ข่าวเศรษฐกิจ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 13 กันยายน 2560

(+) นักวิเคราะห์ชี้การคว่ำบาตรอย่างเดียวไม่ช่วยคาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ หากประวัติศาสตร์เคยให้บทเรียนในเรื่องนิวเคลียร์ คาบสมุทรเกาหลี บทเรียนเหล่านั้นย่อมทำให้เรารู้ว่า การใช้มาตรการคว่ำบาตร เพื่อให้เกาหลีเหนือยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์นั้น มีแต่จะทำให้ผิดหวัง และไม่เกิดผลดีอันใด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุม ซึ่งเสร็จสินเมื่อวานนี้ ตามเวลาสหรัฐ ให้คว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ หลังจากที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุด มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ระบุให้ลดการส่งออกน้ำมันให้กับเกาหลีเหนือลงเกือบ 30% กำหนดเพดานการจัดหา หรือส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้กับเกาหลีเหนือเอาไว้ที่ระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อปี ระงับการส่งออกก๊าซเหลวธรรมชาติ และน้ำมันดิบประเภทไลท์ครูดคอนเดนเสทให้กับเกาหลีเหนือ ห้ามเกาหลีเหนือทำการส่งออกสิ่งทอทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 800 ล้านดอลลาร์ และห้ามไม่ให้ ชาวเกาหลีเหนือที่ทำงานในต่างประเทศส่งเงินกลับประเทศ จากสถิติพบว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 8 ที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ดำเนินการต่อเกาหลีเหนือ นับตังแต่ที่เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินครั้งแรก เมื่อปี 2549 แต่ถึงกระนั้น ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา วิกฤตนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีกลับยิ่งถลำลึกอยู่ในวังวนอันไร้ที่สิ้นสุด และการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธก็จุดชนวนให้เกิดการคว่ำบาตรครั้งแล้วครั้งเล่า และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ยิ่งบทลงโทษรุนแรงขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งเหมือนท้าทายให้การทดสอบรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

(-) ขุนคลังสหรัฐยันผลักดันมาตรการปฏิรูปภาษีภายในปีนี้ ขณะเตรียมให้มีผลย้อนหลังถึงต้นปี นายสตีเวน มนูชิน รมว. คลังสหรัฐ กล่าวว่า การปฏิรูปภาษีถือเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญสูงสุด และเขาให้ความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลสหรัฐจะให้การอนุมัติต่อการปฏิรูปภาษีดังกล่าว ภายในปีนี้ นายมนูชินยังกล่าวว่า รัฐบาลของปธน. ทรัมป์ กำลังพิจารณาให้การปฏิรูปภาษีมีผลบังคับย้อนหลังไปถึงช่วงต้นปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันมีเป้าหมายที่จะปฏิรูปกฎหมายภาษีสหรัฐ แต่เผชิญอุปสรรคหลายประการในการดำเนินการในปีนี้ ขณะเดียวกัน นายมนูชินกล่าวว่า เป้าหมายของปธน. ทรัมป์ ในการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 15% อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จ “ผมไม่รู้ว่าเราจะสามารถทำได้ เมื่อพิจารณาถึงประเด็นงบประมาณ” เขากล่าว

(-) หุ้นแบงก์หนุนตลาดปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร โดยหุ้นกลุ่มการเงินนำตลาด พุ่งขึ้น แต่การร่วงลงของหุ้นแอปเปิลหลังเปิดตัวไอโฟนรุ่นล่าสุด สกัดกั้นการปรับตัวขึ้นของตลาด นักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นหลังคลายวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และเกาหลีเหนือ รวมถึงผลกระทบทางการเงินจากพายุเฮอริเคนเออร์มา ที่รุนแรงน้อยกว่าที่วิตกกัน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 61.49 จุด หรือ 0.28% สู่ระดับ 22,118.86, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 8.37 จุด หรือ 0.34% สู่ระดับ 2,496.48 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 22.02 จุด หรือ 0.34% สู่ระดับ 6,454.28 จำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบ 1.71 ต่อ 1 ในตลาดนิวยอร์ค

(-) ดอลล์ทรงตัวหลังความต้องการเสี่ยงเพิ่มขึ้น ดอลลาร์ทรงตัวในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งอาจบ่งชี้ กำหนดเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดค่าดอลลาร์ เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญ ทรงตัวที่ 91.892 หลังปรับตัวขึ้นสูงถึง 92.08 นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังปรับตัวขึ้น 0.71% เมื่อเทียบกับเยน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุด นับตังแต่วันที่ 1 ก.ย. นักวิเคราะห์ระบุว่า แรงซื้อคืนอาจช่วยหนุนดอลลาร์ปรับตัวขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญๆ ขณะที่ บรรดานักลงทุนมุ่งความสนใจในขณะนี้ ไปที่ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ ที่จะเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ ปอนด์ปรับตัวขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์ และยูโร หลังเงินเฟ้อของอังกฤษแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี ส่วนยูโรปรับตัวขึ้น 0.15% สู่ระดับ 1.1969 ดอลลาร์

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, ryt9, Bisnews

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Line ID : @ylgbullion
Facebook : YLG Group
เว็ปไซต์ : www.ylgbullion.co.th
Call Center : 02 687 9888