News

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 20 สิงหาคม 2562

• (+) “ทรัมป์”กดดันเฟดหั่นดอกเบี้ย 1% พร้อมรื้อฟื้นโครงการ QE ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1% และรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) “เศรษฐกิจของเรามีความแข็งแกร่งอย่างมาก แม้ว่านายเจอโรม พาวเวล และเฟดจะขาดวิสัยทัศน์อย่างน่าวิตก ขณะที่พรรคเดโมแครตกำลังพยายามทำให้เศรษฐกิจแย่เพื่อหวังผลในการเลือกตั้งปีหน้า นี่เป็นการเห็นแก่ตัวอย่างมาก ส่วนค่าเงินดอลลาร์ของเราก็มีความแข็งแกร่งมากจนส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอื่นของโลก” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ • (-) รมว.พาณิชย์สหรัฐยืนยันขยายเวลาให้”หัวเว่ย”ซื้อสินค้าสหรัฐได้อีก 90 วัน นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐจะขยายระยะเวลาในการอนุญาตให้บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีน สามารถซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐได้อีก 90 วัน เพื่อให้หัวเว่ยสามารถให้บริการต่อลูกค้าที่มีอยู่ในขณะนี้ นายรอสส์กล่าวว่า ใบอนุญาตชั่วคราวดังกล่าวจะมีอายุ 90 วัน ขณะที่ใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุลงเมื่อวานนี้ ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอนุญาตให้หัวเว่ยซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐในเดือนพ.ค. หลังจากที่ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัท เพื่อลดผลกระทบที่จะมีต่อลูกค้าของบริษัท • (-) รมว.พาณิชย์สหรัฐแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ แม้เกิดภาวะ inverted yield curve นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี “ในที่สุดแล้ว จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ผมมองว่าภาวะ inverted yield curve ในครั้งนี้เชื่อถือไม่ได้” นายรอสส์กล่าว • (-) EU เตือน Brexit แบบไร้ข้อตกลงกระทบอังกฤษมากที่สุด คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ระบุในวันนี้ว่า EU มีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ที่อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง และอังกฤษจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว นางนาตาชา เบอร์ทอด์ โฆษก EC กล่าวว่า สภาวการณ์ Brexit แบบไม่มีข้อตกลง ไม่ใช่สิ่งที่

จับสัญญาณประธานเฟด “Powell” ที่แจ็กสันโฮลศุกร์นี้

การประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง หรือที่เรียกว่า Jackson Hole Symposium จะมีขึ้นปลายสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Challenges for Monetary Policy”      นักลงทุนในตลาดการเงินจับตา นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด มีกำหนดบรรยายในวันศุกร์ที่ 23 ส.ค. เวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย ว่าจะส่งสัญญาณถึงการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย รวมถึงมีทัศนะเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างไร      นอกเหนือจากประธานเฟดแล้ว จะมีผู้ว่าการธนาคาร รัฐมนตรีกระทรวงคลัง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน จากประเทศต่างๆทั่วโลก เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งความคิดเห็นและสุนทรพจน์จากธนาคารกลางและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะมีอิทธิพลและอาจสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดได้อย่างมาก ที่มารูปภาพ : Investing YLG Research ที่มาข้อมูล: Infoquest บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion Facebook : YLG Bullion Call Center : 02 687 9888

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 19 สิงหาคม 2562

• (+) เฟดสาขานิวยอร์กชี้มาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐดันราคาสินค้าและบั่นทอนผลกำไร ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้เปิดเผยรายงานว่า การปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และยังบั่นทอนผลกำไรของกลุ่มผู้ผลิตและบริษัทด้านบริการของสหรัฐ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รายงานของเฟดนิวยอร์กที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคำถามไปยัง August Empire State Manufacturing and Business Leaders Survey ระบุว่า 79% ของกลุ่มผู้ผลิต และ 60% ของบริษัทด้านการบริการมองว่า การขึ้นภาษีก่อให้เกิดต้นทุนโดยตรงและต้นทุนทางอ้อมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่กลุ่มผู้ผลิต 14% และบริษัทด้านบริการ 12% มองว่า การขึ้นภาษีทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นด้วยถึงผลกระทบในวงกว้างมากขึ้นจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในหมู่บริษัทด้านบริการ ซึ่งสูงกว่าผลการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังได้ตอบคำถามที่ว่า นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ส่งผลกระทบต่อค่าจ้าง ราคา และมาตรการอื่น ๆ ในปีนี้และปีหน้าอย่างไร โดยคำตอบที่ได้คือ กลุ่มผู้ผลิต 2 ใน 3 มองเห็นผลกระทบต่อราคา และอีก 45% มองว่า ผลกระทบเกิดขึ้นกับราคาขายทั้ง 2 ปี ภาคกลุ่มผู้ผลิต 51% ยังมองถึงผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นในปีนี้ และ 47% ที่มองว่า ผลกระทบด้านลบจะเกิดขึ้นในปีหน้า ส่วนบริษัทด้านบริการต่ำกว่า 40% มองถึงผลกระทบด้านลบในทั้ง 2 ปี • (+) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐร่วงเกินคาดในเดือนส.ค. เหตุวิตกสงครามการค้า ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงแตะระดับ 92.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบเจ็ดเดือน โดยลดลงจากระดับ 98.4 ในเดือนก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 97.2 • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 306.62 จุด นลท.คลายวิตกศก.ถดถอยหลังบอนด์ยิลด์ฟื้นตัว ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (16 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้น ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และนักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,886.01 จุด พุ่งขึ้น 306.62 จุด หรือ +1.20%

