ประชาสัมพันธ์

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 08 สิงหาคม 2562

• (+) “วอลล์สตรีท เจอนัล”เผยผลสำรวจชี้นักวิเคราะห์เพิ่มคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ยเดือนหน้า หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอนัลรายงานว่า ผลการสำรวจพบว่า นักวิเคราะห์เพิ่มคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมเดือนก.ย. ทั้งนี้ วอลล์สตรีท เจอนัลรายงานว่า นักวิเคราะห์คาดว่ามีแนวโน้ม 63.9% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.8% ในการสำรวจเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ 1.84% ในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งหมายความว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในปีนี้ ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คาดว่ามีแนวโน้ม 33.6% ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 12 เดือนข้างหน้า จากระดับ 30.1% ในการสำรวจในเดือนก.ค. ผลสำรวจยังพบว่า นักวิเคราะห์ 87.8% เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มในช่วงขาลง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2558 เพิ่มขึ้นจากระดับ 69.6% ในเดือนที่แล้ว
• (-) สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งทรงตัวในเดือนมิ.ย. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งทรงตัวในเดือนมิ.ย. หลังจากรายงานเบื้องต้นในเดือนที่แล้วว่าเพิ่มขึ้น 0.2% สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 7.6% ในเดือนมิ.ย. สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งถูกกดดันจากการร่วงลงของสต็อกรถยนต์ในเดือนมิ.ย. ส่วนยอดขายในภาคค้าส่งลดลง 0.3% ในเดือนมิ.ย. หลังจากร่วงลง 0.6% ในเดือนพ.ค.
• (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 215,000 ราย
• (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 371.12 จุด ขานรับบอนด์ยีลด์สหรัฐมีเสถียรภาพ,คลายวิตกเงินหยวน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (8 ส.ค.) โดยได้ปัจจัยบวกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่เริ่มมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ การที่จีนได้กำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนในระดับสูงกว่าการคาดการณ์ของตลาดเมื่อวานนี้ ยังช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นด้วย เนื่องจากบริษัทหลายแห่งในกลุ่มนี้ได้เข้าไปลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,378.19 จุด พุ่งขึ้น 371.12 จุด หรือ +1.43% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดดที่ 2,938.09 จุด เพิ่มขึ้น 54.11 จุด หรือ +1.88% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,039.16 จุด เพิ่มขึ้น 176.33 จุด หรือ +2.24%
• (-) อังกฤษชี้ EU ต้องรับผิดชอบ Brexit ไร้ข้อตกลง หากไม่ยอมยืดหยุ่นเงื่อนไข นายโดมินิค ร้าบ รมว.ต่างประเทศอังกฤษ กล่าวว่า หากสหภาพยุโรป (EU) ไม่แสดงความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU (Brexit) EU ก็จะต้องรับผิดชอบต่อสถานการณ์ Brexit ที่ไม่มีการทำข้อตกลง “ถ้า EU มีจุดยืนว่าไม่สามารถมีการแก้ไขข้อตกลง Brexit ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือลดเงื่อนไข ก็ขอให้เราเผชิญหน้ากับสิ่งนี้ โดยพวกเขากำลังทำการตัดสินใจให้อังกฤษออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง และนี่เป็นความรับผิดชอบที่พวกเขาต้องแบกรับ” นายร้าบกล่าว
• (-) ดอลล์แข็งเทียบยูโร,ฟรังก์ ขานรับข้อมูลการค้าจีนสดใส ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข้อมูลการค้าของจีนและเงินหยวนที่เริ่มมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ดี ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9751 ฟรังก์ จากระดับ 0.9736 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.97 เยน จากระดับ 106.09 เยน ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1186 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1214 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2133 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2143 ดอลลาร์

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Line ID : @ylgbullion
Facebook : YLG Bullion
Call Center : 02 687 9888