมครั้งก่อนหน้า และตอบสนองความคาดหวังของนักลงทุนที่กำลังรอดูว่า เฟดจะส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2019 หรือไม่ ซึ่งผลการประชุมเฟดออกมาดังนี้ …        Fed คงดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 2.25-2.50% ในการประชุมครั้งนี้ พร้อมส่งสัญญานที่อาจลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ววันนี้หากเศรษฐกิจของสหรัฐฯยังไม่มีแนวโน้มที่จะออกมาในทางที่ดีขึ้น

ประชุมเฟดสัปดาห์นี้อาจทำทองผันผวน หลังเจ้าหน้าที่เสียงแตกทิศทางดอกเบี้ย

เมื่อนักวิเคราะห์และบรรดาเทรดเดอร์คาดการณ์กันไปคนละทาง เกี่ยวกับผลการประชุมเฟดสัปดาห์นี้ ในวันที่ 18-19 มิ.ย. แม้ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมที่ระดับ 2.25-2.50% แต่ในส่วนของทิศทางดอกเบี้ยครึ่งปีหลังนั้น ยังไม่ชัดเจน และประเมินไว้ค่อนข้างแตกต่างกัน      บรรดาเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ มองว่า เฟดน่าจะใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย (Dovish) อย่างมาก สะท้อนจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า คาดการณ์ความเป็นไปได้ที่ระดับ 84.7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ค. และคาดความเป็นไปได้ที่ระดับ 60.7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และคาดความเป็นไปได้เกือบ 50% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.       หลังจากที่ทราบมุมมองของบรรดาเทรดเดอร์ในตลาดส่วนใหญ่แล้ว YLG อยากเสนอข้อมูลจากทางฝั่งวาณิชธนกิจ ซึ่งพบว่าแบ่งเป็น 2 ขั้ว ขั้วแรกคาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย และขั้วที่สองคาดว่าเฟดจะยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยมากเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขั้วแรก คาดเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย      มอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลาย โดยได้ออกบทวิเคราะห์ “Beyond the G20” ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% ภายในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ถ้าหากความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงย่ำแย่ลง และส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย      และยิ่งไปกว่านั้น คือ ความเห็นจากนายเจมส์ แกรนท์ บรรณาธิการของจดหมายข่าวอินเทอร์เรสต์ เรท อ็อบเซอร์เวอร์(Interest Rate Observer) กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ โดยเป็นการสวนกระแสการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ “ผมคิดว่าพวกเขาจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ซึ่งนี่เป็นมุมมองของผม” นายแกรนท์ กล่าว แม้ว่าที่ผ่านมา นายแกรนท์มักวิพากษ์วิจารณ์นโยบายผ่อนคลายทางการเงินของเฟดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2008 ขั้วที่สอง คาดเฟดจะไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ไว้      นายจอห์น วาลดรอน ประธานและประธานฝ่ายปฏิบัติการของโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ระบุว่า คาดการณ์ของนักลงทุนถึงการผ่อนคลายที่กำลังจะมาถึง “ค่อนข้างอยู่ในระดับสูง” แต่นั่นอาจจะเป็น “ทัศนะเชิงบวกมากเกินไป” ในด้านปริมาณและกำหนดเวลา  