ทองย่อ หลังจีนเสียงอ่อนหวังพบสหรัฐครึ่งทางเจรจาการค้า

          ขณะนี้ตลาดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยจุดสนใจของนักลงทุนในตลาด ยังคงจับตาท่าทีของประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ทั้งสหรัฐและจีน           ต้องยอมรับว่าความเคลื่อนไหวต่างๆจาก 2 ประเทศ ยังส่งผลต่ออารมณ์ตลาดและอารมณ์ของนักลงทุนในระยะนี้ เปรียบเสมือนนักมวยที่กำลังตั้งการ์ดรอรับแรงปะทะ           โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดจากฝั่งจีน คือ การแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า “เราหวังว่าสหรัฐจะพบกับจีนครึ่งทาง และดำเนินการตามข้อตกลงที่ผู้นำของทั้งสองฝ่ายบรรลุในการประชุมที่นครโอซากา ขณะที่มองหาแนวทางที่ยอมรับได้ร่วมกัน ผ่านทางการหารือกันบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน และการเคารพซึ่งกันและกัน” ท่าทีดังกล่าวเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้ ที่จีนออกมาประกาศอย่างแข็งกร้าว ว่าจีนจะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐ ต่อการเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่           ส่วนทางด้านสหรัฐก็มีทีท่าในเชิงอ่อนลงเช่นกัน โดย ปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินในรัฐนิวเจอร์ซีย์ในวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐว่า “ผมคิดว่าการปรึกษาหารือกับจีนเป็นไปในทางที่ดีมาก จีนต้องการทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ และผมเชื่อว่า สงครามการค้าจะเกิดขึ้นแค่ในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น” พร้อมกับกล่าวว่า เขามีกำหนดหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในเร็วๆนี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเมื่อใด           ไม่ว่าสหรัฐและจีน จะขยับ หรือออกมาเคลื่อนไหวอย่างไร จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์ต่างๆตอบรับต่อความเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างรวดเร็ว           ส่งผลให้ทองคำเผชิญแรงขายในช่วงบ่ายและเย็นตามเวลาไทยของวันศุกร์ (16 ส.ค.) ลงมาทดสอบ 1,505 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดช่วงบวกลงจากช่วงเช้าที่ขึ้นไปทำไว้ที่ระดับ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปฟื้นตัวขึ้นเช่นกันจากประเด็นดังกล่าว     YLG Research Source: Infoquest, Investing   บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion Facebook : YLG Bullion Call Center : 02

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 16 สิงหาคม 2562

• (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกร่วงลงในเดือนส.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ลดลงสู่ระดับ 16.8 ในเดือนส.ค. หลังจากแตะระดับ 21.8 ในเดือนก.ค. การร่วงลงของดัชนีภาวะธุรกิจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงาน ขณะที่นักลงทุนลดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในอนาคต แม้ว่าคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของภาคธุรกิจ • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 9,000 ราย สู่ระดับ 220,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 214,000 ราย • (+) กองทัพเกาหลีใต้เผย เกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิด 2 ลูกลงสู่ทะเลตะวันออกเช้านี้ คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิด 2 ลูก ลงสู่ทะเลตะวันออกในช่วงเช้าวันนี้ • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 99.97 จุด รับยอดค้าปลีกสดใส,ผลประกอบการ”วอลมาร์ท”ดีเกินคาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดฟื้นตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ รวมทั้งผลประกอบการที่สดใสของบริษัทวอลมาร์ท อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ หลังจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่างซิสโก้ ซีสเต็มส์ ร่วงลงอย่างหนัก อันเนื่องมาจากยอดขายที่ตกต่ำในประเทศจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,579.39 จุด เพิ่มขึ้น 99.97 จุด หรือ +0.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,847.60 จุด เพิ่มขึ้น 7.00 จุด หรือ +0.25% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,766.62 จุด ลดลง 7.32 จุด หรือ -0.09% • (-) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกพุ่งเกินคาดในเดือนก.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 0.7% ในเดือนก.ค.

