ประชาสัมพันธ์

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 10 กันยายน 2562

• (+) เงินปอนด์แข็งเทียบดอลล์ หลังนักลงทุนคลายวิตก no-deal Brexit เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่า มีแนวโน้มลดน้อยลงที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง ขณะที่สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากมีกระแสคาดการณ์ว่า รัฐบาลเยอรมนีจะออกมาตรการกระตุ้นด้านการคลัง ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1052 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1028 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2345 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2292 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6862 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6847 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.15 เยน จากระดับ 106.89 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9917 ฟรังก์ จากระดับ 0.9880 ฟรังก์ อย่างไรก็ดี ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3163 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3174 ดอลลาร์แคนาดา
• (+) กองทัพเกาหลีใต้เผย เกาหลีเหนือยิงจรวด 2 ลูกจากฝั่งตะวันออกเช้านี้ คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงจรวด 2 ลูกจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกของประเทศในช่วงเช้าวันนี้
• (-) ผลสำรวจชี้ปอนด์ดีดตัว 6% เทียบยูโร หากอังกฤษแยกตัวจาก EU โดยมีข้อตกลง ผลการสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์พบว่า ปอนด์จะดีดตัวขึ้น 6% เทียบยูโร หากอังกฤษสามารถแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยมีข้อตกลง ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์ในตลาดปริวรรตเงินตรา 66 รายพบว่า ปอนด์จะแข็งค่าแตะระดับ 0.85-0.88 เทียบยูโร หลังจากที่อังกฤษสามารถแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยมีข้อตกลง อย่างไรก็ดี หากอังกฤษแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลง ปอนด์ก็จะร่วงลงแตะระดับ 0.95-1.00 เทียบยูโร ที่ผ่านมา ปอนด์ยังไม่เคยแตะระดับ 1.00 เทียบยูโร แต่หากอังกฤษแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลง นักวิเคราะห์บางรายก็คาดว่าปอนด์จะทรุดตัวลงทะลุ 1.00 เทียบยูโร สู่ระดับ 1.10 นอกจากนี้ ผลการสำรวจพบว่า ปอนด์จะแข็งค่าต่อดอลลาร์ หากอังกฤษแยกตัวจาก EU โดยมีข้อตกลง ขณะที่จะแตะ 1.21 ดอลลาร์ภายในเวลา 1 เดือน, 1.25 ดอลลาร์ภายใน 6 เดือน และ 1.30 ดอลลาร์ภายใน 1 ปี
• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 38.05 จุด รับคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย,การค้าสหรัฐ-จีนส่งสัญญาณบวก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (9 ก.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบเนื่องจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพและกลุ่มเทคโนโลยี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,835.51 จุด เพิ่มขึ้น 38.05 จุด หรือ +0.14% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,978.43 จุด ลดลง 0.28 จุด หรือ -0.01% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,087.44 จุด ลดลง 15.64 จุด หรือ -0.19%
• (-) สหรัฐ-จีนเห็นพ้องกลไกป้องกันขโมยทรัพย์สินทางปัญญา นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐและจีนมีความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการบังคับใช้กลไกในการป้องกันการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา หลังจากที่ผ่านมา ประเด็นดังกล่าวได้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างทั้งสองฝ่าย
• (-) สื่อเผยจีนยื่นข้อเสนอซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น Politico ซึ่งเป็นสื่อสหรัฐ รายงานว่า จีนได้ยื่นข้อเสนอที่จะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น หากสหรัฐยอมผ่อนคลายข้อจำกัดต่อการส่งออกสินค้าของบริษัทหัวเว่ย และเลื่อนการเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 ต.ค. ทั้งนี้ จีนยื่นข้อเสนอดังกล่าวในการสนทนาทางโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณาเลื่อนการเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนที่มีกำหนดในวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งรวมถึงคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป สมาร์ทโฟน และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