123160

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 25 มิถุนายน 2562

• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังตลาดคาดเฟดหั่นดอกเบี้ยเดือนหน้า ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงชะลอการซื้อดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข่าวสหรัฐประกาศคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่เมื่อวานนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.31 เยน จากระดับ 107.41 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9721 ฟรังก์ จากระดับ 0.9769 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3188 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3209 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1400 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1368 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2742 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2735 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6966 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6926 ดอลลาร์สหรัฐ • (+) “ทรัมป์”ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้ยิงโดรนสหรัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีวันนี้เพื่อทำการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ในการตอบโต้ต่อการที่อิหร่านยิงโดรนของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราจะยังคงกดดันต่ออิหร่าน จนกว่าอิหร่านจะยกเลิกโครงการนิวเคลียร์” ปธน.ทรัมป์กล่าว ทั้งนี้ สหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรต่ออยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในวันนี้ ซึ่งจะทำให้เขาไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับสหรัฐ นอกจากนี้ สหรัฐยังได้คว่ำบาตรต่อผู้นำทางกองทัพของอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับการยิงขีปนาวุธโจมตีโดรนของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า นายจาวาด ซาริฟ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน จะถูกคว่ำบาตรในช่วงเวลาต่อไปในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ นายมนูชินยังกล่าวตอบโต้ต่อผู้ที่คิดว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐไม่มีประสิทธิภาพ “ที่ผ่านมา เราสามารถอายัดเงินคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวถือว่ามีประสิทธิภาพมาก” นายมนูชินกล่าว ทั้งนี้ การประกาศคว่ำบาตรดังกล่าว จะส่งผลให้มีการอายัดทรัพย์สินในสหรัฐของผู้ที่ถูกคว่ำบาตร และพวกเขาจะไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆกับชาวสหรัฐ • (-) คณะเจรจาการค้าจีน-สหรัฐเริ่มหารือกันแล้ว ก่อน”ทรัมป์”พบ”สี จิ้นผิง”ในเวที G20 นายหวัง โส่วเหวิน

ทุบสถิติ SPDR ซื้อทองหนักสุดรอบ 10 ปี

กฏ demand-supply ยังคงใช้ได้กับทองคำ ตราบใดที่ความต้องการสูง ราคาก็มักจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และตัวบ่งชี้ความต้องการทองคำได้ไม่มากก็น้อย คือ แรงซื้อขายของกองทุน SPDR ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนถึงมุมมองของบรรดานักลงทุนรายใหญ่ที่มีต่อตลาดทองคำ      นับตั้งแต่ต้นปีมา จะเห็นว่า SPDR ซื้อๆขายๆสลับกัน และปริมาณแต่ละวันนั้นไม่ได้มากนัก แต่แล้ว… ก็เริ่มเห็นการซื้ออย่างหนักถึงสองครั้งในช่วงเดือนมิ.ย.นี้เอง      ครั้งแรกเกิดขึ้นต้นเดือน ในวันที่ 3 มิ.ย.2019 SPDR ถือทองคำเพิ่มมากถึง 16.44 ตัน ระหว่างนั้นทองคำก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น ทรงตัวเหนือ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง และปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังจากนั้นมา       และล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิ.ย.2019 SPDR ซื้อเพิ่มมากถึง 1.12 ล้านออนซ์ หรือ 34.93 ตัน ซึ่งเป็นระดับการถือครองทองคำที่เพิ่มขึ้นในวันเดียวมากที่สุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. 2009      การซื้อเพิ่มในวันดังกล่าว ทำให้กระแสเงินทุนจากที่เคยเป็นลบในปีนี้กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน(21 มิ.ย. 2019) กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น +11.36 ตัน ท่ามกลางราคาทองคำที่ทรงตัวในระดับสูง ปิดตลาดในวันดังกล่าวไม่ไกลจากระดับ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์      ด้านความเห็นของ Daniel Hynes นักวิเคราะห์อาวุโสสินค้าโภคภัณฑ์ของ ANZ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของตลาดทุน ได้ขัดขวางการลงทุนทองคำในอดีต แต่เหตุการณ์ที่ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้นักลงทุนหันกลับมาลงทุนใน ETFs ทองคำ      หลังจากนี้ราคาทองคำจะมีทิศทางเป็นอย่างไร ตัวแปรสำคัญที่อาจต้องกลับมาโฟกัสมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “กระแสเงินทุนที่ไหลเข้า SPDR” YLG Research Source: exchangetradedgold, cnbc บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 24 มิถุนายน 2562

