News

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562

• (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 112.93 จุด กังวลเจรจาการค้าไม่คืบ,สภาสหรัฐออกกฎหมายหนุนม็อบฮ่องกง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสื่อรายงานว่า สหรัฐและจีนอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในปีนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่า การที่วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงนั้น อาจส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนด้วย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,821.09 จุด ลดลง 112.93 จุด หรือ -0.40% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,108.46 จุด ลดลง 11.72 จุด หรือ -0.38% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,526.73 จุด ลดลง 43.93 จุด หรือ -0.51% • (+) สภาผู้แทนฯสหรัฐลงมติผ่านร่างกม.หนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง ก่อนส่งให้”ทรัมป์”ลงนามเป็นลำดับต่อไป สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 417 ต่อ 1 เสียง ผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะส่งร่างกฎหมาย “Hong Kong Human Rights and Democracy Act” ไปยังทำเนียบขาว เพื่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเป็นลำดับต่อไป ร่างกฎหมายดังกล่าวครอบคลุมถึงการกำหนดให้ทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับฮ่องกง ภายใต้กฎหมายของสหรัฐ โดยการทบทวนดังกล่าวจะพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า ฮ่องกงได้รับอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเพียงพอจากจีนหรือไม่ นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังกำหนดให้มีการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบในการทำลายเสรีภาพขั้นพื้นฐานและการปกครองตนเองในฮ่องกง • (+) “รอยเตอร์”เผยสหรัฐ-จีนอาจไม่บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในปีนี้ รอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐและจีนอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ รอยเตอร์รายงานโดยอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการค้า และบุคคลใกล้ชิดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกอาจมีการเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า ขณะที่จีนต้องการให้สหรัฐยกเลิกภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างอดีตเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของปธน.ทรัมป์ระบุว่า การเจรจาการค้าในขณะนี้กำลังเผชิญภาวะชะงักงัน • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดเผยรายงานประชุม ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นปานกลางเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ

“ฮ่องกง” สนามรบสหรัฐ-จีน

ดูเหมือนว่าฮ่องกง เริ่มกลายเป็นสนามรบมากขึ้นทุกขณะ โดยมีสหรัฐและจีนเป็นคู่ต่อสู้ ซึ่งใช้ฮ่องกงเป็นเครื่องมือในการเดินเกมการเมือง ท่ามกลางเหตุการณ์ประท้วงที่ยังไม่รู้ว่าจะมีจุดจบที่ไหน และแบบใด จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดยแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผลักดันร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวฮ่องกง เพราะเกรงว่ารัฐบาลจีนจะใช้ร่างกฎหมายฉบับนี้จัดการกับฝ่ายต่อต้านจีนที่อยู่ในฮ่องกง หลังจากนั้นประชาชนจึงลุกฮือต่อต้านรัฐบาลโดยการเดินหน้าประท้วงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังนั่นคือ สหรัฐอเมริกานั่นเอง สหรัฐแสดงจุดยืนสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกงชัดเจนมากขึ้น เมื่อสภาสูงของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกง หวังกดดันรัฐบาลปักกิ่ง เมื่อวานนี้ (19 พ.ย. ตามเวลาสหรัฐ) วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง หรือที่เรียกว่า Hong Kong Human Rights and Democracy Act คือ ร่างกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ซึ่งให้อำนาจกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐได้ทำการทบทวนสถานะของฮ่องกงเป็นประจำทุกปีว่า ยังคงมีอำนาจปกครองตนเองในฐานะเขตปกครองพิเศษหรือไม่ ซึ่งหากยังคงมีอำนาจในส่วนนี้เหมือนเดิม ฮ่องกงก็ยังคงเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคต่อไป นอกจากนี้ วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายที่เรียกว่า Protect Hong Kong Act คือ ร่างกฎหมายปกป้องฮ่องกง ห้ามบริษัทของสหรัฐขายอาวุธและอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย กระสุนยาง และปืนช็อตไฟฟ้า ไปยังฮ่องกง ที่ตำรวจฮ่องกงอาจนำไปใช้ในการควบคุมฝูงชน นอกจากนี้ ร่างกฎหมายจะกำหนดให้มีการทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับฮ่องกง ภายใต้กฎหมายของสหรัฐ โดยการทบทวนดังกล่าวจะพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า ฮ่องกงได้รับอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเพียงพอจากจีนหรือไม่ โดยกระบวนการหลังจากนี้ ต้องผ่านการพิจารณาโดยสมาชิกรัฐสภาสหรัฐเพื่อให้การรับรองอีกครั้ง ซึ่งอาจมีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วน ก่อนส่งเรื่องให้ปธน.ทรัมป์พิจารณาลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป แม้ว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนจะเคยเตือนสหรัฐ ว่าอย่าผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงกิจการภายในฮ่องกง หลังจากฮ่องกงหลุดพ้นการเป็นอาณานิคมของอังกฤษและกลับคืนสู่การปกครองของจีนอย่างเป็นทางการมาแล้วเมื่อปีค.ศ.1997 แต่สหรัฐก็ยังคงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประท้วง และมุ่งเป้ากดดันรัฐบาลปักกิ่ง หากจะเดาทางเกมการเมืองสหรัฐ น่าจะพอเดาได้บ้าง เพราะจังหวะเวลาที่สภาสูงของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐต้องการที่จะกดดันให้จีน ทำข้อตกลงทางการค้า ตามที่สหรัฐต้องการ ซึ่งผู้นำสหรัฐ ได้อ้างว่า รัฐบาลจีนควรเร่งแก้ปัญหาในฮ่องกง และยังเตือนด้วยว่า หากมีเหตุไม่ปกติเกิดขึ้นในฮ่องกง อาจทำให้การเจรจาการค้าล่ม และจะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก นักลงทุนทองคำจึงต้องจับตาสถานการณ์ฮ่องกงอย่างใกล้ชิด การวางหมากเกมการเมืองของสหรัฐในลักษณะนี้ จะสามารถบีบจีนได้หรือไม่ และที่น่ากังวลคือ หลายฝ่ายมองว่า การเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินไปนั้น จะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้จริงหรือ ยังเป็นที่ต้องติดตามกันต่อไป #YLGresearch บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562