เหตุใด? ทองคำจึงผันผวนหนักในระยะนี้

ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆทั่วโลกที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดทองคำเหวี่ยงตัวรุนแรง      ความผันผวนอย่างหนัก เริ่มเห็นได้ชัดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 ส.ค.) ระหว่างวันราคาทองคำค่อยๆไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดย story ที่หนุนราคาทองคำในช่วงนั้นเป็นเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการเกิดเศรษฐกิจถดถอย หลังจากสถาบันการเงินหลายแห่งทั่วโลกออกรายงานเตือนว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะเกิด recession หาก trade war สหรัฐ-จีนยังยืดเยื้อต่อ ประกอบกับอีกหนึ่ง story นั่นคือประเด็นการประท้วงในฮ่องกงที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนทางการจีนใช้คำว่า “ก่อการร้าย” ถือเป็นการเตือนอย่างรุนแรงที่สุดต่อกลุ่มผู้ชุมนุม กระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง หนุนแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ      แต่หลังจากที่ราคาทองคำขึ้นไปทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ไม่นาน ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐ ก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้ตลาด ด้วยการประกาศ “ชะลอ” การเก็บภาษีจากจีนรอบใหม่ออกไปก่อน (จากเดิม 1 ก.ย ไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.) ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นขานรับประเด็นดังกล่าว แน่นอนว่าทองคำก็ถูกขายออกมากดดันราคาทองคำร่วงลงแตะ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นการเหวี่ยงลงมากกว่า 50 เหรียญ ภายในระยะเวลาสั้นๆ      หลังจากราคาทองคำร่วงเพียงไม่นาน ก็มีแรงซื้อกลับเข้ามา โดยมี story ใหม่มาขับเคลื่อน เป็นเรื่องของความวิตกในตลาดพันธบัตรสหรัฐ ที่ส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต โดยเกิดภาวะ Inverted Yield Curve ระหว่างพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี กับ 2 ปี โดยข้อมูลสถิติบ่งชี้ว่า หากเกิดภาวะดังกล่าวแล้้ว หลังจากนั้นเฉลี่ยราว 22 เดือน จะตามมาด้วยเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ส่งผลให้เกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง สะท้อนได้จากดัชนี Dow Jones ดิ่งลงกว่า 800 จุด หรือ -3.05% ในวันพุธ ซึ่งเป็นการร่วงลงวันเดียวเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในรอบปี หนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นทดสอบบริเวณ 1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงดึกของวันพุธ(14 ส.ค.) และทรงตัวรักษาช่วงบวกต่อเนื่องมายังเช้าวันพฤหัสบดี (15 ส.ค.)      สำหรับปัจจัยที่น่าติดตาม แนะนำให้นักลงทุนเน้นจับตาท่าทีของสหรัฐ-จีน

123168

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 20 สิงหาคม 2562

• (+) “ทรัมป์”กดดันเฟดหั่นดอกเบี้ย 1% พร้อมรื้อฟื้นโครงการ QE ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1% และรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) “เศรษฐกิจของเรามีความแข็งแกร่งอย่างมาก แม้ว่านายเจอโรม พาวเวล และเฟดจะขาดวิสัยทัศน์อย่างน่าวิตก ขณะที่พรรคเดโมแครตกำลังพยายามทำให้เศรษฐกิจแย่เพื่อหวังผลในการเลือกตั้งปีหน้า นี่เป็นการเห็นแก่ตัวอย่างมาก ส่วนค่าเงินดอลลาร์ของเราก็มีความแข็งแกร่งมากจนส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอื่นของโลก” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ • (-) รมว.พาณิชย์สหรัฐยืนยันขยายเวลาให้”หัวเว่ย”ซื้อสินค้าสหรัฐได้อีก 90 วัน นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐจะขยายระยะเวลาในการอนุญาตให้บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีน สามารถซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐได้อีก 90 วัน เพื่อให้หัวเว่ยสามารถให้บริการต่อลูกค้าที่มีอยู่ในขณะนี้ นายรอสส์กล่าวว่า ใบอนุญาตชั่วคราวดังกล่าวจะมีอายุ 90 วัน ขณะที่ใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุลงเมื่อวานนี้ ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอนุญาตให้หัวเว่ยซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐในเดือนพ.ค. หลังจากที่ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัท เพื่อลดผลกระทบที่จะมีต่อลูกค้าของบริษัท • (-) รมว.พาณิชย์สหรัฐแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ แม้เกิดภาวะ inverted yield curve นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี “ในที่สุดแล้ว จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ผมมองว่าภาวะ inverted yield curve ในครั้งนี้เชื่อถือไม่ได้” นายรอสส์กล่าว • (-) EU เตือน Brexit แบบไร้ข้อตกลงกระทบอังกฤษมากที่สุด คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ระบุในวันนี้ว่า EU มีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ที่อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง และอังกฤษจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว นางนาตาชา เบอร์ทอด์ โฆษก EC กล่าวว่า สภาวการณ์ Brexit แบบไม่มีข้อตกลง ไม่ใช่สิ่งที่