• (+) ดอลลาร์แตะระดับต่ำสุดรอบ 3 เดือนจากคาดการณ์ลดดอกเบี้ยสหรัฐ ดอลลาร์ร่วงลงในวันศุกร์สู่ระดับต่ำสุดรอบ 3 เดือน เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินต่างๆจากคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เยนปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 5 เดือน เมื่อเทียบกับดอลลาร์ จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ความอ่อนแอของดอลลาร์กระตุ้นให้ยูโรแตะระดับสูงสุดรอบ 3 เดือน นอกจากนี้ ยูโรยังได้แรงหนุนจากข้อมูลการสำรวจกิจกรรมทางธุรกิจของฝรั่งเศสและเยอรมนีที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ดอลลาร์ร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ที่เมื่อวันพุธเฟดส่งสัญญาณว่า พร้อมที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อไปของปีนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเฟดและธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่า พวกเขาเปิดกว้างต่อการผ่อนคลายนโยบายเพื่อต้านการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่รุนแรงขึ้นจากความตึงเครียดการค้าโลก จุดสนใจในขณะนี้เปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าในการประชุมสุดยอดในญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ของผู้นำกลุ่ม G20 ได้หรือไม่ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐและปธน.สี จิ้นผิงของจีน มีกำหนดประชุมกันในการประชุม G20 ในสุดสัปดาห์นี้ แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีโอกาสต่ำที่จะมีการผ่าทางตัน ดอลลาร์ปรับลง 0.67% มาที่ 1.1368 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่แตะ 1.1334 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน ดอลลาร์ปรับลง 0.42% มาที่ 96.219 หลังจากที่แตะ 96.204 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. • (+) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐต่ำสุดรอบกว่า 3 ปีในเดือนมิ.ย. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.6 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 40 เดือน หลังจากแตะระดับ 50.9 ในเดือนพ.ค. • (+) “ทรัมป์”เผยไม่รีบร้อนโจมตีอิหร่าน ขณะยันต้องการใช้มาตรการคว่ำบาตรมากกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาไม่รีบร้อนที่จะโจมตีอิหร่าน ขณะที่เขาสั่งระงับการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวานนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตของชาวอิหร่าน และยืนยันว่าเขาต้องการที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่านมากกว่า ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิถุนายน 2562

• (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกต่ำสุดรอบ 4 เดือนในมิ.ย. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ดิ่งลงสู่ระดับ 0.3 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ซึ่งขณะนั้นดัชนีทรุดแตะระดับ 0 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.3 ก่อนหน้านี้ ดัชนีอยู่ที่ระดับ 16.6 ในเดือนพ.ค. หากดัชนีร่วงลงต่ำกว่าระดับ 0 จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคธุรกิจ คำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานต่างปรับตัวลงในเดือนมิ.ย. • (+) “โกลด์แมน แซคส์”คาดเฟดลดดบ. 2 ครั้งก่อนสิ้นปี และอาจหั่นดบ. 0.50% ในเดือนหน้า นายแจน แฮตซีอุส หัวหน้านักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ และหากภาวะเศรษฐกิจทรุดตัวลง เฟดก็อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนก.ค. นายแฮตซีอุสได้ระบุคาดการณ์ดังกล่าว หลังจากที่เฟดได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ นายแฮตซีอุสได้ปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ จากเดิมที่คาดว่า เฟดจะไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้ นายแฮตซีอุสยังคาดการณ์ว่า เฟดจะยุติการปรับลดงบดุลเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยคาดว่าเฟดจะประกาศในเดือนหน้าว่า จะยุติการปรับลดงบดุลในช่วงต้นเดือนส.ค. จากเดิมที่เฟดระบุก่อนหน้านี้ว่าจะยุติการปรับลดงบดุลในเดือนก.ย. หลังจากที่เฟดได้เริ่มการปรับลดงบดุลในเดือนต.ค.2560 และมีการปรับลดงบดุลรวม 6 แสนล้านดอลลาร์ • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 มิ.ย.) หลังจากที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ และการคาดการณ์เงินเฟ้อที่ลดลง ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.27 เยน จากระดับ 107.97 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9806 ฟรังก์ จากระดับ 0.9922 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3191 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3292 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ

ทองติดจรวดพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี

ทองติดจรวดพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี        ราคาทองคำโลกพุ่งติดจรวดขึ้นมาทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี บริเวณ 1,393 ดอลลาร์ต่อออนซ์ที่ตลาดเอเชียเช้าวันพฤหัสบดีที่ 20 มิ.ย. 2019 โดยจะเห็นว่าทองคำพุ่งขึ้นแทบไม่พักในช่วงที่ผ่านมา ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 เดือน (ราคาปิด ณ วันที่ 21 พ.ค. ที่ระดับ 1274.7 ดอลลาร์ต่อออนซ์จนถึงวันที่ 20 มิ.ย.ที่ระดับ 1393.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ) ทองคำขึ้นมาแล้วเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นับได้ว่าเป็นการปรับตัวขึ้นแรงในระยะเวลาอันสั้น        ปัจจัยที่เข้ามาหนุนราคาทองคำ เป็นเรื่องของความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจในอนาคต อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนด้าน Trade War Tech War ที่ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐฯพยายามเดินหน้าสกัดขาประเทศอื่นๆตามนโยบายหาเสียงของเขา ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ในตลาดการเงินหลายสำนัก ได้ออกมาพูดต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวโน้มเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือที่เรียกว่า Recession ในอนาคตช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ปัจจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนโยกเงินเข้าหาตลาดสินทรัพย์ที่มีความเสียงต่ำ อย่างตลาดพันธบัตร และตลาดทองคำ นอกจากนี้มีประเด็นเสริมเข้ามา คือ ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน หลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐฯได้ออกมาแถลงการณ์ประณามว่า อิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี และสหรัฐฯยังได้ได้อนุมัติการระดมทหารเพิ่มอีก 1,000 นายเข้าไปในตะวันออกกลาง เพื่อต่อต้านสิ่งที่สหรัฐระบุว่าเป็นภัยคุกคามจากอิหร่าน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเป็น Geopolitical Risks ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ        สำหรับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed)  ในวันที่ 18-19 มิ.ย. ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดรอคอย ได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลการประชุมเป็นไปในเชิง Dovish มากกว่าการประชุมครั้งก่อนหน้า และตอบสนองความคาดหวังของนักลงทุนที่กำลังรอดูว่า เฟดจะส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2019 หรือไม่ ซึ่งผลการประชุมเฟดออกมาดังนี้ …        Fed คงดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 2.25-2.50% ในการประชุมครั้งนี้ พร้อมส่งสัญญานที่อาจลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ววันนี้หากเศรษฐกิจของสหรัฐฯยังไม่มีแนวโน้มที่จะออกมาในทางที่ดีขึ้น