• (+) “ทรัมป์”ขู่รีดภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้าจีน หากยังไม่สามารถบรรลุดีลการค้า สื่อรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้านำเข้าจากจีน หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า คำขู่ดังกล่าวมีขึ้น ขณะที่ปธน.ทรัมป์เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ • (+) อดีตที่ปรึกษาทำเนียบขาวคาด”ทรัมป์”เดินหน้ารีดภาษีจีน 15 ธ.ค. หากยังไม่บรรลุดีลการค้า นายแกรี่ โคห์น อดีตหัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า เขาเชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค. หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้า • (+) วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกม.หนุนสิทธิมนุษยชนฮ่องกง เมื่อวานนี้วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง ท่ามกลางการปราบปรามของจีนต่อความเคลื่อนไหวประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตย ซึ่งเกิดขึ้นในฮ่องกงมานานหลายเดือน หลังการลงมติของวุฒิสมาชิก ขณะนี้ “ร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง” จะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อนุมัติมาตรการในแบบของตนเองไว้ ทั้งสองสภาจะจำเป็นต้องขจัดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของพวกเขาก่อนที่จะสามารถส่งร่างกฎหมายใดๆไปให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐทำการพิจารณา หลังจากนั้น วุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับที่ 2 ด้วยมติเป็นเอกฉันท์เช่นกัน ซึ่งจะห้ามส่งออกอาวุธบางประเภทแก่กองกำลังตำรวจฮ่องกง โดยร่างกฎหมายดังกล่าวห้ามการส่งออกอาวุธประเภทต่างๆ เช่น แก๊สน้ำตา, สเปรย์พริกไทย, กระสุนยาง และเครื่องช็อตไฟฟ้า • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 102.20 จุด หุ้นค้าปลีกร่วงหลังผลประกอบการ”โฮม ดีโปท์,โคห์ลส์”ซบเซา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 พ.ย.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกร่วงลงอย่างหนัก หลังจากโฮม ดีโปท์ และโคห์ลส์ คอร์ป ซึ่งเป็นสองบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,934.02 จุด ลดลง 102.20 จุด หรือ -0.36% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,120.18 จุด ลดลง 1.85 จุด หรือ -0.06% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,570.66 จุด เพิ่มขึ้น 20.72

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562

• (+) สื่อเผยบรรยากาศเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนอึมครึม เหตุ”ทรัมป์”เมินยกเลิกขึ้นภาษีจีน สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่มีความเชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปรับเพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน ทั้งนี้ นางสาวยูนิส หยุ่น ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวของ CNBC ทวีตข้อความระบุว่า “แหล่งข่าวรัฐบาลบอกดิฉันว่า ทางการปักกิ่งไม่เชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้า โดยจีนมีความไม่พอใจต่อการที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าจะไม่มีการยกเลิกการเก็บภาษีต่อสินค้าจีน ซึ่งจีนมองว่าทั้งสองฝ่ายเคยตกลงกันในเรื่องนี้แล้ว ขณะที่กลยุทธ์ในการเจรจาในขณะนี้คือ ทำการเจรจา แต่ให้รอต่อไป เนื่องจากยังมีหลายปัจจัย เช่น การถอดถอนประธานาธิบดี และการเลือกตั้งในสหรัฐ” • (+) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลงครั้งแรกรอบ 5 เดือนในพ.ย. สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 70 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน การชะลอตัวของดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านในภาคใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ แต่ดัชนียังได้ปัจจัยหนุนจากอัตราดอกเบี้ยจำนองที่ปรับตัวลง และตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก วิตกการค้าสหรัฐ-จีน,ข้อมูลศก.สหรัฐซบเซา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากรายงานที่ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านสหรัฐลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.63 เยน จากระดับ 108.81 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9883 ฟรังก์ จากระดับ 0.9902 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3204 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3228 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1074 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1052 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2955 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2901 ดอลลาร์ • (-) สหรัฐประกาศขยายเวลาอีก 90

