ประชาสัมพันธ์

ทองทำนิวไฮ วิตกศก.ถดถอย-หวั่นจีนปราบม็อบฮ่องกง

สัปดาห์ที่ผ่านมา (5 ถึง 9 ส.ค.) ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 56.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ +3.93% ซึ่งถือเป็นการปิดบวกรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 3 ปี

     ไม่เพียงเท่านั้น ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ขึ้นทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวันนี้ (อังคารที่ 13 ส.ค.) เรียกได้ว่าราคาทองคำขึ้นแทบไม่พักกันเลยทีเดียว

     หากจะกล่าวถึงปัจจัยบวกต่อตลาดทองคำ ที่ชัดสุดจะเห็นได้ว่า ประเด็นTrade War ระหว่างจีนและสหรัฐที่ลุกลามไปสู่ Currency War จนทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งทั่วโลกออกรายงานเตือนเกี่ยวกับแนวโน้มการเกิดเศรษฐกิจถดถอย(recession) ในอนาคต อาทิ Bank of America ออกรายงานเตือนว่า จากข้อมูลล่าสุดทำให้ธนาคารเชื่อว่ามีโอกาสมากกว่า 30% ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐปีหน้า ขณะเดียวกัน Goldman Sachs Group Inc. ระบุว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นที่สงครามการค้าที่ยืดเยื้อจะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ Morgan Stanley เตือนเช่นกันว่า ถ้าสหรัฐยังคงเพิ่มกำแพงทางภาษีต่อสินค้าจีนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และหากจีนตอบโต้กลับอาจจะเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยภายใน 9 เดือนนับจากนี้ ซึ่งความกังวลดังกล่าวยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้
     นอกจากนี้ อีกประเด็นหนึ่งที่นักลงทุนในตลาดเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้น คือ “การประท้วงในฮ่องกง” ประเด็นนี้กำลังเป็นที่ถูกจับจ้องจากทั่วโลก หลังการประท้วงได้รุนแรงและยาวนาน ย่างเข้า สัปดาห์ที่ 11 แล้ว

     ความวุ่นวายในฮ่องกงจากการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล เกิดขึ้นจากการต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนโดยนักเคลื่อนไหวได้ยกระดับการประท้วงเพื่อกดดันให้ แคร์รี ลัม ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง รวมถึงต้องการให้นานาชาติมองเห็นสถานการณ์ในฮ่องกง และร่วมกันกดดันรัฐบาล

     แม้ว่าในช่วงก่อนหน้านี้ เหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกง แทบไม่มีผลต่อความเคลื่อนไหวของตลาดเงินตลาดทุน และตลาดทองคำ

     แต่ความวิตกล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ ทางการจีนออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ส.ค.) ระบุว่า การชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกง กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น และบ่งชี้ถึงการก่อการร้าย

     การที่ทางการจีนใช้คำว่า “ก่อการร้าย” ถือเป็นการเตือนอย่างรุนแรงที่สุดต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งอาจปูทางไปสู่การใช้กองกำลังความมั่นคงแห่งชาติของจีนในการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกง โดยที่ผ่านมา จีนเคยใช้ข้ออ้างของการก่อการร้ายในการกวาดล้างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในซินเจียง และทิเบต ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากรัฐบาลของชาติตะวันตก และกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชน

     สำนักข่าวโกลบอลไทม์สของทางการจีน เผยแพร่คลิปวีดิโอผ่านทวิตเตอร์ในวันที่12 ส.ค. ซึ่งเป็นภาพขณะที่กองกำลังตำรวจติดอาวุธประชาชนจีนเคลื่อนย้ายรถหุ้มเกราะลำเลียงพล (เอพีซี) ราว 10 คันไปรวมกันที่เมืองเสิ่นเจิ้น ก่อนมีการฝึกซ้อมปฏิบัติการขนานใหญ่ โดยการเผยแพร่คลิปดังกล่าวของสื่อจีนมีขึ้นขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงหลายพันคนเข้าชุมนุมภายในสนามบินนานาชาติฮ่องกง จนทำให้มีการยกเลิกทุกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออก

     นอกจากนี้ จีนออกมาเรียกร้องให้สหรัฐเลิกแทรกแซงกิจการภายในฮ่องกง ขณะที่ทางฝั่งสหรัฐส่งสัญญาณท้าทายจีน โดยออกโรงสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยในฮ่องกง สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

     ปัจจัยดังกล่าวเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้วันอังคารที่ 13 ส.ค. ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงกว่า 1% อาทิ ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 25,345.65 จุด ลดลง 479.07 จุด(-1.86%) ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ 20,440.51 จุด ลดลง 244.31 จุด(-1.18%) ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ร่วงลงเกือบ 400 จุดในวันจันทร์ที่ผ่านมา

     แรงขายสินทรัพย์เสี่ยง เป็นปัจจัยหนึ่งช่วยหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ของปี 2019 อีกครั้งในวันนี้ (13 ส.ค.) ที่บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

YLG Research
Source: Infoquest, Bisnews, Investing, CNBC

สนใจการลงทุนติดต่อ
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Line ID : @ylgbullion
Facebook : YLG Bullion
Call Center : 02 687 9888