ประชุมเฟดสัปดาห์นี้อาจทำทองผันผวน หลังเจ้าหน้าที่เสียงแตกทิศทางดอกเบี้ย

เมื่อนักวิเคราะห์และบรรดาเทรดเดอร์คาดการณ์กันไปคนละทาง เกี่ยวกับผลการประชุมเฟดสัปดาห์นี้ ในวันที่ 18-19 มิ.ย. แม้ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมที่ระดับ 2.25-2.50% แต่ในส่วนของทิศทางดอกเบี้ยครึ่งปีหลังนั้น ยังไม่ชัดเจน และประเมินไว้ค่อนข้างแตกต่างกัน      บรรดาเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ มองว่า เฟดน่าจะใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย (Dovish) อย่างมาก สะท้อนจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า คาดการณ์ความเป็นไปได้ที่ระดับ 84.7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ค. และคาดความเป็นไปได้ที่ระดับ 60.7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และคาดความเป็นไปได้เกือบ 50% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.       หลังจากที่ทราบมุมมองของบรรดาเทรดเดอร์ในตลาดส่วนใหญ่แล้ว YLG อยากเสนอข้อมูลจากทางฝั่งวาณิชธนกิจ ซึ่งพบว่าแบ่งเป็น 2 ขั้ว ขั้วแรกคาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย และขั้วที่สองคาดว่าเฟดจะยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยมากเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขั้วแรก คาดเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย      มอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลาย โดยได้ออกบทวิเคราะห์ “Beyond the G20” ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% ภายในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ถ้าหากความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงย่ำแย่ลง และส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย      และยิ่งไปกว่านั้น คือ ความเห็นจากนายเจมส์ แกรนท์ บรรณาธิการของจดหมายข่าวอินเทอร์เรสต์ เรท อ็อบเซอร์เวอร์(Interest Rate Observer) กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ โดยเป็นการสวนกระแสการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ “ผมคิดว่าพวกเขาจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ซึ่งนี่เป็นมุมมองของผม” นายแกรนท์ กล่าว แม้ว่าที่ผ่านมา นายแกรนท์มักวิพากษ์วิจารณ์นโยบายผ่อนคลายทางการเงินของเฟดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2008 ขั้วที่สอง คาดเฟดจะไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ไว้      นายจอห์น วาลดรอน ประธานและประธานฝ่ายปฏิบัติการของโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ระบุว่า คาดการณ์ของนักลงทุนถึงการผ่อนคลายที่กำลังจะมาถึง “ค่อนข้างอยู่ในระดับสูง” แต่นั่นอาจจะเป็น “ทัศนะเชิงบวกมากเกินไป” ในด้านปริมาณและกำหนดเวลา  

123160

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 25 มิถุนายน 2562

• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังตลาดคาดเฟดหั่นดอกเบี้ยเดือนหน้า ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงชะลอการซื้อดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข่าวสหรัฐประกาศคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่เมื่อวานนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.31 เยน จากระดับ 107.41 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9721 ฟรังก์ จากระดับ 0.9769 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3188 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3209 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1400 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1368 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2742 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2735 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6966 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6926 ดอลลาร์สหรัฐ • (+) “ทรัมป์”ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้ยิงโดรนสหรัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีวันนี้เพื่อทำการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ในการตอบโต้ต่อการที่อิหร่านยิงโดรนของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราจะยังคงกดดันต่ออิหร่าน จนกว่าอิหร่านจะยกเลิกโครงการนิวเคลียร์” ปธน.ทรัมป์กล่าว ทั้งนี้ สหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรต่ออยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในวันนี้ ซึ่งจะทำให้เขาไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับสหรัฐ นอกจากนี้ สหรัฐยังได้คว่ำบาตรต่อผู้นำทางกองทัพของอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับการยิงขีปนาวุธโจมตีโดรนของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า นายจาวาด ซาริฟ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน จะถูกคว่ำบาตรในช่วงเวลาต่อไปในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ นายมนูชินยังกล่าวตอบโต้ต่อผู้ที่คิดว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐไม่มีประสิทธิภาพ “ที่ผ่านมา เราสามารถอายัดเงินคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวถือว่ามีประสิทธิภาพมาก” นายมนูชินกล่าว ทั้งนี้ การประกาศคว่ำบาตรดังกล่าว จะส่งผลให้มีการอายัดทรัพย์สินในสหรัฐของผู้ที่ถูกคว่ำบาตร และพวกเขาจะไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆกับชาวสหรัฐ • (-) คณะเจรจาการค้าจีน-สหรัฐเริ่มหารือกันแล้ว ก่อน”ทรัมป์”พบ”สี จิ้นผิง”ในเวที G20 นายหวัง โส่วเหวิน