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

• (+) ดอลล์อ่อนหลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.ซบเซา ขณะยูโรพุ่งขานรับ GDP ยูโรโซน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 พ.ย.) หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่ยูโรดีดตัวขึ้นขานรับรายงานที่ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนยังคงมีการขยายตัวในไตรมาส 3 ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1022 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0999 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2876 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2837 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6784 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6830 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.39 เยน จากระดับ 108.77 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9880 ฟรังก์ จากระดับ 0.9893 ฟรังก์ แต่หากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3256 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3254 ดอลลาร์แคนาดา • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงสุดรอบ 5 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 14,000 ราย สู่ระดับ 225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 215,000 ราย • (-) “พาวเวล”ยันไม่มีฟองสบู่ในระบบเศรษฐกิจ ขณะสหรัฐเป็นประเทศแข็งแกร่งที่สุดในโลก นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า เขายังไม่เห็นสัญญาณฟองสบู่ในเศรษฐกิจสหรัฐ หรืออันตรายที่เกิดจากการที่สหรัฐขาดดุลเป็นจำนวนมาก “ถ้าคุณดูเศรษฐกิจในวันนี้ ก็จะไม่พบปัญหาฟองสบู่แตก โดยเป็นภาพการขยายตัวที่ยั่งยืน” นายพาวเวลกล่าวแถลงการณ์ว่าด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้ ซึ่งเป็นการกล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 นายพาวเวลกล่าวเสริมว่า การที่ดอลลาร์มีสถานะเป็นสกุลเงินสำรองของโลก ได้ช่วยลดผลกระทบจากการที่สหรัฐมีหนี้สินมากกว่า 23 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี นายพาวเวลกล่าวเตือนเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอตัวของภาคการผลิต และความขัดแย้งทางการค้า “เราเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เรามีสถาบันที่ดีที่สุด และเรามีแรงงานที่ดีที่สุด

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

• (+) เกาหลีเหนือขู่ตอบโต้สหรัฐ หากเดินหน้าซ้อมรบกับเกาหลีใต้ คณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการแห่งรัฐของเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ขู่ตอบโต้สหรัฐ หากสหรัฐเดินหน้าทำการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ในเดือนหน้า เกาหลีเหนือออกคำเตือนดังกล่าว แม้ว่าสหรัฐระบุในสัปดาห์ที่แล้วว่าจะลดขนาดการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการดังกล่าว ซึ่งมีนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นประธาน ออกแถลงการณ์ระบุว่า เป็นสิทธิของเกาหลีเหนือที่จะทำการปกป้องตนเองเพื่อตอบโต้ต่อภัย • (-) ดอลล์แข็งเทียบยูโรหลังปธ.เฟดแถลง เงินปอนด์ร่วงหลังอังกฤษเผยเงินเฟ้อซบเซา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 พ.ย.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ โดยระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวอย่างยั่งยืนหลังจากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงหลังจากอังกฤษเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2837 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2855 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.0999 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1009 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6830 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6842 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.77 เยน จากระดับ 108.96 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9893 ฟรังก์ จากระดับ 0.9923 ฟรังก์ • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 92.10 จุด รับถ้อยแถลง”พาวเวล”,หุ้นดิสนีย์พุ่งแรง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นทำนิวไฮอีกครั้งเมื่อคืนนี้ (13 พ.ย.) ขานรับถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ ดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนจากราคาหุ้นดิสนีย์ที่ทะยานขึ้นกว่า 7% หลังจากยอดลงทะเบียนผู้ใช้บริการสตรีมมิ่ง “Disney+” พุ่งทะลุ 10 ล้านราย อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดในระหว่างวัน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,783.59 จุด เพิ่มขึ้น 92.10 จุด หรือ +0.33% ขณะที่ดัชนี

123183

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562

• (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 112.93 จุด กังวลเจรจาการค้าไม่คืบ,สภาสหรัฐออกกฎหมายหนุนม็อบฮ่องกง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสื่อรายงานว่า สหรัฐและจีนอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในปีนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่า การที่วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงนั้น อาจส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนด้วย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,821.09 จุด ลดลง 112.93 จุด หรือ -0.40% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,108.46 จุด ลดลง 11.72 จุด หรือ -0.38% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,526.73 จุด ลดลง 43.93 จุด หรือ -0.51% • (+) สภาผู้แทนฯสหรัฐลงมติผ่านร่างกม.หนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง ก่อนส่งให้”ทรัมป์”ลงนามเป็นลำดับต่อไป สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 417 ต่อ 1 เสียง ผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะส่งร่างกฎหมาย “Hong Kong Human Rights and Democracy Act” ไปยังทำเนียบขาว เพื่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเป็นลำดับต่อไป ร่างกฎหมายดังกล่าวครอบคลุมถึงการกำหนดให้ทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับฮ่องกง ภายใต้กฎหมายของสหรัฐ โดยการทบทวนดังกล่าวจะพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า ฮ่องกงได้รับอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเพียงพอจากจีนหรือไม่ นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังกำหนดให้มีการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบในการทำลายเสรีภาพขั้นพื้นฐานและการปกครองตนเองในฮ่องกง • (+) “รอยเตอร์”เผยสหรัฐ-จีนอาจไม่บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในปีนี้ รอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐและจีนอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ รอยเตอร์รายงานโดยอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการค้า และบุคคลใกล้ชิดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกอาจมีการเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า ขณะที่จีนต้องการให้สหรัฐยกเลิกภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างอดีตเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของปธน.ทรัมป์ระบุว่า การเจรจาการค้าในขณะนี้กำลังเผชิญภาวะชะงักงัน • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดเผยรายงานประชุม ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นปานกลางเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ

“ฮ่องกง” สนามรบสหรัฐ-จีน

ดูเหมือนว่าฮ่องกง เริ่มกลายเป็นสนามรบมากขึ้นทุกขณะ โดยมีสหรัฐและจีนเป็นคู่ต่อสู้ ซึ่งใช้ฮ่องกงเป็นเครื่องมือในการเดินเกมการเมือง ท่ามกลางเหตุการณ์ประท้วงที่ยังไม่รู้ว่าจะมีจุดจบที่ไหน และแบบใด จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดยแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผลักดันร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวฮ่องกง เพราะเกรงว่ารัฐบาลจีนจะใช้ร่างกฎหมายฉบับนี้จัดการกับฝ่ายต่อต้านจีนที่อยู่ในฮ่องกง หลังจากนั้นประชาชนจึงลุกฮือต่อต้านรัฐบาลโดยการเดินหน้าประท้วงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังนั่นคือ สหรัฐอเมริกานั่นเอง สหรัฐแสดงจุดยืนสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกงชัดเจนมากขึ้น เมื่อสภาสูงของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกง หวังกดดันรัฐบาลปักกิ่ง เมื่อวานนี้ (19 พ.ย. ตามเวลาสหรัฐ) วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง หรือที่เรียกว่า Hong Kong Human Rights and Democracy Act คือ ร่างกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ซึ่งให้อำนาจกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐได้ทำการทบทวนสถานะของฮ่องกงเป็นประจำทุกปีว่า ยังคงมีอำนาจปกครองตนเองในฐานะเขตปกครองพิเศษหรือไม่ ซึ่งหากยังคงมีอำนาจในส่วนนี้เหมือนเดิม ฮ่องกงก็ยังคงเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคต่อไป นอกจากนี้ วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายที่เรียกว่า Protect Hong Kong Act คือ ร่างกฎหมายปกป้องฮ่องกง ห้ามบริษัทของสหรัฐขายอาวุธและอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย กระสุนยาง และปืนช็อตไฟฟ้า ไปยังฮ่องกง ที่ตำรวจฮ่องกงอาจนำไปใช้ในการควบคุมฝูงชน นอกจากนี้ ร่างกฎหมายจะกำหนดให้มีการทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับฮ่องกง ภายใต้กฎหมายของสหรัฐ โดยการทบทวนดังกล่าวจะพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า ฮ่องกงได้รับอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเพียงพอจากจีนหรือไม่ โดยกระบวนการหลังจากนี้ ต้องผ่านการพิจารณาโดยสมาชิกรัฐสภาสหรัฐเพื่อให้การรับรองอีกครั้ง ซึ่งอาจมีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วน ก่อนส่งเรื่องให้ปธน.ทรัมป์พิจารณาลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป แม้ว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนจะเคยเตือนสหรัฐ ว่าอย่าผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงกิจการภายในฮ่องกง หลังจากฮ่องกงหลุดพ้นการเป็นอาณานิคมของอังกฤษและกลับคืนสู่การปกครองของจีนอย่างเป็นทางการมาแล้วเมื่อปีค.ศ.1997 แต่สหรัฐก็ยังคงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประท้วง และมุ่งเป้ากดดันรัฐบาลปักกิ่ง หากจะเดาทางเกมการเมืองสหรัฐ น่าจะพอเดาได้บ้าง เพราะจังหวะเวลาที่สภาสูงของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐต้องการที่จะกดดันให้จีน ทำข้อตกลงทางการค้า ตามที่สหรัฐต้องการ ซึ่งผู้นำสหรัฐ ได้อ้างว่า รัฐบาลจีนควรเร่งแก้ปัญหาในฮ่องกง และยังเตือนด้วยว่า หากมีเหตุไม่ปกติเกิดขึ้นในฮ่องกง อาจทำให้การเจรจาการค้าล่ม และจะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก นักลงทุนทองคำจึงต้องจับตาสถานการณ์ฮ่องกงอย่างใกล้ชิด การวางหมากเกมการเมืองของสหรัฐในลักษณะนี้ จะสามารถบีบจีนได้หรือไม่ และที่น่ากังวลคือ หลายฝ่ายมองว่า การเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินไปนั้น จะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้จริงหรือ ยังเป็นที่ต้องติดตามกันต่อไป #YLGresearch บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562