จับสัญญาณประธานเฟด “Powell” ที่แจ็กสันโฮลศุกร์นี้

การประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง หรือที่เรียกว่า Jackson Hole Symposium จะมีขึ้นปลายสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Challenges for Monetary Policy”      นักลงทุนในตลาดการเงินจับตา นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด มีกำหนดบรรยายในวันศุกร์ที่ 23 ส.ค. เวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย ว่าจะส่งสัญญาณถึงการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย รวมถึงมีทัศนะเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างไร      นอกเหนือจากประธานเฟดแล้ว จะมีผู้ว่าการธนาคาร รัฐมนตรีกระทรวงคลัง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน จากประเทศต่างๆทั่วโลก เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งความคิดเห็นและสุนทรพจน์จากธนาคารกลางและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะมีอิทธิพลและอาจสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดได้อย่างมาก ที่มารูปภาพ : Investing YLG Research ที่มาข้อมูล: Infoquest บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion Facebook : YLG Bullion Call Center : 02 687 9888

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 19 สิงหาคม 2562

• (+) เฟดสาขานิวยอร์กชี้มาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐดันราคาสินค้าและบั่นทอนผลกำไร ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้เปิดเผยรายงานว่า การปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และยังบั่นทอนผลกำไรของกลุ่มผู้ผลิตและบริษัทด้านบริการของสหรัฐ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รายงานของเฟดนิวยอร์กที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคำถามไปยัง August Empire State Manufacturing and Business Leaders Survey ระบุว่า 79% ของกลุ่มผู้ผลิต และ 60% ของบริษัทด้านการบริการมองว่า การขึ้นภาษีก่อให้เกิดต้นทุนโดยตรงและต้นทุนทางอ้อมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่กลุ่มผู้ผลิต 14% และบริษัทด้านบริการ 12% มองว่า การขึ้นภาษีทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นด้วยถึงผลกระทบในวงกว้างมากขึ้นจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในหมู่บริษัทด้านบริการ ซึ่งสูงกว่าผลการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังได้ตอบคำถามที่ว่า นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ส่งผลกระทบต่อค่าจ้าง ราคา และมาตรการอื่น ๆ ในปีนี้และปีหน้าอย่างไร โดยคำตอบที่ได้คือ กลุ่มผู้ผลิต 2 ใน 3 มองเห็นผลกระทบต่อราคา และอีก 45% มองว่า ผลกระทบเกิดขึ้นกับราคาขายทั้ง 2 ปี ภาคกลุ่มผู้ผลิต 51% ยังมองถึงผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นในปีนี้ และ 47% ที่มองว่า ผลกระทบด้านลบจะเกิดขึ้นในปีหน้า ส่วนบริษัทด้านบริการต่ำกว่า 40% มองถึงผลกระทบด้านลบในทั้ง 2 ปี • (+) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐร่วงเกินคาดในเดือนส.ค. เหตุวิตกสงครามการค้า ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงแตะระดับ 92.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบเจ็ดเดือน โดยลดลงจากระดับ 98.4 ในเดือนก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 97.2 • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 306.62 จุด นลท.คลายวิตกศก.ถดถอยหลังบอนด์ยิลด์ฟื้นตัว ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (16 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้น ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และนักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,886.01 จุด พุ่งขึ้น 306.62 จุด หรือ +1.20%