ทุบสถิติ SPDR ซื้อทองหนักสุดรอบ 10 ปี

กฏ demand-supply ยังคงใช้ได้กับทองคำ ตราบใดที่ความต้องการสูง ราคาก็มักจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และตัวบ่งชี้ความต้องการทองคำได้ไม่มากก็น้อย คือ แรงซื้อขายของกองทุน SPDR ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนถึงมุมมองของบรรดานักลงทุนรายใหญ่ที่มีต่อตลาดทองคำ      นับตั้งแต่ต้นปีมา จะเห็นว่า SPDR ซื้อๆขายๆสลับกัน และปริมาณแต่ละวันนั้นไม่ได้มากนัก แต่แล้ว… ก็เริ่มเห็นการซื้ออย่างหนักถึงสองครั้งในช่วงเดือนมิ.ย.นี้เอง      ครั้งแรกเกิดขึ้นต้นเดือน ในวันที่ 3 มิ.ย.2019 SPDR ถือทองคำเพิ่มมากถึง 16.44 ตัน ระหว่างนั้นทองคำก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น ทรงตัวเหนือ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง และปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังจากนั้นมา       และล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิ.ย.2019 SPDR ซื้อเพิ่มมากถึง 1.12 ล้านออนซ์ หรือ 34.93 ตัน ซึ่งเป็นระดับการถือครองทองคำที่เพิ่มขึ้นในวันเดียวมากที่สุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. 2009      การซื้อเพิ่มในวันดังกล่าว ทำให้กระแสเงินทุนจากที่เคยเป็นลบในปีนี้กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน(21 มิ.ย. 2019) กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น +11.36 ตัน ท่ามกลางราคาทองคำที่ทรงตัวในระดับสูง ปิดตลาดในวันดังกล่าวไม่ไกลจากระดับ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์      ด้านความเห็นของ Daniel Hynes นักวิเคราะห์อาวุโสสินค้าโภคภัณฑ์ของ ANZ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของตลาดทุน ได้ขัดขวางการลงทุนทองคำในอดีต แต่เหตุการณ์ที่ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้นักลงทุนหันกลับมาลงทุนใน ETFs ทองคำ      หลังจากนี้ราคาทองคำจะมีทิศทางเป็นอย่างไร ตัวแปรสำคัญที่อาจต้องกลับมาโฟกัสมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “กระแสเงินทุนที่ไหลเข้า SPDR” YLG Research Source: exchangetradedgold, cnbc บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 24 มิถุนายน 2562

• (+) ดอลลาร์แตะระดับต่ำสุดรอบ 3 เดือนจากคาดการณ์ลดดอกเบี้ยสหรัฐ ดอลลาร์ร่วงลงในวันศุกร์สู่ระดับต่ำสุดรอบ 3 เดือน เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินต่างๆจากคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เยนปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 5 เดือน เมื่อเทียบกับดอลลาร์ จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ความอ่อนแอของดอลลาร์กระตุ้นให้ยูโรแตะระดับสูงสุดรอบ 3 เดือน นอกจากนี้ ยูโรยังได้แรงหนุนจากข้อมูลการสำรวจกิจกรรมทางธุรกิจของฝรั่งเศสและเยอรมนีที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ดอลลาร์ร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ที่เมื่อวันพุธเฟดส่งสัญญาณว่า พร้อมที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อไปของปีนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเฟดและธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่า พวกเขาเปิดกว้างต่อการผ่อนคลายนโยบายเพื่อต้านการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่รุนแรงขึ้นจากความตึงเครียดการค้าโลก จุดสนใจในขณะนี้เปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าในการประชุมสุดยอดในญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ของผู้นำกลุ่ม G20 ได้หรือไม่ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐและปธน.สี จิ้นผิงของจีน มีกำหนดประชุมกันในการประชุม G20 ในสุดสัปดาห์นี้ แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีโอกาสต่ำที่จะมีการผ่าทางตัน ดอลลาร์ปรับลง 0.67% มาที่ 1.1368 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่แตะ 1.1334 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน ดอลลาร์ปรับลง 0.42% มาที่ 96.219 หลังจากที่แตะ 96.204 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. • (+) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐต่ำสุดรอบกว่า 3 ปีในเดือนมิ.ย. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.6 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 40 เดือน หลังจากแตะระดับ 50.9 ในเดือนพ.ค. • (+) “ทรัมป์”เผยไม่รีบร้อนโจมตีอิหร่าน ขณะยันต้องการใช้มาตรการคว่ำบาตรมากกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาไม่รีบร้อนที่จะโจมตีอิหร่าน ขณะที่เขาสั่งระงับการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวานนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตของชาวอิหร่าน และยืนยันว่าเขาต้องการที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่านมากกว่า ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิถุนายน 2562