• (+) “ทรัมป์”ขู่รีดภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้าจีน หากยังไม่สามารถบรรลุดีลการค้า สื่อรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้านำเข้าจากจีน หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า คำขู่ดังกล่าวมีขึ้น ขณะที่ปธน.ทรัมป์เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ • (+) อดีตที่ปรึกษาทำเนียบขาวคาด”ทรัมป์”เดินหน้ารีดภาษีจีน 15 ธ.ค. หากยังไม่บรรลุดีลการค้า นายแกรี่ โคห์น อดีตหัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า เขาเชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค. หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้า • (+) วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกม.หนุนสิทธิมนุษยชนฮ่องกง เมื่อวานนี้วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง ท่ามกลางการปราบปรามของจีนต่อความเคลื่อนไหวประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตย ซึ่งเกิดขึ้นในฮ่องกงมานานหลายเดือน หลังการลงมติของวุฒิสมาชิก ขณะนี้ “ร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง” จะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อนุมัติมาตรการในแบบของตนเองไว้ ทั้งสองสภาจะจำเป็นต้องขจัดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของพวกเขาก่อนที่จะสามารถส่งร่างกฎหมายใดๆไปให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐทำการพิจารณา หลังจากนั้น วุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับที่ 2 ด้วยมติเป็นเอกฉันท์เช่นกัน ซึ่งจะห้ามส่งออกอาวุธบางประเภทแก่กองกำลังตำรวจฮ่องกง โดยร่างกฎหมายดังกล่าวห้ามการส่งออกอาวุธประเภทต่างๆ เช่น แก๊สน้ำตา, สเปรย์พริกไทย, กระสุนยาง และเครื่องช็อตไฟฟ้า • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 102.20 จุด หุ้นค้าปลีกร่วงหลังผลประกอบการ”โฮม ดีโปท์,โคห์ลส์”ซบเซา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 พ.ย.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกร่วงลงอย่างหนัก หลังจากโฮม ดีโปท์ และโคห์ลส์ คอร์ป ซึ่งเป็นสองบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,934.02 จุด ลดลง 102.20 จุด หรือ -0.36% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,120.18 จุด ลดลง 1.85 จุด หรือ -0.06% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,570.66 จุด เพิ่มขึ้น 20.72

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562

• (+) สื่อเผยบรรยากาศเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนอึมครึม เหตุ”ทรัมป์”เมินยกเลิกขึ้นภาษีจีน สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่มีความเชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปรับเพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน ทั้งนี้ นางสาวยูนิส หยุ่น ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวของ CNBC ทวีตข้อความระบุว่า “แหล่งข่าวรัฐบาลบอกดิฉันว่า ทางการปักกิ่งไม่เชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้า โดยจีนมีความไม่พอใจต่อการที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าจะไม่มีการยกเลิกการเก็บภาษีต่อสินค้าจีน ซึ่งจีนมองว่าทั้งสองฝ่ายเคยตกลงกันในเรื่องนี้แล้ว ขณะที่กลยุทธ์ในการเจรจาในขณะนี้คือ ทำการเจรจา แต่ให้รอต่อไป เนื่องจากยังมีหลายปัจจัย เช่น การถอดถอนประธานาธิบดี และการเลือกตั้งในสหรัฐ” • (+) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลงครั้งแรกรอบ 5 เดือนในพ.ย. สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 70 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน การชะลอตัวของดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านในภาคใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ แต่ดัชนียังได้ปัจจัยหนุนจากอัตราดอกเบี้ยจำนองที่ปรับตัวลง และตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก วิตกการค้าสหรัฐ-จีน,ข้อมูลศก.สหรัฐซบเซา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากรายงานที่ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านสหรัฐลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.63 เยน จากระดับ 108.81 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9883 ฟรังก์ จากระดับ 0.9902 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3204 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3228 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1074 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1052 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2955 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2901 ดอลลาร์ • (-) สหรัฐประกาศขยายเวลาอีก 90

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

• (+) ดอลล์อ่อนหลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.ซบเซา ขณะยูโรพุ่งขานรับ GDP ยูโรโซน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 พ.ย.) หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่ยูโรดีดตัวขึ้นขานรับรายงานที่ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนยังคงมีการขยายตัวในไตรมาส 3 ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1022 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0999 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2876 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2837 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6784 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6830 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.39 เยน จากระดับ 108.77 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9880 ฟรังก์ จากระดับ 0.9893 ฟรังก์ แต่หากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3256 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3254 ดอลลาร์แคนาดา • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงสุดรอบ 5 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 14,000 ราย สู่ระดับ 225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 215,000 ราย • (-) “พาวเวล”ยันไม่มีฟองสบู่ในระบบเศรษฐกิจ ขณะสหรัฐเป็นประเทศแข็งแกร่งที่สุดในโลก นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า เขายังไม่เห็นสัญญาณฟองสบู่ในเศรษฐกิจสหรัฐ หรืออันตรายที่เกิดจากการที่สหรัฐขาดดุลเป็นจำนวนมาก “ถ้าคุณดูเศรษฐกิจในวันนี้ ก็จะไม่พบปัญหาฟองสบู่แตก โดยเป็นภาพการขยายตัวที่ยั่งยืน” นายพาวเวลกล่าวแถลงการณ์ว่าด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้ ซึ่งเป็นการกล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 นายพาวเวลกล่าวเสริมว่า การที่ดอลลาร์มีสถานะเป็นสกุลเงินสำรองของโลก ได้ช่วยลดผลกระทบจากการที่สหรัฐมีหนี้สินมากกว่า 23 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี นายพาวเวลกล่าวเตือนเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอตัวของภาคการผลิต และความขัดแย้งทางการค้า “เราเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เรามีสถาบันที่ดีที่สุด และเรามีแรงงานที่ดีที่สุด

