วายแอลจีเผยผลตอบแทนทองคำครึ่งปีแรกพุ่งแล้ว 20% - มีลุ้นราคาทะยานแตะสถิติสูงสุดเดิมปี’54

วันที่ 28 ก.ค. 2563

วายแอลจีเผยผลตอบแทนทองคำครึ่งปีแรกพุ่งแล้ว 20% - มีลุ้นราคาทะยานแตะสถิติสูงสุดเดิมปี’54

ผลตอบแทนทองคำพุ่ง - นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งของไทย เปิดเผยว่า ตลาดทองคำกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผ่านมาครึ่งปีผลตอบแทนขึ้นไปกว่า 16% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับผลตอบแทนปีที่แล้วทั้งปีอยู่ที่ 10% และถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นผลตอบแทนในรูปของเงินบาทยังให้ผลตอบแทนถึง 20% ซึ่งถือว่าสูงกว่าทองคำในตลาดโลก ดังนั้นนักลงทุนจึงควรหันมาถือทองคำอย่างน้อย 5-10% ไว้ในพอร์ตการลงทุนเพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยง

อีกทั้งแนวโน้มราคาทองคำในปีนี้มีโอกาสที่จะปรับขึ้นไปทำสถิติสูงสุดเดิมในปี 2554 ที่ 1,920 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ประกอบกับปีนี้ถือว่าเป็นปีที่มีความพิเศษเพราะเปิดต้นปีมีสถานการณ์อิหร่าน-สหรัฐ ทำให้ราคาทองคำทยอยปรับตัวขึ้นมา แม้ระหว่างทางนักลงทุนจะมีการขายทำกำไรออกมาเพื่อนำเงินไปรักษาสภาพคล่องในการลงทุนสินทรัพย์อื่นๆ แต่หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้นักลงทุนกลับเข้าลงทุนในทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น และทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นมาจนไปแตะระดับสูงสุดของปีนี้ครั้งใหม่ที่ 1,789 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งสูงสุดในรอบ 8 ปี 8 เดือน

อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะจับตา 5 ปัจจัย ที่มีผลต่อราคาทองคำ ดังนี้ 1. ความเสี่ยงจากการระบาดรอบ 2 ของ โควิด-19 ที่จะกดดันเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่อง 2. การผ่อนคลายนโยบายการเงิน ของธนาคารสหรัฐ (เฟด) ทั้งนโยบายการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ หรือคิวอีแบบไม่จำกัดวงเงิน และการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำที่ 0-0.25% ไปถึงปี 2565 3. สงครามการค้าสหรัฐและจีน 4. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งชายแดนจีน-อินเดีย สหรัฐ-อิหร่าน คาบสมุทรเกาหลี รวมถึงประเด็นการเลือกตั้งสหรัฐ และ 5. กองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR -ธนาคารกลางต่างๆ ถือครองทองคำเพิ่มขึ้น

โดยทั้ง 5 ปัจจัยนี้ถือว่าเป็นปัจจัยที่หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ ขณะที่ปัจจัยโควิด-19 หากควบคุมการระบาดได้อาจจะส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงเช่นกัน แต่ตราบใดที่ปัจจุบันนักลงทุนยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัส ก็จะยังคงมองหาการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำต่อไป