ข่าวเศรษฐกิจ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิถุนายน 2560

(+) ดอลล์อ่อนค่าจากแรงขายทํากําไรหลังตลาดวอลล์สตรีทติดลบ ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนเมื่อเทียบกับตะกร้าเงินในวันพุธ ขณะที่การร่วงลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกระตุ้นให้เทรดเดอร์ขายทํากําไรดอลลาร์ หลังพุ่งขึ้นจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ปอนด์ปรับตัวขึ้นหลังนายแอนดี ฮาลเดน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางอังกฤษกล่าวว่า เขาจะสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอังกฤษในปีนี้ ส่วนสกุลเงินของประเทศส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ ดอลลาร์แคนาดาและดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลงตามราคาน้ำมัน ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.2% สู่ระดับ 97.541 ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนที่เข้าทดสอบเมื่อวันอังคารที่ 97.871 ปอนด์ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.2668 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนจากความวิตกเกี่ยวกับผลผลิตล้นตลาด ซึ่งกดดันสกุลเงินของประเทศที่ส่งออกน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ ดอลลาร์แคนาดาลดลง 0.4% สู่ระดับ 1.3313 ดอลลาร์แคนาดาต่อดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลียลดลง 0.3% สู่ 0.7558 ดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์นิวซีแลนด์ลดลง 0.1% สู่ 0.7231 ดอลลาร์สหรัฐ

(+) ดาวโจนส์ปิดลบหลังหุ้นพลังงานร่วงตามราคาน้ำมัน ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงตามการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงานในวันพุธ หลังราคาน้ำมันร่วงลงและนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อต่ำ แต่หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มเทคโนโลยีช่วยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดบวก ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 57.11 จุดหรือ 0.27% สู่ระดับ 21,410.03, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 1.42 จุดหรือ 0.06% สู่ระดับ 2,435.61 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 45.92 จุดหรือ 0.74% สู่ระดับ 6,233.95 จํานวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 1.70 ต่อ 1 ในตลาดนิวยอร์ค และ 1.04 ต่อ 1 ในตลาด Nasdaq ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ราว 7.16 พันล้านหุ้น สูงกว่าปริมาณเฉลี่ยในรอบ 20 วันทําการที่ผ่านมาที่ 6.92 พันล้านหุ้น หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 1.6% หลังราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส..ปีที่แล้ว แม้สต็อกน้ำมันของสหรัฐลดลงเกินคาดก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง 0.8% เนื่องจากนักลงทุนวิตกกับมาร์จินอัตราดอกเบี้ย ส่วนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลง 0.7%

(+) น้ำมันดิบดิ่งลงแตะต่ำสุด 10 เดือน ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 2.3% ในวันพุธ และได้ลงไปแตะจุดต่ำสุดรอบ 10 เดือนในระหว่างวันท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ผันผวน ในขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มสูงขึ้น และโรงกลั่นน้ำมันในจีนปรับลดอัตราการกลั่นลง และปัจจัยเหล่านี้ ทําให้นักลงทุนกังวลกับภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนส..ดิ่งลง 98 เซนต์หรือ 2.3%มาปิดตลาดที่ 42.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 42.05-44.20 ดอลลาร์ โดยจุดต่ำสุดของวันพุธถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.. 2016 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส..ที่ตลาดกรุงลอนดอนรูดลง 1.20 ดอลลาร์ หรือ 2.61 % สู่ 44.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 44.35-46.63 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงมาแล้วกว่า 20% จากระดับ 54.94 ดอลลาร์ที่เคยทําไว้ในวันที่ 23 ..

(-) สหรัฐเผยยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้นในเดือนพ.. สวนทางนักวิเคราะห์คาดลดลง สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้นสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะลดลง ทั้งนี้ ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนพ..เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.62 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบ 10 ปี นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านมือสองจะลดลง 0.5% สู่ระดับ 5.55 ล้านยูนิตในเดือนพ.. เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนพ.. สต็อกบ้านในตลาดเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนพ.. แต่ดิ่งลง 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว และได้ปรับตัวลงเป็นเวลา 24 เดือนติดต่อกันเมื่อเทียบรายปี ส่วนราคาบ้านเฉลี่ยพุ่งขึ้นแตะ 252,800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทะยานขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการขาดแคลนสต็อกบ้าน

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, ryt9.com และBisnews

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Line ID : @ylgbullion
Facebook : YLG Group
เว็ปไซต์ : www.ylgbullion.co.th Call Center : 02 687 9888