ประชาสัมพันธ์

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 15 มกราคม 2562

• (+) สื่อเผยสหรัฐจะไม่ลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติม จนกว่าหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพ.ย. สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ภาษีนำเข้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่สหรัฐเรียกเก็บจากจีนในปัจจุบันนั้น จะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนกระทั่งหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ ส่วนการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมในวันข้างหน้านั้น จะขึ้นอยู่กับว่าจีนจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อตกลงการค้าเฟสแรกหรือไม่ บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทั้งจีนและสหรัฐมีความเข้าใจตรงกันว่า หลังจากการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกที่ทำเนียบขาวในวันพุธที่ 15 ม.ค.เสร็จสิ้นลงไม่เกิน 10 เดือน สหรัฐจึงจะเริ่มทำการทบทวนความคืบหน้าและความเป็นไปได้ในการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติมอีก 3.60 แสนล้านดอลลาร์ การกำหนดเวลาทบทวนดังกล่าว มีเป้าหมายที่จะให้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีเวลาในการตรวจสอบว่า จีนปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลงการค้าเฟสแรกหรือไม่
• (+) กูรูแนะนักลงทุนขายทำกำไรช่วงนี้ และรอจังหวะกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง นายไซมอน เฟนแทม-เฟล็ทเชอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทฟรีดอม แอสเซ็ท แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น ขณะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ ดังนั้นถึงเวลาที่นักลงทุนควรทำกำไร และรอโอกาสกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง “ผมกำลังเริ่มคิดถึงการขายทำกำไรจากหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว และจะกลับเข้ามาใหม่เมื่อตลาดมีการปรับฐานราว 5-10%” เขากล่าว นายเฟนแทม-เฟล็ทเชอร์คาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 จะสามารถพุ่งขึ้นอีก 15% ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส และเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง แต่หากผลประกอบการซบเซา ตลาดหุ้นก็จะปรับฐาน ดังนั้น นักลงทุนที่มีเงินสดในมือก็จะมีช่องทางเข้าลงทุนอีกครั้งหนึ่ง
• (-) ฟรังก์สวิสแข็งค่าเทียบดอลล์ หลังแบงก์ชาติสวิสยืนยันไม่บิดเบือนค่าเงิน สกุลเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ม.ค.) หลังจากกระทรวงการคลังสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่า สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ใช้สกุลเงินฟรังก์สวิสเป็นเครื่องมือเพื่อฉวยความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้าตามที่สหรัฐกล่าวอ้าง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ขยับขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่สหรัฐและจีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในวันพุธนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9673 ฟรังก์ จากระดับ 0.9706 ฟรังก์ แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.98 เยน จากระดับ 109.91 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3058 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3047 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1129 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1138 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3028 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2998 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6904 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6906 ดอลลาร์สหรัฐ
• (-) ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 32.62 จุด นักลงทุนกังวลทิศทางการค้าสหรัฐ-จีน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (14 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดในแดนลบ หลังจากสื่อรายงานว่า สหรัฐจะไม่ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม จนกว่าจะถึงวันหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย. ซึ่งรายงานข่าวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจเกี่ยวกับทิศทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,939.67 จุด เพิ่มขึ้น 32.62 จุด หรือ +0.11% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,283.15 จุด ลดลง 4.98 จุด หรือ -0.15% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,251.33 จุด ลดลง 22.60 จุด หรือ -0.24%
• (+/-) สหรัฐเผยดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ย. ดัชนี CPI ทั่วไปยังคงได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานและอาหาร เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนพ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบรายปี

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Line ID : @ylgbullion
Facebook : YLG Bullion
Call Center : 02 687 9888