• (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกต่ำสุดรอบ 4 เดือนในมิ.ย. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ดิ่งลงสู่ระดับ 0.3 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ซึ่งขณะนั้นดัชนีทรุดแตะระดับ 0 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.3 ก่อนหน้านี้ ดัชนีอยู่ที่ระดับ 16.6 ในเดือนพ.ค. หากดัชนีร่วงลงต่ำกว่าระดับ 0 จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคธุรกิจ คำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานต่างปรับตัวลงในเดือนมิ.ย. • (+) “โกลด์แมน แซคส์”คาดเฟดลดดบ. 2 ครั้งก่อนสิ้นปี และอาจหั่นดบ. 0.50% ในเดือนหน้า นายแจน แฮตซีอุส หัวหน้านักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ และหากภาวะเศรษฐกิจทรุดตัวลง เฟดก็อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนก.ค. นายแฮตซีอุสได้ระบุคาดการณ์ดังกล่าว หลังจากที่เฟดได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ นายแฮตซีอุสได้ปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ จากเดิมที่คาดว่า เฟดจะไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้ นายแฮตซีอุสยังคาดการณ์ว่า เฟดจะยุติการปรับลดงบดุลเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยคาดว่าเฟดจะประกาศในเดือนหน้าว่า จะยุติการปรับลดงบดุลในช่วงต้นเดือนส.ค. จากเดิมที่เฟดระบุก่อนหน้านี้ว่าจะยุติการปรับลดงบดุลในเดือนก.ย. หลังจากที่เฟดได้เริ่มการปรับลดงบดุลในเดือนต.ค.2560 และมีการปรับลดงบดุลรวม 6 แสนล้านดอลลาร์ • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 มิ.ย.) หลังจากที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ และการคาดการณ์เงินเฟ้อที่ลดลง ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.27 เยน จากระดับ 107.97 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9806 ฟรังก์ จากระดับ 0.9922 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3191 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3292 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ

ทองติดจรวดพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี

ทองติดจรวดพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี        ราคาทองคำโลกพุ่งติดจรวดขึ้นมาทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี บริเวณ 1,393 ดอลลาร์ต่อออนซ์ที่ตลาดเอเชียเช้าวันพฤหัสบดีที่ 20 มิ.ย. 2019 โดยจะเห็นว่าทองคำพุ่งขึ้นแทบไม่พักในช่วงที่ผ่านมา ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 เดือน (ราคาปิด ณ วันที่ 21 พ.ค. ที่ระดับ 1274.7 ดอลลาร์ต่อออนซ์จนถึงวันที่ 20 มิ.ย.ที่ระดับ 1393.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ) ทองคำขึ้นมาแล้วเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นับได้ว่าเป็นการปรับตัวขึ้นแรงในระยะเวลาอันสั้น        ปัจจัยที่เข้ามาหนุนราคาทองคำ เป็นเรื่องของความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจในอนาคต อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนด้าน Trade War Tech War ที่ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐฯพยายามเดินหน้าสกัดขาประเทศอื่นๆตามนโยบายหาเสียงของเขา ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ในตลาดการเงินหลายสำนัก ได้ออกมาพูดต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวโน้มเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือที่เรียกว่า Recession ในอนาคตช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ปัจจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนโยกเงินเข้าหาตลาดสินทรัพย์ที่มีความเสียงต่ำ อย่างตลาดพันธบัตร และตลาดทองคำ นอกจากนี้มีประเด็นเสริมเข้ามา คือ ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน หลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐฯได้ออกมาแถลงการณ์ประณามว่า อิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี และสหรัฐฯยังได้ได้อนุมัติการระดมทหารเพิ่มอีก 1,000 นายเข้าไปในตะวันออกกลาง เพื่อต่อต้านสิ่งที่สหรัฐระบุว่าเป็นภัยคุกคามจากอิหร่าน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเป็น Geopolitical Risks ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ        สำหรับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed)  ในวันที่ 18-19 มิ.ย. ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดรอคอย ได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลการประชุมเป็นไปในเชิง Dovish มากกว่าการประชุมครั้งก่อนหน้า และตอบสนองความคาดหวังของนักลงทุนที่กำลังรอดูว่า เฟดจะส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2019 หรือไม่ ซึ่งผลการประชุมเฟดออกมาดังนี้ …        Fed คงดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 2.25-2.50% ในการประชุมครั้งนี้ พร้อมส่งสัญญานที่อาจลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ววันนี้หากเศรษฐกิจของสหรัฐฯยังไม่มีแนวโน้มที่จะออกมาในทางที่ดีขึ้น

