ข่าวเศรษฐกิจ

แผนปฏิรูปภาษีของทรัมป์

คณะทำงานของทรัมป์เผยรายละเอียดมาตรการปฏิรูปภาษีของนายทรัมป์ ซึ่งเป็นการปรับลดภาษีและปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ

มีสาระสำคัญดังนี้

จะมีการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ 35%

จะมีการปรับลดภาษีเงินได้ของธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งรวมถึงรายได้ส่วนบุคคลของเจ้าของธุรกิจ สู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ 39.6%

(ซึ่งการปรับลดภาษีเงินได้ และภาษีธุรกิจขนาดย่อม จะเป็นการสนับสนุนให้มีการประกอบกิจการมากขึ้น)

จะมีการปรับลดขั้นบันไดในการคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากปัจจุบัน 7 ขั้น เหลือเพียง 3 ขั้น โดยผู้มีรายได้ในขั้นสูงสุดจะเสียภาษีในอัตรา 35% ส่วนอีก 2 ขั้น เสียภาษีในอัตรา 25% และ 10%

คาดว่าจะมีการปรับลดภาษีที่เรียกเก็บจากกำไรที่บริษัทข้ามชาติส่งกลับสู่สหรัฐ สู่ระดับ 10% จากปัจจุบันที่ระดับ 35%

(เพื่อให้สามารถแข่งขันกับธุรกิจประเทศอื่นได้ และชักจูงให้มีการทำธุรกิจที่นำเงินกลับประเทศ)

จะมีการเก็บภาษีพิเศษจำนวน 1 ครั้งต่อเงินทุนจำนวนหลายล้านล้านดอลลาร์ที่บริษัทสหรัฐถือครองในต่างประเทศ

เพิ่มวงเงินเป็น 2 เท่าสำหรับการหักลดหย่อนมาตรฐานที่คู่สมรสระบุในแบบฟอร์มการชำระภาษี สู่ระดับ 24,000 ดอลลาร์

เสนอการลดหย่อนภาษีสำหรับครอบครัวที่มีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรอ่อน

(การเพิ่มการลดหย่อนภาษีสำหรับคู่สมรส และบุตร จะทำให้มีการใช้จ่ายภาคครัวเรือนมากขึ้น)

จะมีการยกเลิกการหักลดหย่อนที่เอื้อประโยชน์ต่อคนรวย โดยเหลือเพียงการหักลดหย่อนสำหรับการกุศล และสำหรับการจ่ายดอกเบี้ยเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย

(เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐ โดยไม่กระทบต่อผู้มีรายได้น้อย)

จะมีการยกเลิกการจัดเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์

(ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือภาคธุรกิจ และเกษตรกรของสหรัฐ)

จะมีการยกเลิกการจัดเก็บภาษี alternative minimum tax และภาษีโอบามาแคร์ในอัตรา 3.8%

เตรียมใช้ระบบการจัดเก็บภาษีตามอาณาเขต ซึ่งจะทำให้มีการยกเลิกการเรียกเก็บภาษีส่วนใหญ่ต่อกำไรที่ภาคธุรกิจได้รับจากต่างประเทศ

*ซึ่งหากมาตรการภาษีที่ได้กล่าวมาทั้งหมดผ่านการอนุมัติจากสภาฯ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ น่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตขึ้น และเป็นผลบวกต่อเงินดอลลาร์ ซึ่งจะกดดันราคาทองคำ

*แต่มาตรการดังกล่าวจะทำให้รายรับของรัฐบาลสหรัฐลดลง ทำให้มีการคาดการณ์กันว่า หากมีการใช้มาตรการดังกล่าว จะทำให้อีก 10 ปี รัฐบาลสหรัฐจะมีหนี้เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ จากที่ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐมีหนี้อยู่ 20 ล้านล้านดอลลาร์

ที่มา : ryt9

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Line ID : @ylgbullion
Facebook : YLG Group
เว็ปไซต์ : www.ylgbullion.co.th
Call Center : 02 687 9888