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

• (+) เกาหลีเหนือขู่ตอบโต้สหรัฐ หากเดินหน้าซ้อมรบกับเกาหลีใต้ คณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการแห่งรัฐของเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ขู่ตอบโต้สหรัฐ หากสหรัฐเดินหน้าทำการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ในเดือนหน้า เกาหลีเหนือออกคำเตือนดังกล่าว แม้ว่าสหรัฐระบุในสัปดาห์ที่แล้วว่าจะลดขนาดการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการดังกล่าว ซึ่งมีนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นประธาน ออกแถลงการณ์ระบุว่า เป็นสิทธิของเกาหลีเหนือที่จะทำการปกป้องตนเองเพื่อตอบโต้ต่อภัย • (-) ดอลล์แข็งเทียบยูโรหลังปธ.เฟดแถลง เงินปอนด์ร่วงหลังอังกฤษเผยเงินเฟ้อซบเซา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 พ.ย.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ โดยระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวอย่างยั่งยืนหลังจากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงหลังจากอังกฤษเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2837 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2855 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.0999 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1009 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6830 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6842 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.77 เยน จากระดับ 108.96 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9893 ฟรังก์ จากระดับ 0.9923 ฟรังก์ • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 92.10 จุด รับถ้อยแถลง”พาวเวล”,หุ้นดิสนีย์พุ่งแรง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นทำนิวไฮอีกครั้งเมื่อคืนนี้ (13 พ.ย.) ขานรับถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ ดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนจากราคาหุ้นดิสนีย์ที่ทะยานขึ้นกว่า 7% หลังจากยอดลงทะเบียนผู้ใช้บริการสตรีมมิ่ง “Disney+” พุ่งทะลุ 10 ล้านราย อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดในระหว่างวัน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,783.59 จุด เพิ่มขึ้น 92.10 จุด หรือ +0.33% ขณะที่ดัชนี

123183

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562

• (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 112.93 จุด กังวลเจรจาการค้าไม่คืบ,สภาสหรัฐออกกฎหมายหนุนม็อบฮ่องกง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสื่อรายงานว่า สหรัฐและจีนอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในปีนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่า การที่วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงนั้น อาจส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนด้วย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,821.09 จุด ลดลง 112.93 จุด หรือ -0.40% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,108.46 จุด ลดลง 11.72 จุด หรือ -0.38% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,526.73 จุด ลดลง 43.93 จุด หรือ -0.51% • (+) สภาผู้แทนฯสหรัฐลงมติผ่านร่างกม.หนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง ก่อนส่งให้”ทรัมป์”ลงนามเป็นลำดับต่อไป สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 417 ต่อ 1 เสียง ผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะส่งร่างกฎหมาย “Hong Kong Human Rights and Democracy Act” ไปยังทำเนียบขาว เพื่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเป็นลำดับต่อไป ร่างกฎหมายดังกล่าวครอบคลุมถึงการกำหนดให้ทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับฮ่องกง ภายใต้กฎหมายของสหรัฐ โดยการทบทวนดังกล่าวจะพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า ฮ่องกงได้รับอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเพียงพอจากจีนหรือไม่ นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังกำหนดให้มีการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบในการทำลายเสรีภาพขั้นพื้นฐานและการปกครองตนเองในฮ่องกง • (+) “รอยเตอร์”เผยสหรัฐ-จีนอาจไม่บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในปีนี้ รอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐและจีนอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ รอยเตอร์รายงานโดยอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการค้า และบุคคลใกล้ชิดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกอาจมีการเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า ขณะที่จีนต้องการให้สหรัฐยกเลิกภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างอดีตเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของปธน.ทรัมป์ระบุว่า การเจรจาการค้าในขณะนี้กำลังเผชิญภาวะชะงักงัน • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดเผยรายงานประชุม ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นปานกลางเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ

“ฮ่องกง” สนามรบสหรัฐ-จีน

ดูเหมือนว่าฮ่องกง เริ่มกลายเป็นสนามรบมากขึ้นทุกขณะ โดยมีสหรัฐและจีนเป็นคู่ต่อสู้ ซึ่งใช้ฮ่องกงเป็นเครื่องมือในการเดินเกมการเมือง ท่ามกลางเหตุการณ์ประท้วงที่ยังไม่รู้ว่าจะมีจุดจบที่ไหน และแบบใด จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดยแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผลักดันร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวฮ่องกง เพราะเกรงว่ารัฐบาลจีนจะใช้ร่างกฎหมายฉบับนี้จัดการกับฝ่ายต่อต้านจีนที่อยู่ในฮ่องกง หลังจากนั้นประชาชนจึงลุกฮือต่อต้านรัฐบาลโดยการเดินหน้าประท้วงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังนั่นคือ สหรัฐอเมริกานั่นเอง สหรัฐแสดงจุดยืนสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกงชัดเจนมากขึ้น เมื่อสภาสูงของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกง หวังกดดันรัฐบาลปักกิ่ง เมื่อวานนี้ (19 พ.ย. ตามเวลาสหรัฐ) วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง หรือที่เรียกว่า Hong Kong Human Rights and Democracy Act คือ ร่างกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ซึ่งให้อำนาจกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐได้ทำการทบทวนสถานะของฮ่องกงเป็นประจำทุกปีว่า ยังคงมีอำนาจปกครองตนเองในฐานะเขตปกครองพิเศษหรือไม่ ซึ่งหากยังคงมีอำนาจในส่วนนี้เหมือนเดิม ฮ่องกงก็ยังคงเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคต่อไป นอกจากนี้ วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายที่เรียกว่า Protect Hong Kong Act คือ ร่างกฎหมายปกป้องฮ่องกง ห้ามบริษัทของสหรัฐขายอาวุธและอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย กระสุนยาง และปืนช็อตไฟฟ้า ไปยังฮ่องกง ที่ตำรวจฮ่องกงอาจนำไปใช้ในการควบคุมฝูงชน นอกจากนี้ ร่างกฎหมายจะกำหนดให้มีการทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับฮ่องกง ภายใต้กฎหมายของสหรัฐ โดยการทบทวนดังกล่าวจะพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า ฮ่องกงได้รับอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเพียงพอจากจีนหรือไม่ โดยกระบวนการหลังจากนี้ ต้องผ่านการพิจารณาโดยสมาชิกรัฐสภาสหรัฐเพื่อให้การรับรองอีกครั้ง ซึ่งอาจมีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วน ก่อนส่งเรื่องให้ปธน.ทรัมป์พิจารณาลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป แม้ว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนจะเคยเตือนสหรัฐ ว่าอย่าผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงกิจการภายในฮ่องกง หลังจากฮ่องกงหลุดพ้นการเป็นอาณานิคมของอังกฤษและกลับคืนสู่การปกครองของจีนอย่างเป็นทางการมาแล้วเมื่อปีค.ศ.1997 แต่สหรัฐก็ยังคงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประท้วง และมุ่งเป้ากดดันรัฐบาลปักกิ่ง หากจะเดาทางเกมการเมืองสหรัฐ น่าจะพอเดาได้บ้าง เพราะจังหวะเวลาที่สภาสูงของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐต้องการที่จะกดดันให้จีน ทำข้อตกลงทางการค้า ตามที่สหรัฐต้องการ ซึ่งผู้นำสหรัฐ ได้อ้างว่า รัฐบาลจีนควรเร่งแก้ปัญหาในฮ่องกง และยังเตือนด้วยว่า หากมีเหตุไม่ปกติเกิดขึ้นในฮ่องกง อาจทำให้การเจรจาการค้าล่ม และจะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก นักลงทุนทองคำจึงต้องจับตาสถานการณ์ฮ่องกงอย่างใกล้ชิด การวางหมากเกมการเมืองของสหรัฐในลักษณะนี้ จะสามารถบีบจีนได้หรือไม่ และที่น่ากังวลคือ หลายฝ่ายมองว่า การเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินไปนั้น จะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้จริงหรือ ยังเป็นที่ต้องติดตามกันต่อไป #YLGresearch บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด Line ID : @ylgbullion

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562

• (+) “ทรัมป์”ขู่รีดภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้าจีน หากยังไม่สามารถบรรลุดีลการค้า สื่อรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้านำเข้าจากจีน หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า คำขู่ดังกล่าวมีขึ้น ขณะที่ปธน.ทรัมป์เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ • (+) อดีตที่ปรึกษาทำเนียบขาวคาด”ทรัมป์”เดินหน้ารีดภาษีจีน 15 ธ.ค. หากยังไม่บรรลุดีลการค้า นายแกรี่ โคห์น อดีตหัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า เขาเชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค. หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้า • (+) วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกม.หนุนสิทธิมนุษยชนฮ่องกง เมื่อวานนี้วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง ท่ามกลางการปราบปรามของจีนต่อความเคลื่อนไหวประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตย ซึ่งเกิดขึ้นในฮ่องกงมานานหลายเดือน หลังการลงมติของวุฒิสมาชิก ขณะนี้ “ร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง” จะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อนุมัติมาตรการในแบบของตนเองไว้ ทั้งสองสภาจะจำเป็นต้องขจัดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของพวกเขาก่อนที่จะสามารถส่งร่างกฎหมายใดๆไปให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐทำการพิจารณา หลังจากนั้น วุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับที่ 2 ด้วยมติเป็นเอกฉันท์เช่นกัน ซึ่งจะห้ามส่งออกอาวุธบางประเภทแก่กองกำลังตำรวจฮ่องกง โดยร่างกฎหมายดังกล่าวห้ามการส่งออกอาวุธประเภทต่างๆ เช่น แก๊สน้ำตา, สเปรย์พริกไทย, กระสุนยาง และเครื่องช็อตไฟฟ้า • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 102.20 จุด หุ้นค้าปลีกร่วงหลังผลประกอบการ”โฮม ดีโปท์,โคห์ลส์”ซบเซา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 พ.ย.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกร่วงลงอย่างหนัก หลังจากโฮม ดีโปท์ และโคห์ลส์ คอร์ป ซึ่งเป็นสองบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,934.02 จุด ลดลง 102.20 จุด หรือ -0.36% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,120.18 จุด ลดลง 1.85 จุด หรือ -0.06% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,570.66 จุด เพิ่มขึ้น 20.72