ประชุมเฟดสัปดาห์นี้อาจทำทองผันผวน หลังเจ้าหน้าที่เสียงแตกทิศทางดอกเบี้ย

เมื่อนักวิเคราะห์และบรรดาเทรดเดอร์คาดการณ์กันไปคนละทาง เกี่ยวกับผลการประชุมเฟดสัปดาห์นี้ ในวันที่ 18-19 มิ.ย. แม้ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมที่ระดับ 2.25-2.50% แต่ในส่วนของทิศทางดอกเบี้ยครึ่งปีหลังนั้น ยังไม่ชัดเจน และประเมินไว้ค่อนข้างแตกต่างกัน      บรรดาเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ มองว่า เฟดน่าจะใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย (Dovish) อย่างมาก สะท้อนจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า คาดการณ์ความเป็นไปได้ที่ระดับ 84.7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ค. และคาดความเป็นไปได้ที่ระดับ 60.7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และคาดความเป็นไปได้เกือบ 50% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.       หลังจากที่ทราบมุมมองของบรรดาเทรดเดอร์ในตลาดส่วนใหญ่แล้ว YLG อยากเสนอข้อมูลจากทางฝั่งวาณิชธนกิจ ซึ่งพบว่าแบ่งเป็น 2 ขั้ว ขั้วแรกคาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย และขั้วที่สองคาดว่าเฟดจะยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยมากเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขั้วแรก คาดเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย      มอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลาย โดยได้ออกบทวิเคราะห์ “Beyond the G20” ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% ภายในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ถ้าหากความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงย่ำแย่ลง และส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย      และยิ่งไปกว่านั้น คือ ความเห็นจากนายเจมส์ แกรนท์ บรรณาธิการของจดหมายข่าวอินเทอร์เรสต์ เรท อ็อบเซอร์เวอร์(Interest Rate Observer) กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ โดยเป็นการสวนกระแสการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ “ผมคิดว่าพวกเขาจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ซึ่งนี่เป็นมุมมองของผม” นายแกรนท์ กล่าว แม้ว่าที่ผ่านมา นายแกรนท์มักวิพากษ์วิจารณ์นโยบายผ่อนคลายทางการเงินของเฟดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2008 ขั้วที่สอง คาดเฟดจะไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ไว้      นายจอห์น วาลดรอน ประธานและประธานฝ่ายปฏิบัติการของโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ระบุว่า คาดการณ์ของนักลงทุนถึงการผ่อนคลายที่กำลังจะมาถึง “ค่อนข้างอยู่ในระดับสูง” แต่นั่นอาจจะเป็น “ทัศนะเชิงบวกมากเกินไป” ในด้านปริมาณและกำหนดเวลา  

123152

บทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ

เจาะลึกทุกเรื่องที่คุณควรรู้ ด้วยทีมงานมืออาชีพ

บทวิเคราะห์ทั้งหมด