ข่าวเศรษฐกิจ

ติดตาม : ปัจจัยภายในสหรัฐ เสี่ยงทำทองคำผันผวนสัปดาห์นี้

1. การประชุมและกำหนดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
• ติดตามการประชุมเฟดกลางดึกของคืนวันพุธ หรือ 01.00 น. ของวันพฤหัสตามเวลาไทย
• คาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.00-1.25% แต่แนะนำจับตาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคตของเฟด หลังผู้กำหนดนโยบายหลายคนเห็นแตกต่างกันในประเด็นอัตราเงินเฟ้อ

2. ตัวเลขในตลาดแรงงานของสหรัฐ
• ในวันพุธที่ 1 พ.ย. ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนต.ค. ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์คาดอยู่ที่ 200,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นจาก 135,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย.
• ในวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค. โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดอยู่ที่ 315,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากลดลง 33,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ส่วนอัตราการว่างงานคาดทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 4.2%

3. การเปิดเผยรายชื่อว่าที่ประธานกลางสหรัฐ(เฟด)คนต่อไป
• เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเสนอชื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ในวันพฤหัสบดีนี้
• คาดประธานาธิบดีทรัมป์มีแนวโน้มที่จะเลือกนายพาวเวล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มีแนวคิดสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินน้อยกว่านายจอห์น เทย์เลอร์ที่เป็นตัวเต็งอีกท่านหนึ่งเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดคนใหม่ต่อจากนางเยลเลน
• อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูงปธน.ทรัมป์ว่าจะเสนอชื่อบุคคลใด และยังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการเสนอชื่อนางเยลเลนให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดเป็นสมัยที่ 2

4. การเปิดเผยร่างกฎหมายภาษีจากพรรครีพับลิกันของสหรัฐ
• สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันกำลังพิจารณาปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างค่อยเป็นค่อยไปในแผนการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ซึ่งขณะนี้กำลังมีการหารือกันในสภาผู้เทนราษฎรสหรัฐ โดยอาจใช้เวลา 3-5 ปี ในการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ลงมาอยู่ที่ระดับ 20% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 35%
• อย่างไรก็ดีแผนดังกล่าวยังไม่ได้ข้อยุติ ขณะที่ตลาดการเงินคาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าการปรับลดอัตราภาษีจะเกิดขึ้นในไม่ช้า นอกจากนี้ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าหากมีการเปิดเผยรายละเอียดร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะสามารถผ่านการโหวตอนุมัติจากสภาคองเกรสได้หรือไม่
• ขณะที่ทางด้านนักวิเคราะห์ตลาดหุ้นสหรัฐกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ตลาดหุ้นอาจจะเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักหน่วง หากสภาคองเกรสของสหรัฐเผชิญอุปสรรคในการผ่านมาตรการปฏิรูปภาษี อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ ในทางกลับกันหากการผลักดันร่างกฎหมายภาษีประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว จะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นและกดดันราคาทองคำ

5. การสืบสวนทีมหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ในข้อหาเกี่ยวกับการสมรู้ร่วมคิดกับรัสเซียในการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2016
• ศาลสหรัฐฯรายงานว่า นายจอร์จ ปาปาโดปูลอส ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศในคณะหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับสารภาพว่าเคยให้การเท็จต่อสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) ภายหลังการตั้งข้อหา 12 กระทงต่อนายพอล มานาฟอร์ต อดีตผู้จัดการทีมหาเสียงของปธน.ทรัมป์ กับ นายริค เกตส์ อดีตผู้ร่วมธุรกิจ ในการสมคบคิดฉ้อโกงรัฐบาลสหรัฐฯ ฟอกเงิน และโกงภาษี ซึ่งทั้งสองได้ทำการปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
• แนะนำติดตามความคืบหน้าในสถานการณ์ดังกล่าว เพราะอาจส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จนกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำเพิ่มเติม

“จากปัจจัยสำคัญที่กล่าวมาข้างต้นอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นรวมถึงตลาดทองคำในสัปดาห์นี้ แนะนำนักลงทุนติดตามและวางแผนการลงทุนไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนได้”

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Line ID : @ylgbullion
Facebook : YLG Group
เว็ปไซต์ : www.ylgbullion.co.th
Call Center : 02 687 9888