ทองย่อ หลังจีนเสียงอ่อนหวังพบสหรัฐครึ่งทางเจรจาการค้า

          ขณะนี้ตลาดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยจุดสนใจของนักลงทุนในตลาด ยังคงจับตาท่าทีของประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ทั้งสหรัฐและจีน           ต้องยอมรับว่าความเคลื่อนไหวต่างๆจาก 2 ประเทศ ยังส่งผลต่ออารมณ์ตลาดและอารมณ์ของนักลงทุนในระยะนี้ เปรียบเสมือนนักมวยที่กำลังตั้งการ์ดรอรับแรงปะทะ           โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดจากฝั่งจีน คือ การแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า “เราหวังว่าสหรัฐจะพบกับจีนครึ่งทาง และดำเนินการตามข้อตกลงที่ผู้นำของทั้งสองฝ่ายบรรลุในการประชุมที่นครโอซากา ขณะที่มองหาแนวทางที่ยอมรับได้ร่วมกัน ผ่านทางการหารือกันบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน และการเคารพซึ่งกันและกัน” ท่าทีดังกล่าวเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้ ที่จีนออกมาประกาศอย่างแข็งกร้าว ว่าจีนจะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐ ต่อการเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่           ส่วนทางด้านสหรัฐก็มีทีท่าในเชิงอ่อนลงเช่นกัน โดย ปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินในรัฐนิวเจอร์ซีย์ในวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐว่า “ผมคิดว่าการปรึกษาหารือกับจีนเป็นไปในทางที่ดีมาก จีนต้องการทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ และผมเชื่อว่า สงครามการค้าจะเกิดขึ้นแค่ในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น” พร้อมกับกล่าวว่า เขามีกำหนดหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในเร็วๆนี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเมื่อใด           ไม่ว่าสหรัฐและจีน จะขยับ หรือออกมาเคลื่อนไหวอย่างไร จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์ต่างๆตอบรับต่อความเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างรวดเร็ว           ส่งผลให้ทองคำเผชิญแรงขายในช่วงบ่ายและเย็นตามเวลาไทยของวันศุกร์ (16 ส.ค.) ลงมาทดสอบ 1,505 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดช่วงบวกลงจากช่วงเช้าที่ขึ้นไปทำไว้ที่ระดับ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปฟื้นตัวขึ้นเช่นกันจากประเด็นดังกล่าว     YLG Research Source: Infoquest, Investing   บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion Facebook : YLG Bullion Call Center : 02

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 16 สิงหาคม 2562

• (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกร่วงลงในเดือนส.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ลดลงสู่ระดับ 16.8 ในเดือนส.ค. หลังจากแตะระดับ 21.8 ในเดือนก.ค. การร่วงลงของดัชนีภาวะธุรกิจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงาน ขณะที่นักลงทุนลดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในอนาคต แม้ว่าคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของภาคธุรกิจ • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 9,000 ราย สู่ระดับ 220,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 214,000 ราย • (+) กองทัพเกาหลีใต้เผย เกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิด 2 ลูกลงสู่ทะเลตะวันออกเช้านี้ คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิด 2 ลูก ลงสู่ทะเลตะวันออกในช่วงเช้าวันนี้ • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 99.97 จุด รับยอดค้าปลีกสดใส,ผลประกอบการ”วอลมาร์ท”ดีเกินคาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดฟื้นตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ รวมทั้งผลประกอบการที่สดใสของบริษัทวอลมาร์ท อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ หลังจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่างซิสโก้ ซีสเต็มส์ ร่วงลงอย่างหนัก อันเนื่องมาจากยอดขายที่ตกต่ำในประเทศจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,579.39 จุด เพิ่มขึ้น 99.97 จุด หรือ +0.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,847.60 จุด เพิ่มขึ้น 7.00 จุด หรือ +0.25% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,766.62 จุด ลดลง 7.32 จุด หรือ -0.09% • (-) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกพุ่งเกินคาดในเดือนก.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 0.7% ในเดือนก.ค.

