ประชาสัมพันธ์

“ฮ่องกง” สนามรบสหรัฐ-จีน

ดูเหมือนว่าฮ่องกง เริ่มกลายเป็นสนามรบมากขึ้นทุกขณะ โดยมีสหรัฐและจีนเป็นคู่ต่อสู้ ซึ่งใช้ฮ่องกงเป็นเครื่องมือในการเดินเกมการเมือง ท่ามกลางเหตุการณ์ประท้วงที่ยังไม่รู้ว่าจะมีจุดจบที่ไหน และแบบใด

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดยแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผลักดันร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวฮ่องกง เพราะเกรงว่ารัฐบาลจีนจะใช้ร่างกฎหมายฉบับนี้จัดการกับฝ่ายต่อต้านจีนที่อยู่ในฮ่องกง หลังจากนั้นประชาชนจึงลุกฮือต่อต้านรัฐบาลโดยการเดินหน้าประท้วงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังนั่นคือ สหรัฐอเมริกานั่นเอง

สหรัฐแสดงจุดยืนสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกงชัดเจนมากขึ้น เมื่อสภาสูงของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกง หวังกดดันรัฐบาลปักกิ่ง

เมื่อวานนี้ (19 พ.ย. ตามเวลาสหรัฐ) วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง หรือที่เรียกว่า Hong Kong Human Rights and Democracy Act คือ ร่างกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ซึ่งให้อำนาจกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐได้ทำการทบทวนสถานะของฮ่องกงเป็นประจำทุกปีว่า ยังคงมีอำนาจปกครองตนเองในฐานะเขตปกครองพิเศษหรือไม่ ซึ่งหากยังคงมีอำนาจในส่วนนี้เหมือนเดิม ฮ่องกงก็ยังคงเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคต่อไป นอกจากนี้ วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายที่เรียกว่า Protect Hong Kong Act คือ ร่างกฎหมายปกป้องฮ่องกง ห้ามบริษัทของสหรัฐขายอาวุธและอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย กระสุนยาง และปืนช็อตไฟฟ้า ไปยังฮ่องกง ที่ตำรวจฮ่องกงอาจนำไปใช้ในการควบคุมฝูงชน

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายจะกำหนดให้มีการทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับฮ่องกง ภายใต้กฎหมายของสหรัฐ โดยการทบทวนดังกล่าวจะพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า ฮ่องกงได้รับอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเพียงพอจากจีนหรือไม่

โดยกระบวนการหลังจากนี้ ต้องผ่านการพิจารณาโดยสมาชิกรัฐสภาสหรัฐเพื่อให้การรับรองอีกครั้ง ซึ่งอาจมีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วน ก่อนส่งเรื่องให้ปธน.ทรัมป์พิจารณาลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

แม้ว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนจะเคยเตือนสหรัฐ ว่าอย่าผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงกิจการภายในฮ่องกง หลังจากฮ่องกงหลุดพ้นการเป็นอาณานิคมของอังกฤษและกลับคืนสู่การปกครองของจีนอย่างเป็นทางการมาแล้วเมื่อปีค.ศ.1997 แต่สหรัฐก็ยังคงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประท้วง และมุ่งเป้ากดดันรัฐบาลปักกิ่ง

หากจะเดาทางเกมการเมืองสหรัฐ น่าจะพอเดาได้บ้าง เพราะจังหวะเวลาที่สภาสูงของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐต้องการที่จะกดดันให้จีน ทำข้อตกลงทางการค้า ตามที่สหรัฐต้องการ

ซึ่งผู้นำสหรัฐ ได้อ้างว่า รัฐบาลจีนควรเร่งแก้ปัญหาในฮ่องกง และยังเตือนด้วยว่า หากมีเหตุไม่ปกติเกิดขึ้นในฮ่องกง อาจทำให้การเจรจาการค้าล่ม และจะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก

นักลงทุนทองคำจึงต้องจับตาสถานการณ์ฮ่องกงอย่างใกล้ชิด การวางหมากเกมการเมืองของสหรัฐในลักษณะนี้ จะสามารถบีบจีนได้หรือไม่ และที่น่ากังวลคือ หลายฝ่ายมองว่า การเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินไปนั้น จะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้จริงหรือ ยังเป็นที่ต้องติดตามกันต่อไป

#YLGresearch

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Line ID : @ylgbullion
Facebook : YLG Bullion
Call Center : 02 687 9888