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562

• (+) สื่อเผยบรรยากาศเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนอึมครึม เหตุ”ทรัมป์”เมินยกเลิกขึ้นภาษีจีน สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่มีความเชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปรับเพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน ทั้งนี้ นางสาวยูนิส หยุ่น ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวของ CNBC ทวีตข้อความระบุว่า “แหล่งข่าวรัฐบาลบอกดิฉันว่า ทางการปักกิ่งไม่เชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้า โดยจีนมีความไม่พอใจต่อการที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าจะไม่มีการยกเลิกการเก็บภาษีต่อสินค้าจีน ซึ่งจีนมองว่าทั้งสองฝ่ายเคยตกลงกันในเรื่องนี้แล้ว ขณะที่กลยุทธ์ในการเจรจาในขณะนี้คือ ทำการเจรจา แต่ให้รอต่อไป เนื่องจากยังมีหลายปัจจัย เช่น การถอดถอนประธานาธิบดี และการเลือกตั้งในสหรัฐ” • (+) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลงครั้งแรกรอบ 5 เดือนในพ.ย. สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 70 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน การชะลอตัวของดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านในภาคใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ แต่ดัชนียังได้ปัจจัยหนุนจากอัตราดอกเบี้ยจำนองที่ปรับตัวลง และตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก วิตกการค้าสหรัฐ-จีน,ข้อมูลศก.สหรัฐซบเซา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากรายงานที่ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านสหรัฐลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.63 เยน จากระดับ 108.81 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9883 ฟรังก์ จากระดับ 0.9902 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3204 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3228 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1074 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1052 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2955 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2901 ดอลลาร์ • (-) สหรัฐประกาศขยายเวลาอีก 90

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

• (+) ดอลล์อ่อนหลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.ซบเซา ขณะยูโรพุ่งขานรับ GDP ยูโรโซน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 พ.ย.) หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่ยูโรดีดตัวขึ้นขานรับรายงานที่ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนยังคงมีการขยายตัวในไตรมาส 3 ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1022 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0999 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2876 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2837 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6784 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6830 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.39 เยน จากระดับ 108.77 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9880 ฟรังก์ จากระดับ 0.9893 ฟรังก์ แต่หากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3256 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3254 ดอลลาร์แคนาดา • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงสุดรอบ 5 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 14,000 ราย สู่ระดับ 225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 215,000 ราย • (-) “พาวเวล”ยันไม่มีฟองสบู่ในระบบเศรษฐกิจ ขณะสหรัฐเป็นประเทศแข็งแกร่งที่สุดในโลก นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า เขายังไม่เห็นสัญญาณฟองสบู่ในเศรษฐกิจสหรัฐ หรืออันตรายที่เกิดจากการที่สหรัฐขาดดุลเป็นจำนวนมาก “ถ้าคุณดูเศรษฐกิจในวันนี้ ก็จะไม่พบปัญหาฟองสบู่แตก โดยเป็นภาพการขยายตัวที่ยั่งยืน” นายพาวเวลกล่าวแถลงการณ์ว่าด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้ ซึ่งเป็นการกล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 นายพาวเวลกล่าวเสริมว่า การที่ดอลลาร์มีสถานะเป็นสกุลเงินสำรองของโลก ได้ช่วยลดผลกระทบจากการที่สหรัฐมีหนี้สินมากกว่า 23 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี นายพาวเวลกล่าวเตือนเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอตัวของภาคการผลิต และความขัดแย้งทางการค้า “เราเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เรามีสถาบันที่ดีที่สุด และเรามีแรงงานที่ดีที่สุด

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

• (+) เกาหลีเหนือขู่ตอบโต้สหรัฐ หากเดินหน้าซ้อมรบกับเกาหลีใต้ คณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการแห่งรัฐของเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ขู่ตอบโต้สหรัฐ หากสหรัฐเดินหน้าทำการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ในเดือนหน้า เกาหลีเหนือออกคำเตือนดังกล่าว แม้ว่าสหรัฐระบุในสัปดาห์ที่แล้วว่าจะลดขนาดการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการดังกล่าว ซึ่งมีนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นประธาน ออกแถลงการณ์ระบุว่า เป็นสิทธิของเกาหลีเหนือที่จะทำการปกป้องตนเองเพื่อตอบโต้ต่อภัย • (-) ดอลล์แข็งเทียบยูโรหลังปธ.เฟดแถลง เงินปอนด์ร่วงหลังอังกฤษเผยเงินเฟ้อซบเซา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 พ.ย.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ โดยระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวอย่างยั่งยืนหลังจากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงหลังจากอังกฤษเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2837 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2855 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.0999 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1009 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6830 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6842 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.77 เยน จากระดับ 108.96 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9893 ฟรังก์ จากระดับ 0.9923 ฟรังก์ • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 92.10 จุด รับถ้อยแถลง”พาวเวล”,หุ้นดิสนีย์พุ่งแรง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นทำนิวไฮอีกครั้งเมื่อคืนนี้ (13 พ.ย.) ขานรับถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ ดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนจากราคาหุ้นดิสนีย์ที่ทะยานขึ้นกว่า 7% หลังจากยอดลงทะเบียนผู้ใช้บริการสตรีมมิ่ง “Disney+” พุ่งทะลุ 10 ล้านราย อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดในระหว่างวัน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,783.59 จุด เพิ่มขึ้น 92.10 จุด หรือ +0.33% ขณะที่ดัชนี

123175

บทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ

เจาะลึกทุกเรื่องที่คุณควรรู้ ด้วยทีมงานมืออาชีพ

บทวิเคราะห์ทั้งหมด