เหตุใด? ทองคำจึงผันผวนหนักในระยะนี้

ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆทั่วโลกที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดทองคำเหวี่ยงตัวรุนแรง      ความผันผวนอย่างหนัก เริ่มเห็นได้ชัดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 ส.ค.) ระหว่างวันราคาทองคำค่อยๆไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดย story ที่หนุนราคาทองคำในช่วงนั้นเป็นเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการเกิดเศรษฐกิจถดถอย หลังจากสถาบันการเงินหลายแห่งทั่วโลกออกรายงานเตือนว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะเกิด recession หาก trade war สหรัฐ-จีนยังยืดเยื้อต่อ ประกอบกับอีกหนึ่ง story นั่นคือประเด็นการประท้วงในฮ่องกงที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนทางการจีนใช้คำว่า “ก่อการร้าย” ถือเป็นการเตือนอย่างรุนแรงที่สุดต่อกลุ่มผู้ชุมนุม กระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง หนุนแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ      แต่หลังจากที่ราคาทองคำขึ้นไปทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ไม่นาน ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐ ก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้ตลาด ด้วยการประกาศ “ชะลอ” การเก็บภาษีจากจีนรอบใหม่ออกไปก่อน (จากเดิม 1 ก.ย ไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.) ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นขานรับประเด็นดังกล่าว แน่นอนว่าทองคำก็ถูกขายออกมากดดันราคาทองคำร่วงลงแตะ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นการเหวี่ยงลงมากกว่า 50 เหรียญ ภายในระยะเวลาสั้นๆ      หลังจากราคาทองคำร่วงเพียงไม่นาน ก็มีแรงซื้อกลับเข้ามา โดยมี story ใหม่มาขับเคลื่อน เป็นเรื่องของความวิตกในตลาดพันธบัตรสหรัฐ ที่ส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต โดยเกิดภาวะ Inverted Yield Curve ระหว่างพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี กับ 2 ปี โดยข้อมูลสถิติบ่งชี้ว่า หากเกิดภาวะดังกล่าวแล้้ว หลังจากนั้นเฉลี่ยราว 22 เดือน จะตามมาด้วยเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ส่งผลให้เกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง สะท้อนได้จากดัชนี Dow Jones ดิ่งลงกว่า 800 จุด หรือ -3.05% ในวันพุธ ซึ่งเป็นการร่วงลงวันเดียวเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในรอบปี หนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นทดสอบบริเวณ 1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงดึกของวันพุธ(14 ส.ค.) และทรงตัวรักษาช่วงบวกต่อเนื่องมายังเช้าวันพฤหัสบดี (15 ส.ค.)      สำหรับปัจจัยที่น่าติดตาม แนะนำให้นักลงทุนเน้นจับตาท่าทีของสหรัฐ-จีน

123168

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 20 สิงหาคม 2562

• (+) “ทรัมป์”กดดันเฟดหั่นดอกเบี้ย 1% พร้อมรื้อฟื้นโครงการ QE ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1% และรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) “เศรษฐกิจของเรามีความแข็งแกร่งอย่างมาก แม้ว่านายเจอโรม พาวเวล และเฟดจะขาดวิสัยทัศน์อย่างน่าวิตก ขณะที่พรรคเดโมแครตกำลังพยายามทำให้เศรษฐกิจแย่เพื่อหวังผลในการเลือกตั้งปีหน้า นี่เป็นการเห็นแก่ตัวอย่างมาก ส่วนค่าเงินดอลลาร์ของเราก็มีความแข็งแกร่งมากจนส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอื่นของโลก” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ • (-) รมว.พาณิชย์สหรัฐยืนยันขยายเวลาให้”หัวเว่ย”ซื้อสินค้าสหรัฐได้อีก 90 วัน นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐจะขยายระยะเวลาในการอนุญาตให้บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีน สามารถซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐได้อีก 90 วัน เพื่อให้หัวเว่ยสามารถให้บริการต่อลูกค้าที่มีอยู่ในขณะนี้ นายรอสส์กล่าวว่า ใบอนุญาตชั่วคราวดังกล่าวจะมีอายุ 90 วัน ขณะที่ใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุลงเมื่อวานนี้ ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอนุญาตให้หัวเว่ยซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐในเดือนพ.ค. หลังจากที่ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัท เพื่อลดผลกระทบที่จะมีต่อลูกค้าของบริษัท • (-) รมว.พาณิชย์สหรัฐแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ แม้เกิดภาวะ inverted yield curve นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี “ในที่สุดแล้ว จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ผมมองว่าภาวะ inverted yield curve ในครั้งนี้เชื่อถือไม่ได้” นายรอสส์กล่าว • (-) EU เตือน Brexit แบบไร้ข้อตกลงกระทบอังกฤษมากที่สุด คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ระบุในวันนี้ว่า EU มีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ที่อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง และอังกฤษจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว นางนาตาชา เบอร์ทอด์ โฆษก EC กล่าวว่า สภาวการณ์ Brexit แบบไม่มีข้อตกลง ไม่ใช่สิ่งที่

จับสัญญาณประธานเฟด “Powell” ที่แจ็กสันโฮลศุกร์นี้

การประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง หรือที่เรียกว่า Jackson Hole Symposium จะมีขึ้นปลายสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Challenges for Monetary Policy”      นักลงทุนในตลาดการเงินจับตา นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด มีกำหนดบรรยายในวันศุกร์ที่ 23 ส.ค. เวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย ว่าจะส่งสัญญาณถึงการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย รวมถึงมีทัศนะเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างไร      นอกเหนือจากประธานเฟดแล้ว จะมีผู้ว่าการธนาคาร รัฐมนตรีกระทรวงคลัง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน จากประเทศต่างๆทั่วโลก เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งความคิดเห็นและสุนทรพจน์จากธนาคารกลางและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะมีอิทธิพลและอาจสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดได้อย่างมาก ที่มารูปภาพ : Investing YLG Research ที่มาข้อมูล: Infoquest บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion Facebook : YLG Bullion Call Center : 02 687 9888

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 19 สิงหาคม 2562

• (+) เฟดสาขานิวยอร์กชี้มาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐดันราคาสินค้าและบั่นทอนผลกำไร ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้เปิดเผยรายงานว่า การปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และยังบั่นทอนผลกำไรของกลุ่มผู้ผลิตและบริษัทด้านบริการของสหรัฐ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รายงานของเฟดนิวยอร์กที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคำถามไปยัง August Empire State Manufacturing and Business Leaders Survey ระบุว่า 79% ของกลุ่มผู้ผลิต และ 60% ของบริษัทด้านการบริการมองว่า การขึ้นภาษีก่อให้เกิดต้นทุนโดยตรงและต้นทุนทางอ้อมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่กลุ่มผู้ผลิต 14% และบริษัทด้านบริการ 12% มองว่า การขึ้นภาษีทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นด้วยถึงผลกระทบในวงกว้างมากขึ้นจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในหมู่บริษัทด้านบริการ ซึ่งสูงกว่าผลการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังได้ตอบคำถามที่ว่า นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ส่งผลกระทบต่อค่าจ้าง ราคา และมาตรการอื่น ๆ ในปีนี้และปีหน้าอย่างไร โดยคำตอบที่ได้คือ กลุ่มผู้ผลิต 2 ใน 3 มองเห็นผลกระทบต่อราคา และอีก 45% มองว่า ผลกระทบเกิดขึ้นกับราคาขายทั้ง 2 ปี ภาคกลุ่มผู้ผลิต 51% ยังมองถึงผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นในปีนี้ และ 47% ที่มองว่า ผลกระทบด้านลบจะเกิดขึ้นในปีหน้า ส่วนบริษัทด้านบริการต่ำกว่า 40% มองถึงผลกระทบด้านลบในทั้ง 2 ปี • (+) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐร่วงเกินคาดในเดือนส.ค. เหตุวิตกสงครามการค้า ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงแตะระดับ 92.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบเจ็ดเดือน โดยลดลงจากระดับ 98.4 ในเดือนก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 97.2 • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 306.62 จุด นลท.คลายวิตกศก.ถดถอยหลังบอนด์ยิลด์ฟื้นตัว ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (16 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้น ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และนักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,886.01 จุด พุ่งขึ้น 306.62 จุด หรือ +1.20%

ทองย่อ หลังจีนเสียงอ่อนหวังพบสหรัฐครึ่งทางเจรจาการค้า

          ขณะนี้ตลาดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยจุดสนใจของนักลงทุนในตลาด ยังคงจับตาท่าทีของประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ทั้งสหรัฐและจีน           ต้องยอมรับว่าความเคลื่อนไหวต่างๆจาก 2 ประเทศ ยังส่งผลต่ออารมณ์ตลาดและอารมณ์ของนักลงทุนในระยะนี้ เปรียบเสมือนนักมวยที่กำลังตั้งการ์ดรอรับแรงปะทะ           โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดจากฝั่งจีน คือ การแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า “เราหวังว่าสหรัฐจะพบกับจีนครึ่งทาง และดำเนินการตามข้อตกลงที่ผู้นำของทั้งสองฝ่ายบรรลุในการประชุมที่นครโอซากา ขณะที่มองหาแนวทางที่ยอมรับได้ร่วมกัน ผ่านทางการหารือกันบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน และการเคารพซึ่งกันและกัน” ท่าทีดังกล่าวเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้ ที่จีนออกมาประกาศอย่างแข็งกร้าว ว่าจีนจะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐ ต่อการเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่           ส่วนทางด้านสหรัฐก็มีทีท่าในเชิงอ่อนลงเช่นกัน โดย ปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินในรัฐนิวเจอร์ซีย์ในวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐว่า “ผมคิดว่าการปรึกษาหารือกับจีนเป็นไปในทางที่ดีมาก จีนต้องการทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ และผมเชื่อว่า สงครามการค้าจะเกิดขึ้นแค่ในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น” พร้อมกับกล่าวว่า เขามีกำหนดหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในเร็วๆนี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเมื่อใด           ไม่ว่าสหรัฐและจีน จะขยับ หรือออกมาเคลื่อนไหวอย่างไร จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์ต่างๆตอบรับต่อความเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างรวดเร็ว           ส่งผลให้ทองคำเผชิญแรงขายในช่วงบ่ายและเย็นตามเวลาไทยของวันศุกร์ (16 ส.ค.) ลงมาทดสอบ 1,505 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดช่วงบวกลงจากช่วงเช้าที่ขึ้นไปทำไว้ที่ระดับ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปฟื้นตัวขึ้นเช่นกันจากประเด็นดังกล่าว     YLG Research Source: Infoquest, Investing   บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion Facebook : YLG Bullion Call Center : 02

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 16 สิงหาคม 2562

• (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกร่วงลงในเดือนส.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ลดลงสู่ระดับ 16.8 ในเดือนส.ค. หลังจากแตะระดับ 21.8 ในเดือนก.ค. การร่วงลงของดัชนีภาวะธุรกิจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงาน ขณะที่นักลงทุนลดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในอนาคต แม้ว่าคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของภาคธุรกิจ • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 9,000 ราย สู่ระดับ 220,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 214,000 ราย • (+) กองทัพเกาหลีใต้เผย เกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิด 2 ลูกลงสู่ทะเลตะวันออกเช้านี้ คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิด 2 ลูก ลงสู่ทะเลตะวันออกในช่วงเช้าวันนี้ • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 99.97 จุด รับยอดค้าปลีกสดใส,ผลประกอบการ”วอลมาร์ท”ดีเกินคาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดฟื้นตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ รวมทั้งผลประกอบการที่สดใสของบริษัทวอลมาร์ท อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ หลังจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่างซิสโก้ ซีสเต็มส์ ร่วงลงอย่างหนัก อันเนื่องมาจากยอดขายที่ตกต่ำในประเทศจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,579.39 จุด เพิ่มขึ้น 99.97 จุด หรือ +0.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,847.60 จุด เพิ่มขึ้น 7.00 จุด หรือ +0.25% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,766.62 จุด ลดลง 7.32 จุด หรือ -0.09% • (-) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกพุ่งเกินคาดในเดือนก.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 0.7% ในเดือนก.ค.

เหตุใด? ทองคำจึงผันผวนหนักในระยะนี้

ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆทั่วโลกที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดทองคำเหวี่ยงตัวรุนแรง      ความผันผวนอย่างหนัก เริ่มเห็นได้ชัดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 ส.ค.) ระหว่างวันราคาทองคำค่อยๆไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดย story ที่หนุนราคาทองคำในช่วงนั้นเป็นเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการเกิดเศรษฐกิจถดถอย หลังจากสถาบันการเงินหลายแห่งทั่วโลกออกรายงานเตือนว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะเกิด recession หาก trade war สหรัฐ-จีนยังยืดเยื้อต่อ ประกอบกับอีกหนึ่ง story นั่นคือประเด็นการประท้วงในฮ่องกงที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนทางการจีนใช้คำว่า “ก่อการร้าย” ถือเป็นการเตือนอย่างรุนแรงที่สุดต่อกลุ่มผู้ชุมนุม กระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง หนุนแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ      แต่หลังจากที่ราคาทองคำขึ้นไปทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ไม่นาน ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐ ก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้ตลาด ด้วยการประกาศ “ชะลอ” การเก็บภาษีจากจีนรอบใหม่ออกไปก่อน (จากเดิม 1 ก.ย ไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.) ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นขานรับประเด็นดังกล่าว แน่นอนว่าทองคำก็ถูกขายออกมากดดันราคาทองคำร่วงลงแตะ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นการเหวี่ยงลงมากกว่า 50 เหรียญ ภายในระยะเวลาสั้นๆ      หลังจากราคาทองคำร่วงเพียงไม่นาน ก็มีแรงซื้อกลับเข้ามา โดยมี story ใหม่มาขับเคลื่อน เป็นเรื่องของความวิตกในตลาดพันธบัตรสหรัฐ ที่ส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต โดยเกิดภาวะ Inverted Yield Curve ระหว่างพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี กับ 2 ปี โดยข้อมูลสถิติบ่งชี้ว่า หากเกิดภาวะดังกล่าวแล้้ว หลังจากนั้นเฉลี่ยราว 22 เดือน จะตามมาด้วยเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ส่งผลให้เกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง สะท้อนได้จากดัชนี Dow Jones ดิ่งลงกว่า 800 จุด หรือ -3.05% ในวันพุธ ซึ่งเป็นการร่วงลงวันเดียวเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในรอบปี หนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นทดสอบบริเวณ 1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงดึกของวันพุธ(14 ส.ค.) และทรงตัวรักษาช่วงบวกต่อเนื่องมายังเช้าวันพฤหัสบดี (15 ส.ค.)      สำหรับปัจจัยที่น่าติดตาม แนะนำให้นักลงทุนเน้นจับตาท่าทีของสหรัฐ-จีน

123160

บทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ

เจาะลึกทุกเรื่องที่คุณควรรู้ ด้วยทีมงานมืออาชีพ

บทวิเคราะห์ทั้งหมด